ข้อความต้นฉบับในหน้า
เหล่านั้น นี่แหล่ะ! คือสมบัติวิเศษที่พ่อฉันให้มา
มาถึงวันนี้ วันที่ฉันเป็นผู้ใหญ่ ฉันตัวสูงเกินกว่า
ไหล่ของพ่อ คุณธรรม ความดีต่างๆ ที่พ่อได้สอนฉัน
ก็ได้เติบใหญ่ขึ้นในใจของฉัน เช่นกัน เสียงเพลงแว่วมา
อีกว่า
จะเอาโลก... มาทําปากกา
แล้วเอานภา... มาแทนกระดาษ
เอาน้ำหมดมหาสมุทร... แทนหมึกวาด
ประกาศพระคุณไม่พอ
แต่ลูกของพ่อคนนี้แหล่ะค่ะ จะประกาศพระคุณ
ของพ่อ ให้ใครๆ ได้รู้ ฉันรู้ว่าสิ่งที่พ่อต้องการมากที่สุด
คือการเห็นลูกของพ่อเป็นคนดีของสังคมเป็นคนดีของโลก
หนูจะเป็นคนดีค่ะ และทำแต่ความดี ความดี
ทุกอย่างที่ฉันได้ทำ ฉันเชื่อมั่น ว่าพ่อจะได้รับความดี
เหล่านั้นอย่างเต็มที่ เพราะว่าพ่อ เป็นคนสร้างฉันขึ้นมา
ฉันคงต้องรีบไปทำกิจวัตรประจำวัน
และ
หน้าที่การงานแล้วล่ะ ธรรมชาติโดยรอบยังคงงดงาม
เหมือนเดิม ฉันมีความสุขจังเลย ที่ได้เกิดเป็นลูกของพ่อ
พ่อของฉัน อยากจะฝากสายลมไปบอกพ่อว่า พ่อจ๋า
หนูรักพ่อจังเลย
รางวัลดีเด่น ประเภทประชาชน
สุภาภรณ์ แสงวิโรจนพัฒน์
“คำพ่อ”
0
“ป้าไม่อยากรวย กลัวลูกสบาย” พ่อยิ้มหลังคำ
พูดสั้นๆ แค่นี้ ความสุขสบายในวัยเด็กของข้าพเจ้า
ทำให้ไม่เข้าใจคำพ่อ ก็ในวันนั้นข้าพเจ้ามีคุณย่า คุณ
ยายที่แสนดี มีคุณพ่อคุณแม่ที่รักข้าพเจ้าที่สุดในโลก มี
พี่ที่คอยให้ทุกอย่างถึง 5 คน มีน้องเป็นเพื่อนเล่นอีก
คน มีบ้านหลังใหญ่เบ้อเริ่ม อาหารเต็มโต๊ะมากกว่า ๑๐
อย่างทุกมื้อพร้อมขนมอร่อยๆ เสื้อผ้าสวยๆ มากมาย
มีทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรารถนา ความสุขสบายเช่นนี้น่ากลัว
ด้วยหรือ เด็ก ป.๔ อย่างข้าพเจ้าในวันนั้นไม่อาจเข้าใจ
ได้ แล้วควาสงสัยก็ค่อยๆ คลายในขณะที่คุณพ่ออดทน
อธิบายด้วยการกระทำให้เห็นเป็นตัวอย่างตลอดมา
๓
ข้าพเจ้าเห็นรองเท้าคัตชูสีดำที่พ่อใส่ไปงานเลี้ยง
อายุการใช้งานมากกว่าอายุข้าพเจ้าเสียอีก กางเกงตัวเก่ง
ตัวที่ใส่สลับกันนานกว่า ๑๐ ปี เสื้อที่เป็นของแถม
จากสินค้าที่พ่อขายถูกใส่นานจนขาด บางครั้งยังเย็บมา
ใช้ต่อ ด้วยเหตุผลว่า “มันใส่สบาย เย็นดี” สมบัติส่วนตัว
ที่ถูกเลือกสรรจากความพอดีของพ่อ ราคาถูกกว่า
รองเท้าแตะ ๑ คู่เสียอีก เพราะแม้แต่รองเท้าแตะพ่อก็ไม่ใส่
ของแพงที่สุดในตัวพ่อคงจะเป็นฟันทองซี่โปรดที่สะท้อน
๔
เป็นประกายงามยามพ่อยิ้ม ยิ้มที่มีความพอใจบนความ
พอดีเสมอ พ่อเอาแค่นี้แม้พ่อจะมีมากมาย หากข้าพเจ้า
ไม่เห็นพ่อคงหลงรักเจ้าความสุขสบายกลายเป็นเด็ก
เอาแต่ใจตัวเองที่สุด พ่อเป็นเจ้าของห้องแถว ๓ คูหา
ชั้น ตั้งเด่นเป็นสง่าหน้าปากซอย คุณพ่อในฐานะเถ้าแก่
ใหญ่ที่ใครๆ ก็รู้จัก ร้านขายของชำที่เปิดตั้งแต่ ตี ๕-๕
ทุ่ม ไม่มีวันหยุด มีลูกค้ามากมายจนขายไม่ทัน ทำให้
พ่อต้องกินข้าวต้ม เกี่ยมฉ่ายทุกกลางวัน วันไหนถ้า
เตรียมอย่างอื่นให้ พ่อก็จะยิ้มแล้วบอกว่า “ป๋าชอบกิน
ข้าวต้ม มันเร็วดี” ใครๆ ก็ชอบมาซื้อของกับพ่อ เพราะ
อัธยาศัยอันงามและความใจดีของพ่อ พ่อจะคิดกำไรแค่
นิดหน่อย น้อยจนข้าพเจ้าต้องถามพ่อว่า “ป้าไม่อยากรวย
หรอจะ
พ่อสร้างทุกสิ่งทุกอย่างด้วยจุดเริ่มต้นที่ศูนย์
พ่อผ่านมรสุมชีวิตมามาก มีบทเรียนชีวิตมากมาย
เพียงพอที่จะบรรยายให้ลูกรู้จักความจริงของโลก แต่คำ
พูดของพ่อมักจะสั้นเสมอ พ่อไม่เคยบ่นถึงความทุกข์
ยากลำบากที่พ่อเคยได้รับ ไม่เคยโอ้อวดความสำเร็จให้
ลูกชื่นชม พ่อเคยพูดแค่ว่า “ป้าไม่อยากเกิดอีกแล้ว ลูก”
พ่อพูดในวันที่พ่อมีพร้อมทุกอย่าง ทั้งลาภ ยศ สรรเสริญ
สุข จะให้ความเป็นเด็กน้อยของข้าพเจ้าเข้าใจได้อย่างไร
หากถูกเก็บไว้เป็นเพียงความสงสัย คุณย่าเคยเล่าให้ฟัง
ว่าคุณพ่อเป็นคนขยันขันแข็ง ช่วยงานทุกอย่างแต่เด็ก
ตั้งแต่งานบ้าน งานครัวและช่วยย่าทำงานหาเงิน พ่อ
เคยเลี้ยงหมู เลี้ยงเป็ดไก่ ทำขนมขาย หาบของขาย ทำ
กัลยาณมิตร ๗๑ มิถุนายน ๒๕๕๒