ข้อความต้นฉบับในหน้า
โดย วศิน อินทสระ
พระเจ้าอโศกมหาราช
บท ๘
ความเป็นมา
แท่งผู้สร้างนครปาฏลีบุตร
ตอน ปลงพระชนม์
พ
ระเจ้าพิมพิสารถูกตัดขาดจาก
พระกระยาหารโดยพระบรม -
ราชโองการ แห่งเยาวกษัตริย์
อชาตศัตรู ความหวังในการจะทรง
พระชนม์ชีพอยู่ของพระองค์เหลือน้อย
เต็มที่แล้ว ประหนึ่งหยาดวารีซึ่งกลอกกลิ้ง
อยู่บนใบแห่งปทุมชาติ เมื่อแสงสูรย์
ส่องสาดลงมาก็จะพลันเหือดแห้งหายไป
ถึงกระนั้นก็ตาม พระองค์ก็ยัง
ทรงหวัง หวังว่าพระชนม์ชีพของพระองค์
อาจจะยืดยาวต่อไปอีก มนุษย์เราก็
เหมือน ๆ กันทั้งนั้น มีชีวิตอยู่ด้วยความหวัง
แม้บางที่ตัวเขาเองก็ตอบตนเองไม่ได้ว่า
หวังไปทำไม และเพื่ออะไร ก็ความหวัง
นี่เองมิใช่หรือที่เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงดวงใจ
น้อย ๆ ของมนุษย์ให้ชุ่มฉ่ำมีพลังในการ
ที่จะทำอะไร ๆ ต่อไปอีก เมื่อสูญสิ้น
แล้วซึ่งความหวัง ชีวิตของผู้นั้นก็มีแต่จะ
เหี่ยวแห้งโรยราเหมือนพฤษภาหาน้ำและ
ปุ๋ยหล่อเลี้ยงมิได้ มีแต่จะยืนต้นตายอยู่
กลางทุ่งก็ปานกัน ความหวังอันหนึ่งของ
มนุษย์ก็คือหวังให้มีอายุยืนยาว แต่จะมี
มนุษย์สักกี่คนในโลกที่จะสมหวังในเรื่องนี้
ชีวิตนี้ไม่มีอะไร
นอกจากความว่างเปล่า
ความเหน็ดเหนื่อย
และทนทุกข์ทรมาน
ทรมานไปจนกว่า
ความแตกดับจะมาถึงทุกชีวิต
กระเสือกกระสนอยู่ในทะเล
แห่งความทุกข์
เนื่องจากเป็นพุทธสาวก นอริยะ
เบื้องต้นคือโสดาบัน พระเจ้าพิมพิสาร
จึงสามารถหาอาหารอีกอย่างหนึ่งมาชดเชย
พระกระยาหารทางพระวรกายที่ขาดไป
นั้นคือ "ธรรม" ทรงอาศัยความเอิบอิ่ม
ในธรรม ทรงอาศัยธัมโมชะ รสแห่ง
พระธรรม สามารถทำให้อินทรีย์แห่ง
พระองค์ผ่องใสอยู่ได้
พระองค์ทรงจงกรมคือ เสด็จ
ดำเนินกลับไปกลับมาในบริเวณที่คุมขังนั้น
ทรงพิจารณาธรรมที่พระตถาคตเจ้าเคยทรง
แสดงแก่พระองค์ ทรงพิจารณาสังขาร
ในรูปลักษณะแห่งความแปรปรวน ตั้งอยู่
ไม่ได้นาน ไม่มีอะไรควรจะยึดมั่นถือมั่น
ว่า นี่เป็นเรานั่นเป็นของเรา ชีวิตนี้ไม่มี
อะไรนอกจากความว่างเปล่า ความเหน็ด
เหนื่อย และทนทุกข์ทรมาน ทรมานไป
จนกว่าความแตกดับจะมาถึง ทุกชีวิต
กระเสือกกระสนอยู่ในทะเลแห่งความ
ทุกข์ ถึงกระนั้นมนุษย์ส่วนใหญ่ก็ยัง
พอใจที่จะก่อให้เกิดชีวิตใหม่ขึ้น เพื่อรับ
มรดกแห่งความทุกข์ทรมานไปอีกไม่มีที่
สิ้นสุด
วันที่ ทันใดนั้นโทษแห่งสังสารวัฏคือ
การเวียนว่ายตายเกิดก็พลุ่งโพลงขึ้นใน
พระทัยประหนึ่งไฟดวงใหญ่สว่างโร่ขึ้นใน
มุมมืด ทำให้พระองค์ทรงมองเห็นชีวิต
เป็นเพียงกระแสที่ไหลวนอันหนึ่ง ซึ่ง
กัลยาณมิตร ๙๗