การแสดงบุญญาภิสมภารของพระมหาบุรุษ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 6 หน้า 36
หน้าที่ 36 / 132

สรุปเนื้อหา

พระมหาบุรุษตรัสแสดงบุญญาภิสมภารว่า “นี่แน่ะ พญามาร ท่านอย่าเพิ่งหมิ่นประมาทว่า เราเป็นคนพูดจาเหลาะแหละไม่มีหลักฐาน ก็พระบารมี ๓๐ ทัศ ที่เราสั่งสมมานั่นแหละเป็นอาวุธแห่งเรา ดูกร พญามารวสวัตตี ท่านว่าบัลลังก์นี้เกิดขึ้นเพราะบุญญา ภิสมภารของท่านนั้น เราอยากทราบว่า ท่านได้บำเพ็ญ บารมี ๓๐ ทัศ ตั้งแต่เมื่อไร ท่านได้บำเพ็ญปัญจมหา บริจาคมาเมื่อครั้งไหน ว่ากันโดยสัตย์จริงอย่ามามุสา เมื่อถูกพระมหาบุรุษเจ้าตรัสติเตียนว่ากล่าว พญามารเห็นดังนั้นยังไม่ยอมแพ้กลับเอื้อนเอ่ย ถามพระสิทธัตถราชบุรุษว่า “นี่แน่ะ พระสิทธัตถะ เราบอกท่านแล้วว่า บัลลังก์อาสน์นี้เป็นของเรา ทั้งพยานของเราก็มีหลาย ปากมากมายนับไม่ถ้วน ในเมื่อท่านไม่ยอมลุกหนีแล้วยัง บอกเราว่ารัตนบัลลังก์นี้เป็นของท่าน ไหนล่ะพยานจง เอาตัวมาแสดงให้เราเห็น

หัวข้อประเด็น

- การแสดงบุญญาภิสมภารของพระมหาบุรุษ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

พระมหาบุรุษตรัสแสดงบุญญาภิสมภารว่า “นี่แน่ะ พญามาร ท่านอย่าเพิ่งหมิ่นประมาทว่า เราเป็นคนพูดจาเหลาะแหละไม่มีหลักฐาน ก็พระบารมี ๓๐ ทัศ ที่เราสั่งสมมานั่นแหละเป็นอาวุธแห่งเรา ดูกร พญามารวสวัตตี ท่านว่าบัลลังก์นี้เกิดขึ้นเพราะบุญญา ภิสมภารของท่านนั้น เราอยากทราบว่า ท่านได้บำเพ็ญ บารมี ๓๐ ทัศ ตั้งแต่เมื่อไร ท่านได้บำเพ็ญปัญจมหา บริจาคมาเมื่อครั้งไหน ว่ากันโดยสัตย์จริงอย่ามามุสา เมื่อถูกพระมหาบุรุษเจ้าตรัสติเตียนว่ากล่าว พญามารเห็นดังนั้นยังไม่ยอมแพ้กลับเอื้อนเอ่ย ถามพระสิทธัตถราชบุรุษว่า “นี่แน่ะ พระสิทธัตถะ เราบอกท่านแล้วว่า บัลลังก์อาสน์นี้เป็นของเรา ทั้งพยานของเราก็มีหลาย ปากมากมายนับไม่ถ้วน ในเมื่อท่านไม่ยอมลุกหนีแล้วยัง บอกเราว่ารัตนบัลลังก์นี้เป็นของท่าน ไหนล่ะพยานจง เอาตัวมาแสดงให้เราเห็น ณ บัดนี้ อย่าให้เราได้เกิด ความรำคาญ” เมื่อเป็นดังนั้นพระองค์ทรงคิดว่า “สิ่งใดสิ่งหนึ่ง มุสาดังนั้น พญามารก็เดือดดาลพิโรธโกรธยิ่งนัก ที่จะเป็นพยานแห่งเราในขณะนี้ก็หามีไม่ นอกจากพระ ลืมตนกวัดแกว่งพระแสงจักราวุธหมายจะประหารพระ ธรณีนี่แหละ ที่จะเป็นพยานในครั้งนี้” เมื่อดำริดังนี้แล้วก็ เมื่อพญามารขว้างอาวุธไป ก็เกิดเสียงพิลึกกึกก้องน่า ขนพองสยองเกล้า แต่ ครั้นเข้าไปใกล้พระ วรกายพระมหาบุรุษเจ้า ก็ กลับกลายเป็นเพดานงาม วิจิตรกางกั้นอยู่ สิทธัตถราชบุรุษให้จงได้ เมื่อพญามารขว้างอาวุธไป ก็ ยกนิ้วชี้ลงพื้นธรณีแล้วประกาศว่า เกิดเสียงพิลึกกึกก้องน่าขนพองสยองเกล้า แต่ครั้น เข้าไปใกล้พระวรกายพระมหาบุรุษเจ้า ก็กลับกลายเป็น “ดูกร พระธรณีเจ้า แต่เราอุตสาหะบำเพ็ญพระ บารมีมา สิ้นกาลช้านานนับเป็นเอนกชาติ เรากระทำ เพดานงามวิจิตรกางกั้นอยู่ ณ เบื้องบนรัตนบัลลังก์ การกุศลสิ่งใด ก็หลั่งไหลลงเหนือพระธรณีนี้ให้ทุกครั้งไป ฝ่ายเหล่ามารทั้งหลายเมื่อเห็นเจ้านายตนเข้าลงมือรบ ครั้งนี้เรานั่งเหนือรัตนบัลลังก์ก็เพื่อหวังตรัสรู้โปรดสัตวโลก พลันขว้างอาวุธน้อยใหญ่ แลดูน่าตกใจเพราะปรากฏ แต่ถูกเหล่าเสนามารเป็นพยานโกงเข้ารับสมอ้างกับพญา รุ่งโรจน์เป็นเปลวอัคคี แต่กลับกลายเป็นพวงบุปผามาลี วสวัตดีจอมมาร สมณพราหมณาจารย์หรือผู้ใดผู้หนึ่ง ต่าง ๆ ตกลงยังพื้นพสุธาเป็นเครื่องสักการะบูชาพระ ซึ่งจักเป็นสักขีพยานให้แก่เราในที่นี้ก็มิได้มี เห็นอยู่แต่ มหาบุรุษเจ้าไปทั้งสิ้น พระสุนธรีนารีเจ้านี่แหละ ได้รู้เห็นเป็นพยานอันยิ่งใหญ่ กัลยาณมิตร ๓๔ มิถุนายน ๒๕๔๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More