ข้อความต้นฉบับในหน้า
ระทมเศร้าสุดประมาณ หัวใจของ
หม่อมฉันซอกช้ำร้าวรานไม่เคยมีความทุกข์
ครั้งใดใหญ่หลวงท่วมทับหม่อมฉันเหมือน
ความทุกข์ครั้งนี้ พระองค์เป็นประดุจ
ฉัตรแก้วคอยกั้นเกศหม่อมฉันปรารถนา
จะเป็นฉลองพระบาททองรองพระยุคลบาท
แห่งพระองค์ไปตลอดพระชนม์ชีพ แต่
เหตุการณ์ได้มาตัดรอนเสียเพียงนี้ความ
ผิดพลาดใดทางกายหรือทางวาจาหากจะ
จึงมีขอพระองค์ได้โปรดอภัยในความ
ผิดพลาดของหม่อมฉันด้วย ส่วนทางใจ
นั้นหม่อมฉันรับรองได้ว่าไม่มี” แล้วพระ
นางทรงพระกันแสงสะอื้นอยู่
จ
จ
อมเสนาแห่งมคธรัฐประทับยืน
สงบนิ่ง ประดุจรูปศิลา ความ
สงสารสังเวชต่ออาการของพระนางเจ้า
ท่วมท้นพระทัย จนอัสสุชลนัยน์ไหลหลั่ง
ลงเวลาใดพระองค์หาทราบไม่ ประดุจ
น้ำค้างถูกลมสลัดจากใบพฤกษ์สู่กองหญ้า
แห้ง ทรงดำรงอยู่ในลักษณะนี้ขณะหนึ่ง
จึงตรัสว่า
เวเทห์เอย ! เรื่องที่เกิดขึ้น
ทั้งหมดนี้ เธออย่าลงโทษใครเลย มัน
เป็นโทษของวัฏสงสารต่างหากเล่า เป็น
เพียงฉากหนึ่งของชีวิตซึ่งท่องเที่ยวอยู่ใน
สังสารวัฏจะพึงได้รับ ความสุข ความ
ทุกข์ ความชื่นบานหรรษาและระทม
เศร้านั้น เป็นสัญลักษณ์ของชีวิตที่ดิ้นรน
ทั้งมวล ชีวิตย่อมเป็นไปตามแรงดัน
แห่งกรรม ไม่มีแรงใดจะแข่งกับ
แรงกรรมได้ ดังนั้นชีวิตมนุษย์ทุกชีวิตจึง
เป็นสนามสำหรับทดลองแรงกรรม เรื่อง
ของกรรมเป็นเรื่องที่เราต้องปลดเปลื้อง
และชดใช้เหมือนการใช้หนี้ เราไม่ใช้วัน
นี้ก็ต้องใช้วันหน้า เรื่องจะหลีกเลี่ยงนั้น
เป็นเรื่องทำได้ยากยิ่งนัก
เวเทห์เอย!
พระบรมศาสดา
ทรงพร่ำสอนพวกเราอยู่เสมอมิใช่หรือว่า
เราควรพิจารณาเนือง ๆ ดังนี้ GAIA
- เราจะต้องแก่เป็นธรรมดา จะ
ล่วงพ้นความแก่ไปมิได้
-เราจะต้องเจ็บเป็นธรรมดา จะ
ล่วงพ้นความเจ็บไปมิได้ ย่อม
-เราจะต้องตายเป็นธรรมดา จะ
ล่วงพ้นความตายไปมิได้
1. เราจะต้องพลัดพรากจากของ
รักของพึงใจเป็นธรรมดาจะล่วงพ้นเรื่องนี้
ไปมิได้เลย เว้นแต่จะเร็วหรือช้าเท่านั้น
-เราจะต้องรับมรดกแห่งกรรม
ทำกรรมอันใดไว้ ดีหรือชั่วก็ตาม เราจะ
ต้องรับผลแห่งกรรมนั้น
“พระองค์ผู้ประเสริฐ” พระนาง
เวเทห์ครวญต่อไป "หม่อมฉันเศร้าสลด
เพราะสงสารพระองค์สุดที่จะพรรณนาได้
พระองค์เคยทรงเป็นกษัตริย์สุขุมาลชาติ
เคยพรั่งพร้อมด้วยความสุขสมบูรณ์มา
แต่ทรงพระเยาว์
ไม่เคยประสบความ
ลำบากยากแค้น เคยมีข้าราชบริพาร
มากหลายอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะ
ทรงประสงค์สิ่งใด บัดนี้สิ่งเหล่านั้นหมด
แล้วไม่มีเหลืออยู่เลยพระองค์จะทรงทน
ภาวะอย่างนี้ไปได้อย่างไร หม่อมฉัน
สงสารพระองค์เกินเปรียบแล้ว”
พระนางก็ทรงพระกันแสงสะอื้นสั่นเทิ้ม
ไปทั้งองค์
แล้ว
"เวเทห์!” พระเจ้าพิมพิสาร
ตรัสด้วยพระกระแสเสียง ซึ่งปรากฏแก่
พระนางเสมือนเสียงสะท้อนจากภูเขา
"ความเป็นกษัตริย์สุขุมาลชาติของเรา
หรือของใคร ๆ ก็ตาม หรือความเป็นนั่น
เป็นนี่ทั้งปวง นั่นเป็นเพียงเปลือกของคน
หาใช่เป็นตัวคนที่แท้จริงไม่ มนุษย์เรา
บางทีก็วัดคุณค่าของคนกันที่เปลือก ยิ่งมี
เปลือกหนามากเท่าใด ก็แสดงถึงความ
เป็นคนอันสมบูรณ์มากขึ้นเพียงนั้น
แต่ความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ บางทีคน
บางคนยิ่งเปลือกหนามากยิ่งมีความเป็น
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๑๑๕