การเข้าถึงพระนิพพาน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 6 หน้า 52
หน้าที่ 52 / 124

สรุปเนื้อหา

ไปทุกฝีเท้าย่างก้าว จนไม่อาจจะพบ กับความสุขที่แท้จริงของชีวิตได้ ยิ่งอยู่ ห่างไกลจากต้นกำเนิดของแสงสว่างมาก เพียงใด ชีวิตของเราก็จะยิ่งตกอยู่ใน อันตรายมากเพียงนั้น ภัยในป่าอันมืดรกทึบ ย่อมเกิดขึ้นได้รอบด้านทุกเวลา เช่น ภัย จากสิงสาราสัตว์ คนร้าย และอุบัติเหตุ ต่าง ๆ เป็นต้น ในทำนองเดียวกัน ภัยแห่งชีวิต ก็ย่อมเกิดขึ้นได้รอบด้าน ทุกเวลาทันทีที่เราก้าวถอยห่างออกจาก พระนิพพาน เช่น ความทุกข์และความ คับแค้นใจอะไรเหล่านี้เป็นต้น แต่ทันทีที่ อะระหัง ก็ดี จะต้องกระทำอย่างง่าย ๆ สบาย ๆ ด้วยใจที่ชุ่มชื่นเบิกบานตลอด ทั้งในขณะที่กำลังเจริญภาวนา เวลา หรือแม้จะเลิกเจริญภาวนาแล้วก็ตาม เมื่อใจของเราตรีกนึกถึงดวงแก้วที่ศูนย์- กลางกายบ่อยครั้งเข้า ใจของเราก็จะ หยุดนิ่งจนสงบระงับ ทำให้สามารถเข้า ถึงดวงปฐมมรรค อ

