นิพพานและธรรมกาย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2533 ฉบับที่ 7 หน้า 83
หน้าที่ 83 / 122

สรุปเนื้อหา

กันหมดว่าอายตนะนั้นมีอยู่ ไปรู้ไปเห็น มา ท่านไปรู้ไปเห็นเมื่อเป็นพระพุทธเจ้า ในวันแรกก็เข้าถึงเลย เข้าถึงนิพพานในตัว น พพานในตัวท่านเรียกสอุปาทิ เสสนิพพาน เรียกว่า นิพพาน เป็นส่วนอายตนะนิพพานที่มีอยู่ นอกตัวท่าน เรียกว่า อนุปาทิเสสนิพพาน หรือนิพพานตาย หมายความว่า ท่าน ตายแล้วถึงจะเข้าไปถึงอันนั้นได้ นิพพาน เป็นก็หมายความว่า ขณะที่หมดกิเลสแล้ว ธรรมกายก็ปรากฏ แต่ยังมีชีวิตอยู่ ๆ อยู่ในตัว เหมือนอยู่ในอายตนะนิพพาน จริง ๆ เพียงแต่ยังอาศัยกายมนุษย์หยาบ อยู่ จำให้ดีนะ จับหลักอันนี้ได้แล้วก็จะ ได้ไม่ต้องเถียงกัน สรุปว่านิพพานเป็น เรียกว่า สอุปาทิเสสนิพพาน คือ พระ อรหันต์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังอาศัยขันธ์ ๕ อยู่ พอขันธ์ ๕ แตกดับก็เรียกว่า ดับ ขันธปรินิพพาน คือขันธ์ ๕ ดับสิ้นเชื้อ ความเห็นผิดก็เหมือนกัน

หัวข้อประเด็น

- นิพพานและธรรมกาย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

กันหมดว่าอายตนะนั้นมีอยู่ ไปรู้ไปเห็น มา ท่านไปรู้ไปเห็นเมื่อเป็นพระพุทธเจ้า ในวันแรกก็เข้าถึงเลย เข้าถึงนิพพานในตัว น พพานในตัวท่านเรียกสอุปาทิ เสสนิพพาน เรียกว่า นิพพาน เป็นส่วนอายตนะนิพพานที่มีอยู่ นอกตัวท่าน เรียกว่า อนุปาทิเสสนิพพาน หรือนิพพานตาย หมายความว่า ท่าน ตายแล้วถึงจะเข้าไปถึงอันนั้นได้ นิพพาน เป็นก็หมายความว่า ขณะที่หมดกิเลสแล้ว ธรรมกายก็ปรากฏ แต่ยังมีชีวิตอยู่ ๆ อยู่ในตัว เหมือนอยู่ในอายตนะนิพพาน จริง ๆ เพียงแต่ยังอาศัยกายมนุษย์หยาบ อยู่ จำให้ดีนะ จับหลักอันนี้ได้แล้วก็จะ ได้ไม่ต้องเถียงกัน สรุปว่านิพพานเป็น เรียกว่า สอุปาทิเสสนิพพาน คือ พระ อรหันต์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ยังอาศัยขันธ์ ๕ อยู่ พอขันธ์ ๕ แตกดับก็เรียกว่า ดับ ขันธปรินิพพาน คือขันธ์ ๕ ดับสิ้นเชื้อ ความเห็นผิดก็เหมือนกัน ภพก็ ไม่เหลือเศษ ดับหมด ธรรมกายที่อยู่ใน ทุกสิ่งทุกอย่างให้หมดโดยพิจารณาให้ สอุปาทิเสสนิพพานก็ตกศูนย์ดับวูบเข้าสู่ เห็นว่าเป็นสิ่งไม่จีรังยั่งยืน อนุปาทิเสสนิพพาน นั่นแหละอายตนะ เช่นเดียวกัน ต้องปลดต้องปล่อยต้องวาง ไม่ได้ให้ ถ้าเอากายมนุษย์ เมื่อใจ พิจารณาขันธ์ ๕ มันจะเห็นไม่ตลอดก็จะติดอยู่ ความสุขอย่างจริงจังอะไรเลย นิพพานที่เราจะไปถึงนั้นมีพระธรรมกาย ปล่อยวางสิ่งภายนอกแล้ว มันก็จะกลับ ปรากฏอยู่ ที่นั่นจะมีแต่ธรรมกายที่หมด กิเลสแล้วเท่านั้น ผู้ที่ยังมีอาสวะเหล่านี้ คือ กามาสวะ ภวาสวะ ทิฏฐาสวะ อวิชชาสวะ ยังติดเรื่องกาม มีความเห็น ผิดติดในภพทั้งสาม หรือรู้อะไรก็รู้ไม่ตลอด ก็ไปอยู่ไม่ได้ เครื่องหมักดองเหล่านี้ กามก็ดี ภพก็ดี ความเห็นผิดก็ดี ความไม่รู้จริง ไปเรื่อย ๆ เข้าไปในกลางของกลางใน อะไรก็ดี พอถึงธรรมกายอรหัตก็จะถูก ตัวกลางของกายที่เห็นเข้าไป ใจก็จะ ขจัดให้สิ้นเชื้อไม่เหลือเศษไปหมดเลย ล่อนออก เข้ากลางของกลาง เข้าไป เข้าไปที่ศูนย์กลางกาย พอถูกส่วนก็เห็น ปฐมมรรค จากนั้นก็จะตามเห็นกายในกาย เข้าไปเรื่อย ๆ เห็นกายซ้อนกันเป็นชั้น ๆ | กระเทาะเข้าไปเรื่อย ๆ กระเทาะสะเก็ด เห็นเปลือก กระเทาะเปลือกเห็นกะพี้ กระเทาะกะพี่เห็นแก่น แก่นในแก่นเข้า กามได้แก่ สิ่งที่เราอยากจะได้มา เรื่อยตามลำดับ จนกระทั่งถึงกายธรรม อะไรก็ตามที่เราอยากจะได้มา จะเป็น ถึงกายธรรมเมื่อไร กายธรรมนั้นจะมอง สิ่งที่วิญญาณครองหรือไม่มีวิญญาณครอง เห็นขันธ์ ๕ ว่าไม่ใช่เป็นเรา ไม่ใช่เป็น ก็ตาม ที่จะทำให้เกิดความสุขชั่วคราว ของของเรา ต้องใช้กายธรรมมองให้ หากยังหมกมุ่นมัวเมาพัวพันกับของชั่วคราว เห็นอย่างนี้ มันถึงจะล่อนได้ ถ้าเอา เหล่านี้ย่อมไปพระนิพพานไม่ได้ กายมนุษย์พิจารณาขันธ์ ๕ มันจะเห็นไม่ Kalyanamitra.org อย่างนั้น ต้องเอากายที่ออกไป นอกภพแล้ว และเห็นได้รอบตัว ไปพิจารณาเห็นคุณเห็นโทษ เห็นสิ่งที่เที่ยงกับเห็นสิ่งที่ไม่เที่ยง เห็นจริงเห็นจังกันไปอย่างนั้น จึงจะหลุดพ้นได้ใน กัลยาณมิตร ๘๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More