ศรัทธาในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 6 หน้า 19
หน้าที่ 19 / 132

สรุปเนื้อหา

จริงจังแล้ว ไม่นานเท่าไรศรัทธาก็ อาจจะลดน้อยถอยลงได้ หรือแม้ว่า จะฝึกสมาธิอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้ายังไม่ สามารถรู้ถึงกลไกการตรัสรู้ธรรมของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ศรัทธา ของเขาก็ย่อมเสื่อมลงได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น ด้วยเหตุผลตรงนี้ เราสามารถแยก ศรัทธาในภาคปฏิบัติได้ ๒ ระดับ ระดับที่ ๑ ศรัทธาที่ยังกลับกลอก ศรัทธาที่ยังกลับกลอก คือ ความเชื่อในการตรัสรู้ ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่สามารถเสื่อมคลาย และย้อนกลับมาลังเลสงสัยได้ว่าจริงหรือไม่จริง ถ้าตราบใดที่เรายังไม่สามารถบำเพ็ญเพียรทางจิต ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สามารถทำให้พ้นทุกข์จากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ได้จริง และก็จะเกิดความ เชื่อที่เปิดหนทางนรก ปิดหนทาง สวรรค์ ปิดหนทางพระนิพพานไปทั้ง ชีวิตเข้ามาแทนที่ ว่า ๑) คนเราตายแล้วสูญ ๒) ผลบุญ-บาปที่

หัวข้อประเด็น

- ศรัทธาในพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ข้อความต้นฉบับในหน้า

จริงจังแล้ว ไม่นานเท่าไรศรัทธาก็ อาจจะลดน้อยถอยลงได้ หรือแม้ว่า จะฝึกสมาธิอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้ายังไม่ สามารถรู้ถึงกลไกการตรัสรู้ธรรมของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ศรัทธา ของเขาก็ย่อมเสื่อมลงได้เช่นกัน เพราะฉะนั้น ด้วยเหตุผลตรงนี้ เราสามารถแยก ศรัทธาในภาคปฏิบัติได้ ๒ ระดับ ระดับที่ ๑ ศรัทธาที่ยังกลับกลอก ศรัทธาที่ยังกลับกลอก คือ ความเชื่อในการตรัสรู้ ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ที่สามารถเสื่อมคลาย และย้อนกลับมาลังเลสงสัยได้ว่าจริงหรือไม่จริง ถ้าตราบใดที่เรายังไม่สามารถบำเพ็ญเพียรทางจิต ตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า สามารถทำให้พ้นทุกข์จากการเกิด แก่ เจ็บ ตาย ได้จริง และก็จะเกิดความ เชื่อที่เปิดหนทางนรก ปิดหนทาง สวรรค์ ปิดหนทางพระนิพพานไปทั้ง ชีวิตเข้ามาแทนที่ ว่า ๑) คนเราตายแล้วสูญ ๒) ผลบุญ-บาปที่เราเป็นผู้กระทำไม่มีผลดีหรือร้ายต่อชีวิต ๓) ความดี-ชั่วไม่มีในโลกนี้ ๔) พ่อแม่ผู้ให้กำเนิดไม่มีพระคุณ ฯลฯ เพราะฉะนั้น ถ้าตราบใดที่ยังไม่เข้าใจกลไกการ ตรัสรู้ธรรม และขั้นตอนการปราบกิเลสในตัวของ พระองค์จนสิ้นเชื้อไม่เหลือเศษว่าเป็นอย่างไร ด้วยการ บำเพ็ญเพียรทางจิตแล้ว ตราบนั้นศรัทธาของเราก็ยัง จนกระทั่งเข้าใจกลไกการตรัสรู้ธรรมของพระองค์ได้แล้ว ได้ชื่อว่า ศรัทธาที่ยังกลับกลอก ด้วยเหตุนี้ในฐานะที่เรา ตราบนั้นศรัทธาของเราก็ยังกลับกลอกได้ พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำ ท่าน อธิบายไว้ชัดเจนว่า ใครก็ตามที่มีศรัทธากลับกลอก ง่อนแง่น คลอนแคลน ไม่มั่นคงนั้น ยังเอาตัวรอดจาก กิเลสไม่ได้ เพราะศรัทธาเป็นตัวสำคัญที่นำไปสู่การ บำเพ็ญทางจิตอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งผู้นั้นสามารถ เอาชีวิตเป็นเดิมพัน เพื่อแลกกับการรู้ว่าพระสัมมา สัมพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ธรรมอย่างไร และทรงปราบกิเลส ในตัวเองจนสิ้นเชื้อไม่เหลือเศษเป็นพระอรหันต์องค์แรก ของโลกได้อย่างไร เพราะฉะนั้น ใครก็ตามแม้จะมีศรัทธาจนท่อง พระไตรปิฎกได้หมดตู้ จนกระทั่งใครๆ ก็ให้ชื่อว่า พระ ไตรปิฎกเคลื่อนที่ เขาผู้นั้นก็ยังไม่สามารถเอาตัวรอด เป็นลูกศิษย์ของพระองค์ จึงต้องเพียรพยายามรักษา ศรัทธาและปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่องกันต่อไป ระดับที่ ๒ อจลสัทธา อจลสัทธา คือ ความเชื่อที่ไม่กลับกลอก ไม่ ง่อนแง่น ไม่คลอนแคลนในการตรัสรู้ธรรมของพระ สัมมาสัมพุทธเจ้า คำว่า อจลสัทธา หรือ ความเชื่อที่ไม่กลับกลอกนี้ เอง พระเดชพระคุณหลวงพ่อวัดปากน้ำท่านย้ำนักย้ำ หนาแก่บรรดาลูกศิษย์ในยุคของท่านว่า ให้รักษาไว้มั่น ในขันธสันดานทีเดียว คำว่า ขันธสันดาน ที่พระเดชพระคุณหลวงพ่อ ท่านใช้นั้น ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเลย เพราะหมายถึงว่า จากกิเลสได้ เขาจะเป็นได้เพียงผู้ที่ทรงจำพระไตรปิฎก ท่านให้รักษาศรัทธาในพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเอาไว้ให้ ไว้ได้ทั้งหมดเท่านั้น และยังมีโอกาสเสื่อมคลายศรัทธา ในพระพุทธองค์ จนตกต่ำลงมาถึงขั้นที่กลับมาสงสัยว่า การตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นไปได้จริง หรือไม่จริงกันแน่ นั้นคือ หมดศรัทธา และไม่เชื่ออีกต่อไปว่า การ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกับร่างกายและจิตใจที่เราได้มาแต่ กำเนิด เพราะฉะนั้น เท่ากับบอกให้เรารู้เป็นนัยว่า เรา จะต้องรักษาศรัทธาในตัวขององค์สมเด็จพระสัมมา สัมพุทธเจ้าให้มั่นไว้ในขันธสันดานให้ได้ กัลยาณมิตร ๑๗ มิถุนายน ๒๕๕๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More