ข้อความต้นฉบับในหน้า
กายธรรมนั้นมีอยู่หลายระดับ สนเข้าไปที่ศูนย์กลางกายเหมือนกับการ ให้นิ่งให้ใส พร้อมกับบริกรรมภาวนาใน
กายธรรมในเบื้องต้นเรียกว่า โคตรภู สนเข็ม จะเห็นเป็นช่องเล็ก ๆ แล้วสอด | ใจว่า "สัมมาอะระหัง ๆ ๆ" ให้คำภาวนา
กายธรรม โครตภูก็หมายถึงกายธรรมที่ ใจเข้าไปติดนิ่งอยู่ตรงนั้น อย่าให้เหลื่อม | “สัมมาอะระหัง” ที่เกิดขึ้นคล้าย ๆ กับ
พ้นจากการเป็นปุถุชน แต่ยังไม่เป็น ซ้ายเหลื่อมขวา อย่าเพ่งแรงเกินไป เสียงที่เกิดขึ้นในความคิด เป็นเสียงที่
พระอริยเจ้า อยู่ระหว่างกึ่งทางระหว่าง อย่านั่งด้วยความ
ความทะยานอยาก อย่าได้ ละเอียดอ่อนทางใจ ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการ
ความเป็นพระโสดาบันกับความเป็นปุถุชน ความพยายามมากเกินไป วางใจ เกิดขึ้นของดวงแก้วใส ๆ เราประคองควบคู่
เหมือนขาข้างหนึ่งอยู่ในภพทั้งสาม อีก สบาย 1 คล้ายกับเราคิดอะไรสักเรื่อง กันไป เราภาวนา “สัมมา อะระหัง”
ข้างหนึ่งอยู่ในอายตนะนิพพาน ตามนุษย์ หนึ่งที่เราชอบ แต่คิดวนอยู่ที่ศูนย์กลาง พร้อมกับประคองดวงแก้วใส ๆ ให้หยุด
ธรรมดา ความรู้ความเห็นไม่กว้างขวาง กายตรงนั้นที่เดียว กำหนดบริกรรมนิมิต นิ่งอยู่ภายในตัวของเรา ภาวนาไป
เพราะจิตยังคับแคบ ยังขุ่นมัว ยังหงุด เป็นดวงแก้วใส ๆ เหมือนกับเพชรลูกที่ 1 เรื่อย 1 จนกว่าใจของเราไม่อยากจะ
หงิด ยังโกรธคนโน้นคนนี้ ทำให้ เจียระไนแล้ว ไม่มีขนแมว ไม่มีขีด ไม่ ภาวนา คืออยากจะอยู่เฉย ๆ อยากจะ
พิจารณาอะไรไม่แจ่มชัด พอถึงกายธรรม มีขวน ไม่มีไฝ ไม่มีฝ้า โตเท่ากับแก้วตา นึกถึงแต่ดวงแก้วอย่างเดียว เพราะรู้สึก
จะเห็นชัดเจน เพราะอารมณ์เหล่านั้น หรือเท่ากับปลายนิ้วชี้ หรือนิ้วก้อยอย่าง ว่าถ้าวางใจนิ่ง 1 ที่ดวงแก้วใส ๆ จะ
มันหมดไป จิตผ่องใสบริสุทธิ์ เห็นอะไร ใดอย่างหนึ่งที่เรานึกได้ถนัด กำหนดนึก สบายกว่า เราก็ไม่ต้องภาวนา ต่อไป
ไปตามเป็นจริงด้วยใจที่เที่ยงธรรม ด้วย ด้วยใจ นึกง่าย ๆ นึกเบา ๆ นึกสบาย ๆ ให้นึกให้ใสในใสชัดในขัด ให้หยุดนิ่ง
ใจที่ยุติธรรมเที่ยงแท้ปราศจากอคติทั้งสี่ แล้วจะไม่เครียด ถ้าเรานึกโดยใช้ความ หยุดนี่แหละเป็นต้นทางแห่งความสำเร็จ
ถ้าจะเอากายมนุษย์พิจารณาละก็ยังมีอคติ พยายามมากแล้วจะเครียด มึนศีรษะ ทำตอนนี้ได้แล้วตอนอื่นง่ายหมด ถ้าทำ
