จริงแล้ว
มนุษย์ต่างหากที่ทำทุก ๆ อย่างด้วยเจตนาของ
เขานั่นเอง" ๒๒
คำตอบต่อปัญหาเรื่องเทพยเจ้าและเรื่องพรหมนี้
จะเห็นได้ว่าพระพุทธเจ้าได้ให้ทัศนะคล้ายคลึงกับโปรธา
กอรัส (Protagoras) ที่เห็นว่าแท้จริงแล้วมนุษย์เป็น
ต้นกำเนิดและให้ค่า ตลอดจนเจตนาของโลกด้วยตัว
ของมนุษย์เอง เมื่อพระพุทธเจ้าปฏิเสธลัทธิเชื่อเทพเจ้า
แล้ว ก็ย่อมหมายความว่าสูตรสำเร็จในมรรควิธีที่จะ
เข้าถึงแก่นของการพบ "ความจริง” หรือนิพพานอัน
สูงสุดนั้นมิได้กระทำได้โดยทางลัด ดังเช่น โยคีบางพวก
เห็นว่าสูตรสำเร็จในการถึงพรหมคือ พยายามวิงวอน
ขอร้องพระเจ้าโดยตรงด้วยวิธีทรมานร่างกายให้แห้งตาย
ไปกับต้นไม้
เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นวิธีที่ลัดกว่าการ
ทรมานก็คือ การฆ่าตัวตายอย่างรวดเร็วโดยวิธีใดวิธี
หนึ่งได้ ผลออกมาก็เท่ากัน คือตายไปพบพรหม
ปัญหาในเรื่อง "พรหม” หรือพระเจ้าล้วนให้สูตรสำเร็จ
สรุปว่า มีภาวะเอกภาพเป็นตัวยืนอยู่ในพิภพ (Cos-
mic Entity) การปฏิเสธภาวะเอกภาพนี้มีสาเหตุ
ประการคือ
m
๑. สมมติว่าเกิดมีภาวะนั้นจริง ภาวะดังกล่าว
ย่อมอยู่เหนือกาลเวลา หรือสสารเหนือประสบการณ์
ที่มนุษย์สัมผัสได้
๒. เมื่ออยู่เหนือวิสัยของประสบการณ์ของ
มนุษย์แล้ว ย่อมทำให้ไม่สามารถพิสูจน์เห็นจริงได้ และ
หมายความว่าอยู่เหนือกรรมอยู่เหนือพฤติกรรมต่าง ๆ
ของมนุษย์ ทำให้ปัญหาเรื่องทุกข์เรื่องสุขตกไป
๓. เหตุการณ์ของมนุษย์เป็นเรื่องปฏิกิริยา
ตอบสนองโดยตรงระหว่างวัตถุกับจิตใจเกิดขึ้นด้วย
เหตุและผล เหตุและผลเป็นเรื่องของกรรมและเจตนา
ในการก่อกรรมนั้น ๆ การวิงวอนขอร้องเทพยเจ้าไม่ได้
1
ช่วยในสิ่งนั้น
หมายเหตุ
g
** จากคำนำของสำนักพิมพ์ คนหนุ่มในหนังสือ “ปรัชญา
มวลชน” โดยเมธี เอี่ยมเจริญ ๒๕๑๖
ดู Friedrich Nietzsche. "The Improver of Mankind'
ใน Twilight of the Idols, Penguin Classics 1968 edition,
55-59
ความว่า
Nietzsche, อ้างแล้ว ในภาคผนวก G หน้า ๑๙๗
** จาก Text ใน The Anti-Christ ฉบับภาษาอังกฤษ
'Buddhism is a hundred times more realistic than
christianity it has the heritage of a cool and objective posing
of problems in its composition, it arrives after a philosophi
cal movement lasting hundreds of years; the concept "God"
- is already abolished by the time it arrives. Buddhism is the
only really positivistic religion history has to show us'
ดูในหนังสือที่อ้างแล้วของ Nietzsche หน้า ๑๒๙
* Burns. D.M. 'Buddhism, Science and Atheism, A
Buddha Puja Publication 1965, p.22-25
** อ้างแล้วข้างต้น,
กั ล ย า ณ ม ต ร
๗๑