ข้อความต้นฉบับในหน้า
พระธรรมเทศนา
โดย
หลวงพ่อธัมมชโย
(คัดมาจากหนังสืออนุสรณ์การฌาปนกิจ นางโนรี
เอื้อทวีกุล ณ เมรุวัดธาตุทอง วันเสาร์ที่ ๑๙
สิงหาคม พ.ศ.๒๕๓๒)
อายตนะนิพพาน
พ
วกเราที่มาประชุมพร้อมกันใน มีราชกุมาร ๓๐ คน ได้พามเหสีไปเล่น
วันนี้ ล้วนเป็นผู้มีปัญญา ซ่อนหากันอยู่ที่ป่าฝ้ายราชกุมารพระองค์
ทั้งสิ้น ได้เสียสละเวลาอัน หนึ่งไปจ้างหญิงงามเมือง หญิงโสเภณี
มีค่ามาแสวงหาสาระของชีวิต แสวงหา มาเป็นมเหสีชั่วคราวเป็นมเหสีกำมะลอ
บุญกุศล อันจะนำตนให้หลุดพ้นจาก ก่อนจะไปเล่นซ่อนหากัน ก็ถอดเครื่อง
ความเวียนวนในวัฏสงสาร บุญนี้แหละ ประดับฝากมเหสีของตัวแล้วไปเล่นซ่อนหา
จะเป็นประดุจธรรมนาวาพาไปถึงฝั่งแห่ง กัน มเหสีกำมะลอได้เครื่องประดับที่
ความสุขที่ไม่มีทุกข์เจือปนเลย พระพุทธ เป็นของฝากจากราชกุมารก็คิดในใจว่า
เจ้าท่านจึงได้ตรัสว่า "บุญเป็นชื่อของ เราเอาของฝากอันนี้ เครื่องประดับนี้ไป
ความสุข ผู้มีความสุข จิตย่อมตั้งมั่น ขาย จะทำให้เรามีชีวิตสบายไปชาติหนึ่ง
เป็นสมาธิ ผู้มีจิตตั้งมั่นเป็นสมาธิย่อมรู้ ไม่ต้องเป็นโสเภณี ก็หาทางหลบหนีเอา
เห็นไปตามความเป็นจริง”
วันนี้ เราจะได้ศึกษาพุทธภาษิตที่
ว่า "อตฺตาหิ อุตโน นาโถ ซึ่งแปลว่า
ตนแลเป็นที่พึ่งแห่งตน” คำว่าตนนี้เป็น
ของลึกซึ้งอย่างยิ่ง ยากต่อการเข้าใจ
เครื่องประดับหนีไปเลย เมื่อพระราชกุมาร
เลิกเล่นซ่อนหากลับมาหามเหสีของตัว องค์
ที่มีมเหสีกำมะลอไม่เจอมเหสีเสียแล้ว ก็
ช่วยตามหากันใหญ่ เพราะเสียดาย
เครื่องประดับ ไปเจอพระผู้มีพระภาคเจ้า
ส่วนมากแล้วจะไม่รู้ว่าอะไรเป็นตน อะไร ทรงประทับอยู่ใต้โคนไม้ ก็เข้าไปทูลถามว่า
ไม่ใช่ตนที่ไม่เข้าใจว่าอะไรเป็นตนและไม่ใช่ พระองค์เห็นหญิงคนหนึ่งหอบเครื่องประดับ
ตนนี้ ใช่ว่าจะมีแต่พวกเราสมัยนี้ก็หาไม่
แม้แต่ในสมัยพุทธกาลก็มีเหมือนกัน
ดังมีเรื่องเล่าว่า ในสมัยพุทธกาล
มาทางนี้บ้างไหม? ท่านก็ถามว่า "จะหา
หญิงคนนั้นหรือจะหาตัวเอง (ที่แท้จริง)?"
ท่านพูดลึกที่เดียวนะ คือท่านทรงทราบว่า
กัลยาณมิตร ๗๙