หัวข้อประเด็น

- การเข้าถึงพระนิพพาน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ไปทุกฝีเท้าย่างก้าว จนไม่อาจจะพบ กับความสุขที่แท้จริงของชีวิตได้ ยิ่งอยู่ ห่างไกลจากต้นกำเนิดของแสงสว่างมาก เพียงใด ชีวิตของเราก็จะยิ่งตกอยู่ใน อันตรายมากเพียงนั้น ภัยในป่าอันมืดรกทึบ ย่อมเกิดขึ้นได้รอบด้านทุกเวลา เช่น ภัย จากสิงสาราสัตว์ คนร้าย และอุบัติเหตุ ต่าง ๆ เป็นต้น ในทำนองเดียวกัน ภัยแห่งชีวิต ก็ย่อมเกิดขึ้นได้รอบด้าน ทุกเวลาทันทีที่เราก้าวถอยห่างออกจาก พระนิพพาน เช่น ความทุกข์และความ คับแค้นใจอะไรเหล่านี้เป็นต้น แต่ทันทีที่ อะระหัง ก็ดี จะต้องกระทำอย่างง่าย ๆ สบาย ๆ ด้วยใจที่ชุ่มชื่นเบิกบานตลอด ทั้งในขณะที่กำลังเจริญภาวนา เวลา หรือแม้จะเลิกเจริญภาวนาแล้วก็ตาม เมื่อใจของเราตรีกนึกถึงดวงแก้วที่ศูนย์- กลางกายบ่อยครั้งเข้า ใจของเราก็จะ หยุดนิ่งจนสงบระงับ ทำให้สามารถเข้า ถึงดวงปฐมมรรค อันเป็นต้นทางไปสู่ พระนิพพานได้ ดวงปฐมมรรคมีลักษณะ เป็นดวงใสคล้ายเพชรกลมรอบตัว มี ขนาดอย่างเล็กเท่ากับดวงดาวในอากาศ อย่างกลางเท่ากับพระจันทร์ในคืนวันเพ็ญ เราหันหน้าเดินเข้าหาแสงสว่างแล้วชีวิต แข็งแรงก็ค่อย ๆ เสื่อมสภาพ แล้วก็ อย่างใหญ่เท่ากับพระอาทิตย์ตอนเที่ยงวัน ของเราก็ย่อมจะต้องแจ่มใสเบิกบาน และ หลุดร่วงไปจากปากของเราทีละสองซี่ เมื่อวางใจไว้ถูกส่วนที่กลางดวงปฐมมรรค มั่นคงปลอดภัยอย่างแน่นอน แสงริบหรี่ ดังนี้เป็นต้น นี่แหละคือโทษและความ แล้ว ก็จะเห็นกายต่าง ๆ ซ้อนกันอยู่ จากที่ไกล ๆ ในความมืด ย่อมทำให้ ไม่เที่ยงแท้ของโลกามิสที่มนุษย์พากัน ภายในตามลำดับใจของเราที่ปล่อยวาง เราใจชื้นขึ้นและหายสะดุ้งหวาดกลัวภัย หลงติดอยู่ จากคนและสัตว์ได้ฉันใด แสงพระนิพพาน เมื่อพิจารณาเห็นโทษและความ อันเป็นแสงสว่างของชีวิต ก็ย่อมทำให้ ไม่เที่ยงแท้ของของโลกามิสแล้ว พระผู้มี เรามีความสุขและหายสะดุ้งหวาดกลัวภัย | พระภาคเจ้าจึงทรงสอนให้เราปล่อยวางใน เหยื่อล่ออารมณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ แล้วให้ ของชีวิตได้ฉันนั้น อารมณ์ต่าง ๆ ได้แล้ว ก็จะแล่นผ่าน กายเหล่านี้ เริ่มตั้งแต่กายมนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายพรหม กายอรูปพรหม กายธรรม และกายธรรมในกายธรรม จนกระทั่งถึงกายธรรมองค์ที่สุด คือที่ ปัจจุบันนี้ มนุษย์พากันละเลย มีใจนึกยินดีในพระนิพพานแทน เพราะ กายธรรมอรหัตที่สะอาดบริสุทธิ์ หมดจด กระแสของพระนิพพานเสียสิ้น หันไป พระนิพพานเป็นที่บรรเทาความเมา และ จากกิเลสอาสวะทั้งหลาย ที่จะนำเราเข้า หมกมุ่นยินดีในเหยื่อล่อคือ วัตถุ ทำให้ ดับกระหายความทะยานอยาก อันเป็น สู่อายตนะนิพพานอันเที่ยงแท้นิรันดร นี่ ได้รับความทุกข์ทรมานทั้งทางด้านร่างกาย ต้นเหตุของความทุกข์ทั้งหลายให้หมดไป คือเป้าหมายที่แท้จริงของการเกิดมาเป็น และจิตใจ จนกระทั่งแตกดับไปเสมือน จนเหลือแต่สิ่งที่เราต้องการเพียงอย่างเดียว มนุษย์ จึงขอให้เราทุกคนน้อมนำพุทธวัจนะ ปลาที่ติดเบ็ด ฉะนั้นเมื่อเห็นโทษของ คือความสุขอันเป็นอมตะ การมีใจยินดี ข้างต้นมาจดจำและปฏิบัติทุก ๆ วัน โลกามิสแล้ว ว่าทำให้เราค่อย ๆ ในพระนิพพานก็คือ การทำใจให้หยุด อย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จิตใจของเราจะได้ ถอยห่างออกจากพระนิพพานไปสู่ความมืด นิ่งที่กลางตัวของเรา อันเป็นที่ตั้งที่เดียว สะอาดสูงส่งพร้อมที่จะเข้าสู่กระแสของ ของชีวิต จากนั้นจงพิจารณาให้เห็นว่า ของพระนิพพาน ซึ่งจะกระทำได้ก็ด้วย พระนิพพานตลอดไป โลกามิสเป็นสิ่งที่มีอยู่ชั่วคราว เกิดขึ้น การเจริญภาวนาเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ตั้งอยู่แล้วก็สลายไป บางครั้งสิ่งนี้ก็ จึงจะสำเร็จ วิธีเจริญภาวนาก็คือ วิธี พลัดพรากจากเราไปก่อน และบางครั้ง ปรับกายและใจให้เบาสบายถูกส่วน ดัง เราก็พลัดพรากจากสิ่งนี้ไปก่อน ล้วน ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น แล้วจึงกำหนด แล้วแต่หามีแก่นสารสาระอันใดให้ยึดถือ บริกรรมนิมิตเป็นดวงแก้วใสกลมรอบตัว โต ไม่ แม้กระทั่งร่างกายอันเป็นที่รักของเราเอง เท่ากับแก้วตาหรือปลายนิ้วก้อย ก็ยังพลัดพรากจากเราไปก่อนที่เราจะ นิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ แล้วภาวนา ตายก็มี เช่น ผมที่เคยดำก็ค่อย ๆ เปลี่ยนสี | “สัมมา อะระหัง ๆ ๆ” ควบคู่กันไป แล้วก็หลุดร่วงไปจากศีรษะ ฟันที่เคย การนึกภาพนิมิตก็ดี การภาวนาสัมมา ๕๐ กัลยา ณ มิตร Kalyanamitra.org หยุด
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More