ข้อความต้นฉบับในหน้า
พี่นิภาว่าค่ำ ๆ วันนี้รูปก็ได้แล้ว ดีเลย... พรุ่งนี้
ฉันส่งจดหมายถึงเธอจะสอดรูปไปให้ด้วย
น้าน้อยชี้ให้เราดูเขตพุทธาวาสซึ่งถูกล้อม
ด้วยพระระเบียง มีประตูเข้าออกอยู่กึ่งกลางผนัง
พระระเบียงทุกด้าน ด้านละ ๑ ประตู ประตูละ ๒
บาท ด้านในของแต่ละบานเขียนลายดอกไม้ใหญ่ ๆ
อยู่ในแจกันใหญ่มาก ก็เต็มประตูนั่นแหละ ลวดลาย
แบบจีนนะ น้าน้อยว่าลวดลายแบบนี้เคยเป็นพระ
ราชนิยมในสมัยรัชกาลที่ ๓ ส่วนบานประตูด้านนอก
เป็นภาพนักรบจีนถืออาวุธแทนเสี้ยวกาง แต่ละบาน
ประตูไม่เหมือนกันนะ ไม่รู้ว่าจีนเขามีเทวดาประจำ
ทิศบ้างหรือเปล่า ถ้ามีคงเป็นทิศละ ๒ องค์กระมัง
ก็ประตูเดียวกัน แต่มี ๒ บานนี่จ๊ะ แล้วรูปเทวดา
บนบานซ้ายมือกับบานขวามือหน้าตาไม่เหมือนกัน
๓
ถืออาวุธก็ต่างกัน ภาพเหล่านี้เดิมคงเขียนโดยช่าง
จีนแต้จิ๋วสมัยรัชกาลที่ แต่ที่เห็นวันนี้ไม่สวยเลย
ฝีมือไม่สวยทั้งด้านนอกและด้านใน ฉันคิดว่าของ
เก่าคงจะสวยกว่านี้ เพราะคนสมัยก่อนทำอะไรก็
ประณีต ทำให้กษัตริย์ก็สุดฝีมือ ทำให้วัดก็ตั้งใจทำ
ถวายเป็นพุทธบูชา เดี๋ยวนี้ทำเป็นพาณิชยศิลปไป
เสียแล้ว
C
- ขณะที่ฉันเดินดูลวดลายที่บานประตูทั้ง
ฉันก็นับพระพุทธรูปที่พระระเบียงทุกด้านไปด้วย
จำนวนเท่าไรรู้มั้ย จ้างเบญจทายก็ไม่ถูก เฉลยเลยดีกว่า
ไม่ใช่กลัวเสียรางวัลนะ แต่ขี้เกียจคอยคำตอบจ้ะ พี่
นิภาและฉันนับได้เท่ากันคือ ๑๒๗ องค์
"สองสาวจ๊ะ มาออกประตูด้านตะวันตกดี
กว่า น้าอยากให้หลานดูอะไรสักหน่อย”
พอฉันก้าวข้ามธรณีประตูออกมาไม่กี่ก้าว
ฉันก็เห็นพระเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สิบสองเรียงราย
หลายองค์ รูปทรงของฐานและองค์ระฆังเพรียวงาม
ได้สัดส่วนรับกันอย่างเหมาะเจาะ ดูงามสง่าเสียนี่กระไร
เทวดาถือพุ่มไม้เงิน-ทอง หลังพระประธาน "พระบรมมหาชนก” วัดปทุมคงคา
หน้าบันพระวิหาร วัดปทุมคงคา พระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ
แหม! อยากให้เธอได้เห็นจังเลย เอาเถอะ ฉันสัญญา
ว่าจะส่งรูปนี้มาให้เธอดูให้ได้ ฉันจะถ่ายสุดฝีมือกับ
เจ้ากล้องเจ้าปัญหาของฉันนี้แหละ
"ถูกใจละซี่” น้าน้อยถามยิ้ม ๆ ดวงตามี
แววขำ คงเห็นฉันตะลึงมองเจดีย์อยู่นาน
“ค่ะ” ฉันรับปาก "สวยจริง ๆ นะคะ
ลักขณ์ชอบรูปทรงของฐานและองค์ระฆังมากเลยค่ะ
เพรียวงามดีแท้ ๆ แหม... ไม่รู้จักอธิบายให้เบญจ์
ฟังยังไงดีถึงจะเห็นภาพบ้าง
น้าน้อยยิ้มแต่ไม่พูด ฉันจึงถามต่อ "เจดีย์
ทางโน้นเล็ก และรูปร่างไม่เหมือนกันคงคนละสมัย
ใช่ไหมคะ”
- ๗ องค์ใหญ่ที่เรียงกันเท่านั้นจะที่เป็นของ
กั ล ย า ณ ม ต ร 63