ข้อความต้นฉบับในหน้า
ราชกุมารผู้นี้ไม่ได้รู้จักตัวเองที่แท้จริงเลย ไม่ใช่โลกอื่น ไม่ใช่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์
ๆ
รู้จักแต่เนื้อหนังที่เน่าเปื่อย รู้จักแต่ตัว
ปลอม เท่านั้น ก็จะเที่ยวหาแต่ตัว
ปลอมอยู่ร่ำไปจะได้เรื่องอะไร ราชกุมาร
เป็นคนมีปัญญา บุญเก่ามาถึงในตอน
ช่วงนั้นพอดี ทำให้สะดุดใจในคำทัก
ของพระองค์ท่าน ก็เลยบอกออกไปว่า
“หาตัวเองดีกว่าพระเจ้าข้า” เออ ถ้าจะ
หาตัวเองละก็เราจะสอนให้ ท่านก็สอน
ดวงดาว เพราะของพวกนี้ยังอยู่ในภพ
ทั้งสาม ไม่ใช่อะไรทั้งสิ้นที่อยู่ในภพทั้งสาม
ไม่ใช่กามภพ ไม่ใช่รูปภพ ไม่ใช่อรูปภพ
ท่านใช้ศัพท์ภาษาบาลีมากมาย แต่ว่า
พูดเป็นภาษาไทยย่อ ๆ อย่างนี้ ท่าน
บอกว่าที่อยู่ของธรรมกายนั้นมี อายตนะ
ถอดขันธ์เข้าไปตามลำาดับ
นั้นมีอยู่ ไม่ใช่อะไรทั้งสิ้นในโลกตามที่ ทำใจให้หยุดนิ่งเข้าไปภายในอย่างนี้
เข้าใจกัน ชาวโลกทุกสมัยทั้งอดีต ปัจจุบัน
ไปว่า กายข้างนอกนี่ไม่ใช่ตัวจริงนะ และอนาคต มักจะเข้าใจกันอย่างนี้
เป็นตัวปลอม เราอย่าเสียเวลาไปหาตัว เนื่องจากขาดความรู้ที่สมบูรณ์คือ รู้ต้น
ปลอมเลย ตัวปลอมมีแต่ความไม่จีรัง รู้กลาง แต่ไม่รู้ปลาย จึงรู้ไม่ตลอด
ยั่งยืน และมีแต่ระทมทุกข์ตลอดเวลา แทงไม่ตลอด พระพุทธเจ้าท่านมองเห็น
ทุกข์ตั้งแต่เกิดมาจนกระทั่งถึงบัดนี้นะ จะ
ตลอด ท่านรู้แจ้งแทงตลอด เพราะท่าน
ความรู้บริสุทธิ์ก็
พอลืม ๆ ความทุกข์ได้ก็ต้องมาเล่นซ่อนหา เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมกายได้สำเร็จ
อย่างนี้แหละ แต่คลายความทุกข์ไปได้ เป็นพระพุทธเจ้า
เพียงชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น มันยังไม่ เกิดขึ้น จึงรู้ได้รอบตัว เห็นได้รอบตัว
เป็นจริงเป็นจังอะไร ควรแสวงหาตัวจริง รู้แจ้งเห็นแจ้งแทงตลอด ทะลุปรุโปร่ง
ซึ่งมีอยู่ในตัวปลอมนี้แหละ โดยเอาใจ หมดทั้งอดีต ทั้งปัจจุบัน ทั้งอนาคต
กลับเข้าไปสู่ภายใน ทำใจให้หยุดนิ่งเข้า ทรงตรวจตราดูความรู้ความเห็นอันบริสุทธิ์
ไปภายในอย่างนี้ ถอดขันธ์เข้าไปตาม ของพระองค์ กับของผู้รู้เก่า ๆ แก่ ๆ
ลำดับกระทั่งถึงธรรมกาย เมื่อไรเห็น คือพระพุทธเจ้าในอดีต ว่าตรงกันไหม?
ธรรมกายก็จะรู้จักตัวของตัวเอง เมื่อนั้น ปรากฏว่าตรงกันหมด ทรงยืนยันเหมือน
จะมีแต่ความสุขล้วน ๆ ไม่มีทุกข์เจือเลย
ราชกุมารก็นั่งฟังไป ปฏิบัติไป ทำใจ
หยุดนิ่งไม่ประมาทเลย ในไม่ช้าก็จะเข้า
ถึงตัวเองได้ รู้จักตัวตนที่แท้จริง พวก
เราก็เช่นเดียวกันนะ ตัวตนที่แท้จริงของ
เรานั้นคือ ธรรมกายนี่เองมิใช่ใครอื่น
ธรรมกายนี่แหละคือพระนิพพานที่จะ
นำเราไปสู่อายตนะนิพพาน
พระนิพพานนั้นอย่างหนึ่ง อายตนะ
นิพพานก็อีกอย่างหนึ่ง อายตนะนิพพาน
คือที่อยู่ของพระนิพพาน แม้พระสัมมา
สัมพุทธเจ้าท่านจะดับขันธปรินิพพานนาน
มาแล้วก็ตาม แต่ยังมีพระธรรมกาย
ปรากฏอยู่ในอายตนะนิพพาน
อายตนะนั้นมีอยู่ ไม่ใช่ดิน น้ำ ลม
ไฟ อย่างที่เราเห็น ๆ กันนี้ ไม่ใช่โลกนี้
๔๐ กัลยาณมิตร
กระทั่งถึงธรรมกาย
เมื่อไรเห็นธรรมกาย
ก็จะรู้จักตัวของตัวเอง