ข้อความต้นฉบับในหน้า
บัดนี้เขาไม่มีเงิน ไม่มีที่อยู่ ไม่มี ครองกรุงพาราณสี เศรษฐีผู้หนึ่งเป็นคน
อาหาร มีเพียงเสื้อผ้าพันกายอยู่ชุดเดียว ใจบุญสุนทาน โอบอ้อมอารีและขยัน
เพื่อนฝูงที่เขาเคยเลี้ยงดูก็ไม่ถือว่าเขา ขันแข็ง เขามีบุตรชายเพียงคนเดียว จึง
เป็นเพื่อน เพราะเขาเป็นคนเกียจคร้าน เลี้ยงดูทะนุถนอมตามใจบุตรชายทุกอย่าง
ไม่ยอมทำอะไร รู้จักแต่จะเที่ยวจะเล่น บุตรชายจึงทำงานอะไรไม่เป็น
เท่านั้น เมื่อไม่มีใครคบค้าด้วย เขาไม่มี แต่คบเพื่อนฝูงเที่ยวเตร่ไปวัน ๆ
ที่จะไป จึงได้แต่อาศัยชายคาบ้านเรือน ต่อมาเมื่อเศรษฐีแก่ชราและสิ้นชีวิต
ของชาวบ้านหลบร้อนหลบแดด เขาทำ ลง ก็ได้ไปเกิดเป็นพระอินทร์ เพราะผล
อะไรไม่เป็นสักอย่างเดียว ใครต่อใคร
แห่งกรรมดีที่ตนกระทำไว้
ชอบ
จึงพากันรังเกียจ คนเกียจคร้านอย่างเขา
ส่วนบุตรชายเศรษฐีเมื่อมีทรัพย์สิน
อีกไม่นานต่อมาเขาก็อดตายอยู่ริมกำ-
แพงบ้านแห่งหนึ่ง ตายเหมือนหมาข้างถนน
เงินทองจำนวนมหาศาลอยู่ในมือ ก็ไม่
คิดจะทำงานการอะไรให้เหนื่อยยาก เขา
อนาถปิณฑิกเศรษฐีรู้สึกสังเวช เพียงแต่อยากจะอวดความเป็นคนใจกว้าง
สลดใจในการสิ้นชีวิตของหลานผู้นี้ยิ่งนัก ของตนเองเท่านั้น จึงได้สร้างศาลาใหญ่
วันหนึ่งเมื่อมีโอกาส เขาจึงกราบทูลถาม
พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถึงสาเหตุที่หลาน
ผู้นี้ได้ทรัพย์สินเงินทองไปเท่าไร ๆ ก็ไม่
รู้จักพอ เอาแต่เที่ยวเตร่ล้างผลาญวอดวาย
อยู่ร่ำไป พระพุทธองค์จึงตรัสปลอบใจ
แล้วตรัสเล่าถึงคนไม่รู้จักใช้ทรัพย์ว่า ใน
ขึ้นหลังหนึ่ง ให้คนเข้าไปดื่มสุราได้ฟรี ๆ
นอกจากนั้นยังมีการเต้นรำขับร้อง เล่น
การพนัน สรรหาของกินรสอร่อย ๆ
อย่างไม่อั้นมาเลี้ยงกันอีก
ไม่นานนัก มรดกมหาศาลจำนวน
๔๐
ถึง โกฏิที่มีอยู่ก็ถูกเขาผลาญ
อดีตชาติครั้งหนึ่ง แม้พระองค์จะประทาน จนหมดเกลี้ยง ต้องเอาข้าวของ บ้าน
หม้อสารพัดนึกให้คนไม่รู้จักใช้ ก็ไม่รู้จัก
เรือนออกขาย
เมื่อได้เงินก็เอามากิน
ใช้อยู่นั่นเอง ทำลายของวิเศษของตัวเอง มาเลี้ยงกันจนหมด เขาจึงกลายเป็นคน
ให้พินาศไปจนได้ ท่านอนาถบิณฑิกจึง ยากจน ไร้ญาติขาดมิตร มีเพียงเสื้อผ้า
กราบทูลอาราธนาให้พระพุทธองค์ตรัส เก่า ๆ พันกาย เดินขอทานไปตามที่
เล่าเรื่องในอดีต ซึ่งก็เป็นดังนี้ค่ะ
ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัต
ต่าง ๆ
ฝ่ายบิดาซึ่งเป็นพระอินทร์ เห็น
Ma
โทละ
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๓๙