ครอบงำอยู่ ด้วยรักบ้าง ด้วยฟัง ด้วยหลง เวียนศีรษะ นั่นผิดวิธีนั่นไม่เอานะ ตอนนี้ไม่ได้ ตอนอื่นก็ยากหน่อย แต่จะ
บ้าง ด้วยโกรธ ด้วยเกลียด ด้วยกลัวบ้าง ปรับปรุงเสียใหม่ นึกถึงเพชรว่ามีความ ทำตอนนี้ให้ง่ายก็ทำอย่างที่แนะนำนี่แหละ
มันอคติเหล่านี้จะทำให้ใจเราเอียงไปแต่ ใสอย่างไร มีความสว่างอย่างไร กำหนด แล้วเราจะเข้าถึงหนทางไปนิพพานที่ถูกต้อง
พอถึงกายธรรมโคตรภู ใจจะไม่ลำเอียง เบา ๆ สบาย ๆ กำหนดให้หยุดนิ่งที่ โดยไม่ยากเย็นอะไรเลย
เห็นอะไรไปตามเป็นจริงเห็นว่าขันธ์ ๕ ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ เรารู้จักฐานที่ ๗
ดีแล้ว กำหนดนิ่งตรงฐานที่ ๗ เหนือ
เป็นอนัตตาไม่ใช่ตัวตน ไม่มีสาระแก่นสาร สะดือขึ้นมา ๒ นิ้วมือ ในกลางท้องกึ่ง
ก็เห็นชัด เห็นแล้วก็ยอมรับ ซาบซึ้งอยู่
ของกายมนุษย์เป็นสิ่งไม่เที่ยง เป็นทุกข์
ในตัว
ๆ
กลางกาย นึกด้วยใจนะ อย่าเอา
แล้วก็เห็นว่ากายธรรมนี้เป็นสิ่ง ลูกนัยน์ตากดลงไป ปรับความเห็นให้ดี
คงที่เที่ยงแท้ถาวร เป็นตัวตนของเราแท้จริง ปรับวิธีให้ถูกต้อง ถ้าเราทำถูกทางตอนนี้
ขันธ์ทั้ง ๕ เหมือนหัวโขนที่เราสวมเล่น ต่อไปก็จะถูกทางไปทุกภพทุกชาติ กระทั่ง
เวลาเล่นละครก็สวมกันไป เมื่อถอดหัวโขน | เข้าสู่พระนิพพาน ถ้าผิดตอนนี้ก็ผิดเรื่อย
ออก ถอดขันธ์ ๕ ออก เข้าถึงกายธรรม ไปเลย ฉะนั้นจำให้ดี กำหนดดวงให้ใส
เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับกายธรรม ก็จะ ค่อย ๆ ทำไปช้า ๆ นึกให้ใสที่สุดเท่าที่
ได้รู้จัก "ตัวตนที่แท้จริงของเราเอง จะใสได้ ให้ชัดเจน คล้าย ๆ กับเราลืม
วิธีที่จะเข้าถึงปฐมมรรคอันเป็น ตาเห็นอยู่ตรงฐานที่ ๗ ประคองให้ใจ
หนทางเบื้องต้นไปสู่พระนิพพานได้นั้น หยุดใจนิ่ง เราจะเอาเครื่องหมายนี่ล่ะ
ทุกคนต้องปล่อยวางภารกิจทั้งหมดในโลก
เป็นสื่อเชื่อมโยงใจเราไม่ให้ฟุ้งซ่านคิดไป
ให้ได้ ต้องใช้คำว่า ในโลก โลกคือ หมู่สัตว์ เรื่องอื่น ใจจะได้กลับเข้าที่ตั้ง
คือที่อยู่อาศัย กระทั่งสิ่งแวดล้อม และ
ที่ตั้งแห่งการงานของใจเรียก กัม
ตัวของเราเอง ปล่อยวางหมด เอาใจ มัฏฐาน เป็นงานรื้อภพรื้อชาติ กำจัด
หยุดนิ่งอยู่ที่ศูนย์กลางทีเดียว เอาใจเรา
กิเลสอาสวะให้สิ้นไป จากนั้นประคองใจ
Kalyanamitra.org
กัลยาณมิตร ๘๔