ข้อความต้นฉบับในหน้า
สามารถจำ รู้ และประสบกับผลของ
อดีตได้อีกด้วย
สูตรานติกะ เป็นบทที่แนบเพิ่มเติมใน ที่เกิดจากความตั้งใจ (กรรมเจตวิตวา)
อรรถกถา ปฏิเสธเรื่องตัวตนของวาดสี ถือได้ว่า การกระทำนั้นเป็นสิ่งปรุงแต่ง
ปุตรียะในพระพุทธศาสนา และปรัชญา เพราะฉะนั้น มันจึงไม่เที่ยง เมื่อ
ไวเศษิกของฮินดู วสุพันธุเรียกคำสอนที่ การกระทำอันเป็นเหตุไม่เที่ยงเสียแล้ว อนาคมวาท (อนัตตวาโท)
ผลจะส่งให้ผู้กระทำในปัจจุบันได้อย่างไร?
ตนนำอธิบายในรูปพระคาถานี้ว่า ไวภา
ษิกะแห่งกัษมีระ โดยเน้นถึงความเป็น ปัญหานี้ มีทั้งในพระพุทธศาสนาและ
เลิศของนักปราชญ์กับมีระอีกด้วย ผลงาน
ของวสุพันธุ์และยโสมิตรเป็นรากฐานของ
สราวาสติวาทและสูตรานติกะโดยแท้
บทความนี้มีจุดประสงค์ ๒ ข้อ
กล่าวคือ พิสูจน์การแก้ปัญหาเรื่องกรรม
ของไวภาษีกะและสูตรานติกะ เหตุที่ผู้
เขียนใช้คำว่า "ปัญหา" เพราะทฤษฎี
เรื่องกรรม มีคำถามที่เป็นหัวใจสำคัญ
ในพระพุทธศาสนา ๒ ข้อ กล่าวคือ
สิ่งที่ปรุงแต่ง ย่อมไม่เที่ยง และทุกสิ่งไม่
ใช่ตัวตน (อนาตมาน) การกระทำใด ๆ
๕๐ กัลยา ณ มิตร
ลัทธิพราหมณ์ นิกายวาตลีบุตริยะของ
อริยสังฆติยสะ ในพระพุทธศาสนา ซึ่ง
แยกออกมาจากสราวาสติวาท กล่าวไว้
ว่า พระสูตรสอนเรียงความมีตัวตน
(ปุทคลาวาท, อาตมวาท) ไว้ชัดเจน ตัว
คนนี้จะเป็นที่ตั้ง และเป็นกำลัง (อาศรัย)
ของใจที่ไหลแปรปรวนอยู่ตลอดเวลา สิ่ง
ที่จะพิสูจน์ความจริงข้อนี้ได้ก็คือ ทฤษฎี
เรื่องกรรม ส่วนลัทธิพราหมณ์สอนเกี่ยวกับ
ตัวตนว่า ตัวตนอันไม่เสื่อมสลาย (นิตยะ)
เป็นบ่อเกิดของสติและการกระทำ มัน
วสุพันธุ์ ไม่ยอมเชื่อเรื่องตัวตนทั้ง
ในและนอกพระพุทธศาสนา ดังต่อไปนี้
ไม่มีวิธีหลุดพ้นอื่นใดนอกจากนี้อีก
แล้วหรือ? ไม่มี เพราะเหตุใดกันเล่า?
ก็เพราะเขาเหล่านั้น (กุตรกยาหะ)
ไม่รู้ว่าคำว่า “ตัวตน” หมายถึงสิ่งที่มา
ประกอบกันเป็นชุด (สกันธสังตาน) ถ้า
อย่างนั้น พวกเขารู้อะไรหรือ? ก็รู้ ผิด ๆ
ว่าตัวตน (อาตมัน) เป็นความจริงที่เห็น
ได้ชัดเจน (ทรัพยานตระ) (ทั้งอยู่เหนือ
และนอกเหนือสิ่งที่มาประกอบกันเป็นชุด)
การยึดติดในตัวตนนี่เอง ที่ทำให้เกิด
ความทุกข์ (เกลศ)