ข้อความต้นฉบับในหน้า
ใ
นอดีตกาล เมื่อครั้งพระเจ้าจุดสิน
นรราชเป็นกษัตริย์ครองกรุงพาราณสี
ในครั้งก่อนนั้นมีพระพุทธเจ้าทรง
พระนามว่า พระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์ตรัสรู้อริยสัจสี่ เทศนาสั่งสอนชาวโลก
ให้บรรลุธรรมปรินิพพานตามพระองค์ได้เป็น
จำนวนมาก ผู้ที่ยังไม่นิพพานก็มีพระพุทธ
ศาสนาเป็นที่พึ่งที่ระลึก ปฏิบัติตนอยู่ในศีล
ในธรรม เป็นพลเมืองดี บ้านเมืองร่มเย็นเป็น
สุขตลอดกาลนาน
แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเวลาผ่านไปนาน
เข้า ๆ กิเลสของมนุษย์ก็พอกพูนขึ้น ๆ ความ
คิดถึงประโยชน์ของตัวในทางมิชอบก็เกิดมีขึ้น
มนุษย์เริ่มไม่ยึดถือสัจจะ เริ่มไม่เห็นคุณค่าของ
ศักดิ์ศรีของตน เริ่มแข่งขันกันในทางความร่ำรวย
เงินทอง ความโอ่อ่าโอฬารของวัตถุปัจจัย
มนุษย์มีจิตใจกระด้างหยาบช้า เข่นฆ่ากันทั้ง
ต่อหน้าและลับหลัง ฉ้อโกงกันอย่างไม่ละอาย
เพียงให้ได้มาซึ่งทรัพย์สิน การผิดลูกผิดเมีย
การข่มขืนเกิดขึ้นจนเป็นปกติธรรมดากับคนทุก
ชนชั้น ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ หรือแม้ในคนชรา
สมณชีพราหมณ์ทุศีลเกิดขึ้นทั่ว โรงดื่มโรงสุรา
มีทุกถนนหนทาง มนุษย์ที่หาทรัพย์ได้มากจึง
ใช้ชีวิตเสเพลสุดเหวี่ยง และพากันสรรเสริญ
ชีวิตเช่นนั้น
อนิจจา... มนุษย์ยุคนั้นช่างไม่รู้สักนิด
เลยว่า สรรพสุขทุกสิ่งทุกอย่างที่เขายกย่อง
สรรเสริญ มีความพอใจนั้น มันได้ให้ผลลัพธ์
แก่เขาอย่างตรงกันข้าม
ทันทีที่เราสิ้นชีวิตลง ไม่ว่าจะเพราะเหตุไร
ไม่ว่าจะเพราะถูกทำร้าย เพราะการเจ็บไข้ได้ป่วย
หรือแก่ชราสิ้นชีวิตตามอายุขัย งานศพของเขา
ยังดำเนินอยู่ ญาติพี่น้องยังอาลัยอาวรณ์กัน
อยู่ แต่วิญญาณของเขาถูกกระชากลากถูลง
นรกเสียแล้ว
1
แทบทุกคนในสมัยนั้น ที่ตาย ๆ ลงไป
แทบไม่มีใครได้ขึ้นสวรรค์ ขบวนวิญญาณมนุษย์
ยาวเหยียดมุ่งตรงสู่แดนอเวจีมหานรก... เส้น
ทางสู่สวรรค์ช่างอ้างว้างเหลือเกิน และบนสวรรค์
นั้น แม้จะเต็มบริบูรณ์ไปด้วยสิ่งบำรุงบำเรอ
()
ความสุขก็ตาม แต่ก็หามีเทพบุตรเทพธิดาไป
บังเกิดไม่ เหตุการณ์นี้ได้สร้างความเดือดร้อน
ใจให้แก่พระอินทร์ยิ่งนัก พระองค์จึงปรึกษากับ
มาตุลีเทพบุตรว่า
"มาตุลี เจ้าดู เห็นไหมว่า พวกมนุษย์
ที่ตายไป ๆ ในแต่ละวันน่ะ มันไม่ได้ขึ้นสวรรค์
กันเลย ดูซิ ๆ
เรานี้นั่งรอแล้วรออีก มีแต่
เทวดาองค์เดิม หน้าเดิมอยู่ทุกวัน ไม่มีหน้า
ใหม่ ๆ มาเกิดให้สวรรค์สดใสกันมั่งเลย
๙๒
ก ล ย า ณ ม ต ร