การสละราชสมบัติ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 6 หน้า 112
หน้าที่ 112 / 124

สรุปเนื้อหา

plo อนพระบรมศาสดา สัมมา - ทั้งปวงอันผู้จะครองแผ่นดินพึงจะเรียนรู้ - สัมพุทธเจ้าทรงพร่ำสอนพวก เราอยู่เสมอมิใช่หรือ เมื่อเป็น ดังนี้จะเกรงไยกับความตายหรือภัยพิบัติ ต่าง ๆ บุคคลทั่ว ๆ ไปย่อมสละธรรม และคุณความดีเพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์ไว้ แต่อริยสาวกอย่างเรา ย่อมพร้อมอยู่เสมอ ที่จะสละทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิตเพื่อ รักษาธรรม เวเทห์เอย! จงเบาใจเถิด อย่าวิตกกังวลอะไรเลย แม้ชีวิตนี้จะ เป็นที่รัก แต่เราก็มิได้รักยิ่งไปกว่าธรรม และแล้วพระเจ้าพิมพิสารก็ทรง ปลอบประโลมให้พระมเหสีทรงเบาพระทัย ด้วยเหตุผลที่พระนางไม่อาจทรงคัดค้านได้ ถึงกระนั้นก็ตามในราตรีนั้น พระนาง มิอาจบรรทมให้หลับสนิท แม้จะนำ พระดำรัสของพระราชสวามีมาปลอบ พระทัยสักเท่าใด พระนางก็ยังวิตกกังวล ไปต่าง ๆ ตามวิสัยแห่งสตรี รุ่งขึ้นเวลาออกขุนนาง

