ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระเจ้าอโศกมหาราช
โดย วศิน อินทสระ
ดนี้ ถ้าพระองค์ตัดสินพระทัย
บั
จะทรงกระทำได้โดยไม่ยาก
ปลงพระชนม์พระราชโอรสเสียก
เพียงแต่
ตรัสเรียกทหารรักษาพระองค์มาจับกุม
พระยุพราช แล้วพิจารณาโทษถึงประหาร
ฐานคิดกบฏต่อกษัตริย์ พระราชกุมาร
จะมีทางใดรอดพ้นจากราชภัยอันนี้ได้ แต่
น้ำพระทัยของจอมเสนาแห่งแคว้นมคธ
ซึ่งเปี่ยมล้นไปด้วยธรรมนั้นประการหนึ่ง
และอีกประการหนึ่งเล่าอชาตศัตรูราชกุมาร
เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของพระองค์เอง น้ำใจ
ของบิดาที่มีต่อบุตรนั้นสวยงามสดใส
บริสุทธิ์และลึกซึ้งปานใด ยากนักที่ลูก
จะรู้ให้ลึกซึ้งได้ จนกว่าจะถึงเวลาหนึ่ง...
คือเวลาที่เขามีลูกเองบ้าง
ดังนั้น พระเจ้าพิมพิสารจึงแย้ม
พระโอษฐ์เล็กน้อยก่อนจะตรัสว่า
"เอาซิลูก รัชสมบัติ หรือสมบัติ
ได 1 ที่เป็นของพ่อ พ่อก็ต้องการจะให้
ลูกอยู่แล้ว รอแต่เวลาเท่านั้น เมื่อลูก
ต้องการเร็วก็จะเป็นไรไป
พรุ่งนี้เวลา
ออกขุนนาง พ่อจะประกาศ ณ ท้องพระโรง
ว่า พ่อขอมอบราชสมบัติให้ลูกครองตั้ง
แต่พรุ่งนี้ไป”
“แต่เสด็จพ่อจะต้องไม่ประกาศ
เรื่องที่หม่อมฉันทำครั้งนี้ด้วย” ราชกุมาร
กราบทูลมีพระกระแสเสียงสั่นเล็กน้อย
ด้วยความเกรงสมเด็จพระราชบิดา
พระเจ้าพิมพิสารทรงพระสรวล
เบาและลึกแล้วตรัสว่า
"ลูกรัก! เรื่องนั้นลูกเชื่อพ่อได้
สิ่งใดที่จะเป็นภัยต่อลูกพ่อจะไม่ทำ พ่อ
พยายามกีดกันอันตรายต่าง ๆ ให้ลูก
เรื่องที่ภัยจะเกิดจากพ่อเองนั้น
เสมอ
ลูกอย่าพึ่งระแวงเลย”
ค่ำวันนั้น พระเจ้าอยู่หัวเสด็จ
ตำหนักพระมเหสีเวเทห์ ทรงเล่าเรื่องให้
พระนางเจ้าสดับโดยตลอดมิได้ทรงปิดบัง
เรื่องไว้เลย แม้พระดำริของพระองค์เป็น
ประการใดก็ทรงเล่าสิ้น จอมนางแห่ง
แคว้นมคธทรงทราบ แล้วทรงพระกันแสง
พิลาปว่า
"หม่อมฉันได้เคยทูลพระองค์ไว้
ตั้งแต่ต้นแล้วว่าอยากจะทำลายพระโอรส
เสีย แต่พระองค์ทรงห้าม มิได้เชื่อถือคำ
ทำนายของโหราจารย์แล้วเรื่องร้ายก็เกิดขึ้น
จริง ๆ พระองค์จะทรงแก้ไขประการใด
ก็เร่งดำริเถิด” แล้วพระนางก็ถอนสะอื้น
อยู่
พระเจ้าพิมพิสารจึงตรัสว่า "น้อง
รัก! น้องนั้นเป็นที่รักของเราประดุจนัยน์
ตาข้างหนึ่ง
และราชโอรสเล่าก็เป็นที่
ถนอมยิ่งนักของเรา ประหนึ่งดวงเนตร
อีกข้างหนึ่ง การที่จะให้ทำลายลูกก็เหมือน
ให้ทำลายนัยน์ตาของเรา เรามิอาจทำได้
ลูกจะฆ่าเราก็เพียงเพื่อหวังรัชสมบัติ
เมื่อมอบสิ่งที่เขาประสงค์ให้แล้ว เขาจะ
ฆ่าเราเรื่องอะไรอีก รัชสมบัติเป็นของลูก
ก็เหมือนเป็นของเราเอง เวเทห์เอย! อัน
ธรรมดาว่าสัตว์ในพื้นเมทินีนี้เกิดมาแต่
บ่วงกรรม ซึ่งสัตว์ผู้ยังข้องอยู่ในโลกียวิสัย
ยังข้ามไม่พ้น และจะต้องเป็นไปตามกรรม
* ล ย า ณ มิตร ๑๐๙