ข้อความต้นฉบับในหน้า
อะระหัง” พร้อมกับบริกรรมนิมิตนึกถึงเพชรลูกเป็น
ดวงใสน้อมมาตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกายฐานที่ ๗ (ดูภาพ)
บริกรรมทั้งสองอย่างนี้ควบคู่กันไป
เมื่อนิมิตเป็นดวงแก้วใสเกิดขึ้นแล้ว ให้หยุด
บริกรรมภาวนาเหลือแต่การกำหนดสติเพ่งอยู่กลาง
ดวงนิมิตอย่างเดียว ถ้าดวงนิมิตเกิดขึ้นที่อื่น เช่น
ตรงหัวตาบ้าง ข้างหน้าบ้าง หน้าท้องบ้าง ฯลฯ ให้
น้อมเอานิมิตนั้นมาตั้งไว้ที่ศูนย์กลางกาย แต่อย่าใช้
แรงบังคับ ทำใจให้หยุดในหยุดเข้าไปตรงกลางดวง
นิมิตเรื่อยไปไม่ถอยหลังกลับ ดวงนิมิตก็จะสว่าง
สดใสยิ่งขึ้น จะนึกให้ใหญ่หรือเล็กก็ได้ตามปรารถนา
เมื่อใจหยุดถูกส่วน นิมิตที่เกิดขึ้นจะเห็นได้ชัดเจน
มีลักษณะเหมือนดวงแก้วที่เจียระไนแล้ว ใสสะอาด
ไม่มีรอยขีดรอยร้าว สว่างเย็นตาเย็นใจ ขนาด
ประมาณเท่าฟองไข่แดงของไข่ไก่ หรืออย่างโตก็
ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณหนึ่งคืบ เมื่อใจหยุด
ในหยุดถูกส่วนเข้า ในที่สุดจะมีรัศมีสว่างรอบดวง
สามารถเห็นจุดศูนย์กลางซึ่งมีขนาดเล็กเท่าปลายเข็ม
ดวงนิมิต นี้คือ ดวงปฐมมรรค (ดวงธรรม) ที่ชื่อ
เช่นนี้เพราะเป็นหนทาง เบื้องต้นไปสู่มรรคผลและนิพพาน
ฉะนั้น ต้องหมั่นประคอง รักษาไว้ให้ดี
ข้อควรระวัง
๑. อย่าใช้กำลัง คือไม่ใช้กำลังใด ๆ ทั้งสิ้น
เช่นไม่บีบกล้ามเนื้อตา เพื่อจะให้เห็นนิมิตเร็ว ๆ
ไม่
เกร็งแขน ไม่เกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้อง ไม่เกร็งตัว ฯลฯ
เพราะการใช้กำลังตรงส่วนไหนของร่างกายก็ตาม จะ
ทำให้จิตเคลื่อนจากศูนย์กลางกายไปสู่จุดนั้น
๒. อย่าอยากเห็น คือทำใจให้เป็นกลาง
ประคองสติมิให้เผลอจากบริกรรมภาวนา และ
บริกรรมนิมิต ส่วนจะเห็นนิมิตเมื่อใดนั้นอย่ากังวล
ถ้าถึงเวลาแล้วย่อมเห็นเอง การบังเกิดของดวงนิมิต
อุปมาเสมือนการขึ้นและตกของดวงอาทิตย์ ไม่อาจ
จะเร่งเวลาได้ presion
๓. อย่ากังวลถึงการกำหนดลมหายใจเข้าออก
เพราะการฝึกเจริญภาวนาตามแนววิชชาธรรมกาย อาศัย
การเพ่ง อาโลกกสิณ คือ กสิณความสว่างเป็นบาท
เบื้องต้น เมื่อเกิดนิมิตเป็นดวงสว่างแล้วค่อยเจริญ
วิปัสสนาในภายหลัง จึงไม่มีความจำเป็น ต้องกำหนด
ลมหายใจเข้าออกแต่ประการใด
๔. เมื่อเลิกจากนั่งสมาธิแล้วให้ตั้งใจไว้ที่ศูนย์
กลางกายที่เดียว ไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใดก็ตาม เช่น
ยืนก็ดี เดินก็ดี นอนก็ดี หรือนั่งก็ดี ห้ามย้ายฐาน
ที่ตั้งจิตไปไว้ที่อื่นเป็นอันขาด ให้ตั้งใจบริกรรมภาวนา
พร้อมกับนึกถึงบริกรรมนิมิตเป็นดวงแก้วใสควบคู่กัน
ตลอดไป
๕. นิมิตต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จะต้องน้อมไปตั้ง
ไว้ที่ศูนย์กลางกายทั้งหมด ถ้านิมิตที่เกิดขึ้นแล้วหายไป
ก็ไม่ต้องตามหา ให้ภาวนาประคองใจต่อไปตามปกติ
ในที่สุดเมื่อจิตสงบ นิมิตย่อมปรากฏขึ้นใหม่อีก
สำหรับผู้ที่นับถือพระพุทธศาสนาเพียงเพื่ออาภรณ์
ประดับกาย หรือเพื่อเป็นพิธีการชนิดหนึ่ง หรือผู้ที่
ต้องการฝึกสมาธิเพียงเพื่อให้เกิดความสบายใจจะได้
เป็นการพักผ่อนหลังจากการปฏิบัติ หน้าที่ภารกิจ
ประจำวัน โดยไม่ปรารถนาจะทำให้ถึงที่สุดแห่งกองทุกข์
ยังคิดอยู่ว่า การอยู่กับบุตร ภรรยา การมีหน้ามีตา
ทางโลก การท่องเที่ยวอยู่ในวัฏสงสารเป็นสุขกว่า
ณ ม ต ร
๖๕
กั ล ย า ณ