ข้อความต้นฉบับในหน้า
กันหมดว่าอายตนะนั้นมีอยู่ ไปรู้ไปเห็น
มา ท่านไปรู้ไปเห็นเมื่อเป็นพระพุทธเจ้า
ในวันแรกก็เข้าถึงเลย เข้าถึงนิพพานในตัว
น
พพานในตัวท่านเรียกสอุปาทิ
เสสนิพพาน เรียกว่า นิพพาน
เป็นส่วนอายตนะนิพพานที่มีอยู่
นอกตัวท่าน เรียกว่า อนุปาทิเสสนิพพาน
หรือนิพพานตาย หมายความว่า ท่าน
ตายแล้วถึงจะเข้าไปถึงอันนั้นได้ นิพพาน
เป็นก็หมายความว่า ขณะที่หมดกิเลสแล้ว
ธรรมกายก็ปรากฏ
แต่ยังมีชีวิตอยู่
ๆ
อยู่ในตัว เหมือนอยู่ในอายตนะนิพพาน
จริง ๆ เพียงแต่ยังอาศัยกายมนุษย์หยาบ
อยู่ จำให้ดีนะ จับหลักอันนี้ได้แล้วก็จะ
ได้ไม่ต้องเถียงกัน
สรุปว่านิพพานเป็น
เรียกว่า สอุปาทิเสสนิพพาน คือ พระ
อรหันต์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังอาศัยขันธ์ ๕
อยู่ พอขันธ์ ๕ แตกดับก็เรียกว่า ดับ
ขันธปรินิพพาน คือขันธ์ ๕ ดับสิ้นเชื้อ
ความเห็นผิดก็เหมือนกัน ภพก็
ไม่เหลือเศษ ดับหมด ธรรมกายที่อยู่ใน ทุกสิ่งทุกอย่างให้หมดโดยพิจารณาให้
สอุปาทิเสสนิพพานก็ตกศูนย์ดับวูบเข้าสู่ เห็นว่าเป็นสิ่งไม่จีรังยั่งยืน
อนุปาทิเสสนิพพาน นั่นแหละอายตนะ
เช่นเดียวกัน ต้องปลดต้องปล่อยต้องวาง
ไม่ได้ให้
ถ้าเอากายมนุษย์
เมื่อใจ
พิจารณาขันธ์ ๕
มันจะเห็นไม่ตลอดก็จะติดอยู่
ความสุขอย่างจริงจังอะไรเลย
นิพพานที่เราจะไปถึงนั้นมีพระธรรมกาย ปล่อยวางสิ่งภายนอกแล้ว มันก็จะกลับ
ปรากฏอยู่ ที่นั่นจะมีแต่ธรรมกายที่หมด
กิเลสแล้วเท่านั้น ผู้ที่ยังมีอาสวะเหล่านี้
คือ กามาสวะ ภวาสวะ ทิฏฐาสวะ
อวิชชาสวะ ยังติดเรื่องกาม มีความเห็น
ผิดติดในภพทั้งสาม หรือรู้อะไรก็รู้ไม่ตลอด
ก็ไปอยู่ไม่ได้ เครื่องหมักดองเหล่านี้ กามก็ดี
ภพก็ดี ความเห็นผิดก็ดี ความไม่รู้จริง ไปเรื่อย ๆ เข้าไปในกลางของกลางใน
อะไรก็ดี พอถึงธรรมกายอรหัตก็จะถูก ตัวกลางของกายที่เห็นเข้าไป ใจก็จะ
ขจัดให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษไปหมดเลย ล่อนออก เข้ากลางของกลาง เข้าไป
เข้าไปที่ศูนย์กลางกาย พอถูกส่วนก็เห็น
ปฐมมรรค จากนั้นก็จะตามเห็นกายในกาย
เข้าไปเรื่อย ๆ เห็นกายซ้อนกันเป็นชั้น ๆ
|
กระเทาะเข้าไปเรื่อย ๆ กระเทาะสะเก็ด
เห็นเปลือก กระเทาะเปลือกเห็นกะพี้
กระเทาะกะพี่เห็นแก่น แก่นในแก่นเข้า
กามได้แก่ สิ่งที่เราอยากจะได้มา เรื่อยตามลำดับ จนกระทั่งถึงกายธรรม
อะไรก็ตามที่เราอยากจะได้มา จะเป็น ถึงกายธรรมเมื่อไร กายธรรมนั้นจะมอง
สิ่งที่วิญญาณครองหรือไม่มีวิญญาณครอง เห็นขันธ์ ๕ ว่าไม่ใช่เป็นเรา ไม่ใช่เป็น
ก็ตาม ที่จะทำให้เกิดความสุขชั่วคราว ของของเรา ต้องใช้กายธรรมมองให้
หากยังหมกมุ่นมัวเมาพัวพันกับของชั่วคราว เห็นอย่างนี้ มันถึงจะล่อนได้ ถ้าเอา
เหล่านี้ย่อมไปพระนิพพานไม่ได้ กายมนุษย์พิจารณาขันธ์ ๕ มันจะเห็นไม่
Kalyanamitra.org
อย่างนั้น ต้องเอากายที่ออกไป
นอกภพแล้ว และเห็นได้รอบตัว
ไปพิจารณาเห็นคุณเห็นโทษ
เห็นสิ่งที่เที่ยงกับเห็นสิ่งที่ไม่เที่ยง
เห็นจริงเห็นจังกันไปอย่างนั้น
จึงจะหลุดพ้นได้ใน
กัลยาณมิตร ๘๑