หัวข้อประเด็น

- การสละราชสมบัติ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

plo อนพระบรมศาสดา สัมมา - ทั้งปวงอันผู้จะครองแผ่นดินพึงจะเรียนรู้ - สัมพุทธเจ้าทรงพร่ำสอนพวก เราอยู่เสมอมิใช่หรือ เมื่อเป็น ดังนี้จะเกรงไยกับความตายหรือภัยพิบัติ ต่าง ๆ บุคคลทั่ว ๆ ไปย่อมสละธรรม และคุณความดีเพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์ไว้ แต่อริยสาวกอย่างเรา ย่อมพร้อมอยู่เสมอ ที่จะสละทุกอย่าง แม้กระทั่งชีวิตเพื่อ รักษาธรรม เวเทห์เอย! จงเบาใจเถิด อย่าวิตกกังวลอะไรเลย แม้ชีวิตนี้จะ เป็นที่รัก แต่เราก็มิได้รักยิ่งไปกว่าธรรม และแล้วพระเจ้าพิมพิสารก็ทรง ปลอบประโลมให้พระมเหสีทรงเบาพระทัย ด้วยเหตุผลที่พระนางไม่อาจทรงคัดค้านได้ ถึงกระนั้นก็ตามในราตรีนั้น พระนาง มิอาจบรรทมให้หลับสนิท แม้จะนำ พระดำรัสของพระราชสวามีมาปลอบ พระทัยสักเท่าใด พระนางก็ยังวิตกกังวล ไปต่าง ๆ ตามวิสัยแห่งสตรี รุ่งขึ้นเวลาออกขุนนาง จอมเสนา แห่งแคว้นมคธมิได้แสดงสีพระพักตร์ให้ หม่นหมองเป็นที่ผิดสังเกตของอำมาตย์ ราชมนตรีเลย มีข้อแปลกตาอยู่อย่าง หนึ่งตรงที่วันนั้น พระยุพราชเสด็จออก ไปด้วย ทุกคนในท้องพระโรงลุกขึ้นแสดง คารวะด้วยความเคารพและเลื่อมใสในองค์ พระเจ้าแผ่นดิน และนั่งเงียบอยู่ ไป ท่ามกลางความเงียบนั่นเอง ราชา แห่งเบญจคีรีนครตรัสขึ้นว่า " “ท่านทั้งหลาย! ข้าพเจ้าได้ ครองแคว้นมคธมาเป็นเวลานาน เวลานี้ อายุของข้าพเจ้าก็ล่วงเข้าสู่วัยชรามากแล้ว เหมือนรุกขชาติที่มีรากมิได้มั่นคง เกรงว่า พายุหนักพัดมาเมื่อใด รุกขชาตินั้นหรือ จะทานกำลังลม คงจะพัดต้นไม้ให้ขึ้น ทั้งราก ข้าพเจ้าตระหนักอยู่ดังนี้ และ เวลานี้ อชาตศัตรูราชกุมารโอรสเราก็ เจริญชันษา พอจะออกว่าราชการแทน เราได้แล้ว อนึ่งศิลปศาสตร์ วิทยาการ ๑๑๐ กัลยา ณ มิตร ศิลปศาสตร์กลยุทธ์ และวิธีปกครอง ไพร่ฟ้าข้าแผ่นดิน ข้าพเจ้าปรารถนาจะ เห็นโอรสเราปกครองบ้านเมืองให้เห็นกับ ตาเป็นที่มั่นใจว่า ลูกเราจะนำรัฐนาวา อันนี้ไปได้ เสมือนศาสนิกผู้มีศรัทธา อาหารเตรียมไว้ถวายสงฆ์ เมื่อสงฆ์ พร้อมแล้วก็ถวายด้วยมือของตนเอง แล้ว นั่งมองดูสงฆ์ฉันอาหารนั้นด้วยปีติปราโมช อยู่ภายในใจฉันใด ข้าพเจ้าก็ฉันนั้น ท่านทั้งหลายทราบแล้วว่า อชาตศัตรูลูก เราเป็นรัชทายาท รัชสมบัตินั้นเตรียมไว้ สำหรับพระยุพราชองค์นี้ พระองค์ ทรงชี้พระหัตถ์มาที่อชาตศัตรูราชกุมาร "เมื่อลูกเราพร้อมแล้วที่จะรับรัชสมบัติ ข้าพเจ้าจึงขอประกาศว่าตั้งแต่นี้ไป ข้าพ เจ้าขอสละรัชสมบัติเป็นกษัตริย์นอกราช บัลลังก์ ขอ ขอให้ท่านทั้งหลายถือว่าอชาต ศัตรูราชกุมารเป็นกษัตริย์สืบแทนข้าพเจ้า และขอได้ถวายความจงรักภักดีต่อพระเจ้า อยู่หัวองค์น้อยของท่านทั้งหลายต่อไป” พระองค์ทรงหยุดอยู่ขณะหนึ่งแล้วตรัส ต่อไปว่า "ขอให้ท่านทั้งหลายแสดง ความจงรักภักดีแด่พระเจ้าแผ่นดินองค์ใหม่ ของท่าน เพรียงกัน” โดยกล่าวคำอวยพรพร้อม - พระเจ้าพิมพิสารตรัสจบลง เสียง ถวายพระพรก็สนั่นขึ้นว่า "ทีฆายุโก โหตุ อชาตสต มหาราชา” ดังนี้สามครั้ง พระเจ้าพิมพิสารเสด็จขึ้น คืน นั้นพระองค์บรรทมหลับสนิทปลอดโปร่ง เบาพระทัย เหมือนบุคคลแบกภาระ หนักไว้ทั้งสองบ่า เดินฝ่าแดดในยามเที่ยง มีเหงื่อโทรมกาย เมื่อมาถึงร่มพฤกษ์ใบ หนาและวางภาระหนักนั้นลง ซ้ำตรง หน้ายังมีสระโบกขรณีน้ำใสเย็นจืดสนิท คิดดูเถิดว่าบุคคลผู้นั้นจะพึงอภิรมย์ชมชื่น Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More