กรมหลวงรักษ์รณเรศร์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2534 ฉบับที่ 8 หน้า 87
หน้าที่ 87 / 112

สรุปเนื้อหา

รักษ์รณเรศร์บ้าง ที่แท้ก็อยู่ตรงที่เราท้าวแขนนี่เอง บรื้อ.... คิดแล้วเสียวไม่หาย ถ้าเผอิญเกิดมีเสียงว่า "เฮ้ย... ทำไมเอ็งถึงมาท้าวแขนเกะกะบนแท่นข้า "น้าคะ นี่หรือคะแท่นหินประหารกบฏ เป็น เหตุการณ์สมัยไหนคะ” เสียงพี่นิภาปลุกฉันให้ตื่น จากภวังค์ เออ จริงด้วยสมัยไหนนะ ฉันคิดแล้วรีบ พูดอ้อนน้าน้อย "น้าคะ กรุณาเล่าให้ฟังหน่อยซิคะ ลักขณ์ อยากรู้จังเลย” “อือ... ได้จ้ะ” น้าน้อยรับคำ “ว่าแต่ หลานถ่ายรูปเสร็จรึยังล่ะ ถ้าเรียบร้อยแล้วเราไป คุยต่อในรถดีกว่า บ่ายมากแล้วเดี๋ยวรถจะติดมาก” นั่นแหละ เบญจ์เอ้ย โรคประสาทของ คนกรุงเทพฯ ไปไหนทีละก็บวกเวลาเดินทางไว้สัก ๒ ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย เช้าก็ต้องรีบตื่นตั้งแต่ตี ๕ เพื่อเดินทาง กว่าจะกลับถึงบ้านก็โอ้ย... เย็นย่ำ ตะวันหล่น เล่นเอาเพลียไปเลย พูดเรื่องรถติดแล้ว

หัวข้อประเด็น

- กรมหลวงรักษ์รณเรศร์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คงได้ ไม่ได้วางราบกับพื้นนะ แต่ตะแคงข้างขึ้น วางขวางไว้ด้านหน้า อ้ายฉันนึกว่าแท่นหินธรรมดา ดีแล้วละที่เขาตะแคงตั้ง ถ้าเขาวางนอนราบฉันอาจ เผลอขึ้นไปนั่งก็ได้ เพราะกำลังเมื่อยขา นี่เพียงท้าว แขนยืนดูโน่นดูนี่ว่าในศาลมีอะไรที่เกี่ยวกับกรมหลวง รักษ์รณเรศร์บ้าง ที่แท้ก็อยู่ตรงที่เราท้าวแขนนี่เอง บรื้อ.... คิดแล้วเสียวไม่หาย ถ้าเผอิญเกิดมีเสียงว่า "เฮ้ย... ทำไมเอ็งถึงมาท้าวแขนเกะกะบนแท่นข้า "น้าคะ นี่หรือคะแท่นหินประหารกบฏ เป็น เหตุการณ์สมัยไหนคะ” เสียงพี่นิภาปลุกฉันให้ตื่น จากภวังค์ เออ จริงด้วยสมัยไหนนะ ฉันคิดแล้วรีบ พูดอ้อนน้าน้อย "น้าคะ กรุณาเล่าให้ฟังหน่อยซิคะ ลักขณ์ อยากรู้จังเลย” “อือ... ได้จ้ะ” น้าน้อยรับคำ “ว่าแต่ หลานถ่ายรูปเสร็จรึยังล่ะ ถ้าเรียบร้อยแล้วเราไป คุยต่อในรถดีกว่า บ่ายมากแล้วเดี๋ยวรถจะติดมาก” นั่นแหละ เบญจ์เอ้ย โรคประสาทของ คนกรุงเทพฯ ไปไหนทีละก็บวกเวลาเดินทางไว้สัก ๒ ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย เช้าก็ต้องรีบตื่นตั้งแต่ตี ๕ เพื่อเดินทาง กว่าจะกลับถึงบ้านก็โอ้ย... เย็นย่ำ ตะวันหล่น เล่นเอาเพลียไปเลย พูดเรื่องรถติดแล้ว เซ็ง คุยเรื่องเราต่อดีกว่า น้าน้อยเล่าว่าในสมัยรัชกาลที่ ๓ กรมหลวง รักษ์รณเรศร์ (ราชโอรสในรัชกาลที่ ๑) ทรงเป็น เจ้านายที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณมากกว่าเจ้านาย พระองค์อื่น ๆ มิใช่เพราะท่านมีศักดิ์เป็นอาเท่านั้น แต่เพราะทรงเจริญวัยมาด้วยกัน มีพระอัธยาศัยต้องกัน จึงทรงสนิทสนมกันมาก รัชกาลที่ ๓ ทรงสำคัญ พระทัยว่าได้เป็นเพื่อนยากกันมา จึงไว้วางพระราช หฤทัยให้กำกับการชำระคดี ต่อมาภายหลังกรมหลวงฯ ท่านเปลี่ยนนิสัยด้วยไปคบคนเลว และประพฤติการ คด ๆ โกง ๆ เอาสินบนในการชำระคดีความ จนกระทั่งมีผู้ทำฎีกาทูลเกล้าฯถวายรัชกาลที่ ๓ กล่าว โทษกรมหลวงรักษ์รณเรศร์ว่า ชำระความไม่ยุติธรรม จึงโปรดให้ประชุมเสนาบดีชำระใหม่ ก็ได้ความจริง จึงให้ตระลาการค้นหาคดีความย้อนหลังอื่น ๆ ปรากฏว่ากรมหลวงฯ ชำระความของราษฎร์มิได้ ยุติธรรมเลย มีการรับสินบนทั้งฝ่ายโจทก์และจำเลย ซ้ำยังกดขี่หักหาญผู้ถูกกล่าวหาอีกด้วย รัชกาลที่ ๓ ทรงเสียพระทัยและขัดเคืองกรมหลวงรักษ์รณเรศร์ว่า ทรงพระมหากรุณาชุบเลี้ยงให้เป็นใหญ่ ไว้วางพระ ราชหฤทัยให้ต่างพระเนตรพระกรรณ กลับไม่ตั้งอยู่ ในความยุติธรรม ทำให้ราษฎรเดือดร้อน - อีกประการหนึ่ง กรมหลวงรักษ์รณเรศร์ ทรงคิดกำเริบด้วยปรารถนาจะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน ถึง กับกะเตรียมเอาไว้แล้วว่าจะให้ผู้ใดเป็นเจ้าวังหน้า ข้อนี้ เป็นเรื่องสำคัญนะจ๊ะเบญจ์ ถือว่าเป็นกบฏเชียวละ ตามพระธรรมศาสตร์ต้องถูกริบราชบาตร และ ประหารชีวิต ฉันขอลอกข้อความในพงศาวดารรัชกาลที่ (ที่น้าน้อยกรุณาให้ยืม) ที่กล่าวถึงตอนนี้ให้เธอ ๓ อ่านเลยดีกว่า เธอจะได้เข้าใจตลอด “...ด้วยความชั่วของตัวมันฟุ้งเฟื่องเรื่องฤา ลายกนกบนฐานทักษิณพระเจดีย์ ก ล ย า ณ ม ต ร ๘๕
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More