การเปรียบเทียบระหว่างความสุขและความทุกข์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 6 หน้า 113
หน้าที่ 113 / 124

สรุปเนื้อหา

สักปานใด พระองค์ไม่ทรงปรารถนา รัชสมบัติมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ไม่ ทราบจะสลัดประการใดประดุจบุคคลผู้มี ฟันคลอน เจ็บปวดร้าวระบมอยู่ จะ ถอนเองก็เหลือปัญญา ครั้นจะปล่อยไว้ ก็รำคาญและเจ็บปวดเมื่อมีนายแพทย์ผู้ ฉลาดและสามารถช่วยป้ายยาชาแล้วถอน ออกโดยมิให้เจ็บปวด เจ้าของฟันผู้นั้น ย่อมจะปลอดโปร่งและโล่งใจ ฉันใด พระเจ้าพิมพิสารกับรัชสมบัติก็ฉันนั้น พระองค์เป็นโสดาบันกษัตริย์ได้ถึงแล้ว ซึ่งกระแสธรรม ได้กระทบกับความเย็นฉ่ำ ของธรรมแล้ว “อันโสดาปัตติผลนี้ ประเสริฐ กว่าความเป็นเอกราชในแผ่นดิน กว่า ความเป็นใหญ่ในโลกทั้งปวงและกว่า สวรรค์วิมานชั้นใด ๆ ทั้งหมด ทั้งหมด” ความ ข้อนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ประเสริฐได้ตรัสไว้ - มือบุคคลได้สิ่งที่ประเสริฐกว่าเสีย แล้วจะใยดีอะไรกับสิ่งที่ต่ำกว่า อุปมาเหมือนสตรีผู้นิยมในค

หัวข้อประเด็น

- การเปรียบเทียบระหว่างความสุขและความทุกข์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

สักปานใด พระองค์ไม่ทรงปรารถนา รัชสมบัติมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ไม่ ทราบจะสลัดประการใดประดุจบุคคลผู้มี ฟันคลอน เจ็บปวดร้าวระบมอยู่ จะ ถอนเองก็เหลือปัญญา ครั้นจะปล่อยไว้ ก็รำคาญและเจ็บปวดเมื่อมีนายแพทย์ผู้ ฉลาดและสามารถช่วยป้ายยาชาแล้วถอน ออกโดยมิให้เจ็บปวด เจ้าของฟันผู้นั้น ย่อมจะปลอดโปร่งและโล่งใจ ฉันใด พระเจ้าพิมพิสารกับรัชสมบัติก็ฉันนั้น พระองค์เป็นโสดาบันกษัตริย์ได้ถึงแล้ว ซึ่งกระแสธรรม ได้กระทบกับความเย็นฉ่ำ ของธรรมแล้ว “อันโสดาปัตติผลนี้ ประเสริฐ กว่าความเป็นเอกราชในแผ่นดิน กว่า ความเป็นใหญ่ในโลกทั้งปวงและกว่า สวรรค์วิมานชั้นใด ๆ ทั้งหมด ทั้งหมด” ความ ข้อนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้ประเสริฐได้ตรัสไว้ - มือบุคคลได้สิ่งที่ประเสริฐกว่าเสีย แล้วจะใยดีอะไรกับสิ่งที่ต่ำกว่า อุปมาเหมือนสตรีผู้นิยมในความงาม เมื่อ ได้เพชรแท้มาประดับศรแล้วเธอจะเป็นใจ มายินดีในพลอยหุงได้ไฉน หรืออีกอุปมา หนึ่งเหมือนนักโทษผู้ถูกจองจำพันธนาการ มาเป็นเวลานาน ยินดีพอใจรับประทาน ข้าวแดงและผักดอง เพราะความหิว ต่อมาเมื่อหลุดพ้นจากเรือนจำแล้ว ได้ รับการอภิเษกให้เป็นกษัตริย์ ย่อมบริโภค อาหารอย่างที่กษัตริย์จึงเสวย เขาผู้นั้น ย่อมไม่อาลัยในข้าวแดงและผักดองอีก ฉันใด ก็ฉันนั้น ก พระเจ้าอชาตศัตรูได้รัชสมบัติแล้ว ก็นิยมชมชื่นในรัชสมบัติตามประสาคนหนุ่ม แต่ความนิยมชมชื่นและความสุขของ พระองค์ ก็เหมือนความสุขของคนซึ่งไป แย่งภรรยาของผู้อื่นมาครอง หรือเหมือน สตรีที่แย่งสามีของผู้อื่นก็ดุจกัน เจ้าของ เขาจับได้แล้วยกให้เพราะความกรุณาและ มีน้ำใจดี แต่ผู้ที่แย่งของเขามาจะมี ความสุขโดยสมบูรณ์ก็หาไม่ คอยระแวง และระวังอยู่เสมอ เกรงว่าเจ้าของเดิม จะมาแย่งคืนไป นอกจากนี้คราใดระลึก ขึ้นว่า ของนั้นตนได้มาโดยมิชอบธรรม ก็ให้รู้สึกสะท้อนสะท้านใจ เสียวแปลบ ในหัวใจเหมือนมีเข็มมาแทงสักร้อยเล่ม บุคคลประเภทนี้ ถ้าปราศจากมโนธรรม คอยเหนี่ยวรั้งแล้ว มักจะทำกรรมเรื่อง เดียวกันนั้นเองซ้ำ ๆ เข้าไปอีก เพื่อให้ เห็นเรื่องเดิมเป็นธรรมดา เพราะทำเสีย จนเคยชิน ฝ่ายพระเทวทัตดีใจยิ่งนักที่แผน การของตนบรรลุผลสำเร็จตาม ความประสงค์ ความสำเร็จของพระเจ้า อชาตศัตรูเหมือนความสำเร็จของตนใกล้ เข้ามาถึงครึ่งหนึ่งแล้ว บัดนี้พระเทวทัต มีลาภสักการะและมีคนเคารพนับถืออยู่ ในกรุงราชคฤห์มิใช่น้อย ทั้งนี้ด้วยอิทธิพล ของกษัตริย์พระองค์ใหม่ ความสำเร็จใน ขั้นนี้เป็นประดุจเชื้อเพลิงที่จุดให้ความ ปรารถนาของพระเทวทัตโหมแรงขึ้น "จะยากอะไร" พระเทวทัตคิด “บัดนี้ อชาตศัตรูศิษย์เราเป็นใหญ่กว่าคนทั้งปวง ในอาณาจักร เราจะหาอุบายปลงพระชนม์ พระพุทธเจ้าเสีย แล้วเป็นใหญ่ในฝ่าย พุทธจักรเสียเอง ครานี้ละพระโคดมเอย พระองค์จะเห็นเองว่า เทวทัตนี้มิใช่ บุคคลที่พระองค์จะกีดกันได้โดยง่าย” แล้วพระเทวทัตก็หัวร่อก้องกังวานเหมือน จะเย้ยฟ้าท้าโลก - เย็นวันหนึ่ง พระเทวทัตจึงเข้า เฝ้าพระเจ้าอชาตศัตรูกระทำตนเหมือน เป็นที่ปรึกษาราชการของกษัตริย์พระองค์ ใหม่ เมื่อได้ทูลถามเรื่องอื่น ๆ จนพอ ใจแล้วหันมาถามถึงพระเจ้าพิมพิสารว่า "มหาบพิตร! สมเด็จพระ ราชบิดาทรงสำราญดีอยู่หรือ?” กัลยาณมิตร ๑๑๑ Kalyanamitra.org
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More