การต่อสู้กับพญามาร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 6 หน้า 34
หน้าที่ 34 / 132

สรุปเนื้อหา

ตามที่ผู้เขียนได้ค้นคว้าจากหนังสือเรื่อง “โลกนาถ ก็ตวาดเสียงดังลั่นด้วยความไม่พอใจว่า ทีปนี” ที่พึ่งอันเที่ยงแท้แห่งโลกทั้งสาม โลกนรก โลกมนุษย์ โลกเทวดา ของ พระธรรมธีรราชมหามุนี (วิลาศ ญาณวโร ป.ธ. ๙) ปัจจุบันคือ พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค ๑ ผู้ เขียนขอนำเสนอในรูปแบบสำนวนภาษาเดิม เพื่อ "เจ้าสิทธัตถราชบุรุษ เป็นเพียงมนุษย์บังเกิดใน เมือกตม มีหรือจะมาเปรียบเทียบความยิ่งใหญ่แห่งเรา พญามารวสวัตตีได้” ขณะนั้นเหล่าเทพยเจ้าทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น เป็นการอนุรักษ์ซึ่งความไพเราะและแสดงให้เห็นถึง ท้าวสันดุสิตเทวราช ปัญจสุขคนธรรพ์ สมเด็จองค์พระ ความสามารถในด้านการใช้ศิลปภาษาวรรณกรรมไทย ของพระพรหมโมลี จนกระทั่งได้รับรางวัลวรรณกรรมไทย ชั้นที่ ๑ ของ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๑๕ จากหนังสือเรื่อง “วิมุ

หัวข้อประเด็น

- การต่อสู้กับพญามาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ตามที่ผู้เขียนได้ค้นคว้าจากหนังสือเรื่อง “โลกนาถ ก็ตวาดเสียงดังลั่นด้วยความไม่พอใจว่า ทีปนี” ที่พึ่งอันเที่ยงแท้แห่งโลกทั้งสาม โลกนรก โลกมนุษย์ โลกเทวดา ของ พระธรรมธีรราชมหามุนี (วิลาศ ญาณวโร ป.ธ. ๙) ปัจจุบันคือ พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค ๑ ผู้ เขียนขอนำเสนอในรูปแบบสำนวนภาษาเดิม เพื่อ "เจ้าสิทธัตถราชบุรุษ เป็นเพียงมนุษย์บังเกิดใน เมือกตม มีหรือจะมาเปรียบเทียบความยิ่งใหญ่แห่งเรา พญามารวสวัตตีได้” ขณะนั้นเหล่าเทพยเจ้าทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น เป็นการอนุรักษ์ซึ่งความไพเราะและแสดงให้เห็นถึง ท้าวสันดุสิตเทวราช ปัญจสุขคนธรรพ์ สมเด็จองค์พระ ความสามารถในด้านการใช้ศิลปภาษาวรรณกรรมไทย ของพระพรหมโมลี จนกระทั่งได้รับรางวัลวรรณกรรมไทย ชั้นที่ ๑ ของ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๑๕ จากหนังสือเรื่อง “วิมุตติรัตนมาลี” อมรินทรา พญากาฬนาคราช ที่มาแวดล้อมสักการะ บูชาพระมหาสมณโพธิสัตว์เจ้าอยู่ได้ยินเสียงพญามารก็ ให้หวาดกลัวเป็นที่ยิ่ง ต่างหนีเอาตัวรอดกันเป็นการใหญ่ ด้วยทราบว่าพญามาราธิราชสิเธอเป็นใหญ่กว่าเทวดา พญามารวสวัตตี ทั้งหลาย เหตุว่าเธอสถิตอยู่ในสวรรค์ชั้นสูงสุด เหลือ ท่านยกพลมาครั้ง ปกติเป็นท้าวพญาปกครอง เพียงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าสถิตเหนือรัตนบัลลังก์ นี้ เห็นทีจะทำ หมู่มารอยู่บนสรวงสวรรค์ พระองค์เดียวเท่านั้น ชั้นที่ 5 คือ ปรนิมมิตวสวัตตี อันตรายเราผู้เดียว เป็นผู้มีสันดานมากไปด้วย เสนามารมากมาย ทรงดำริว่า สิ่งใดจะเป็นที่พึ่ง ความอิจฉาริษยา ได้ พระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นพญามารและเหล่า “ท่านยกพลมาครั้งนี้ เห็นทีจะทำอันตรายเราผู้ บารมีที่อาตมาสร้างสมมาช้านานนี่แล จะเป็นที่พึ่งได้ ดูก่อนพระบารมีทั้งหลาย คือทานบารมี ศีลบารมี แห่งเราได้มิมีเลย เฝ้าคอยหาเรื่องพระ เดียว สิ่งใดจะเป็นที่พึ่งแห่งเราได้มิมีเลยเห็นอยู่แต่พระ เห็นอยู่แต่พระ สิทธัตถราชบุรุษหรืออีก นามหนึ่งเรียกว่าพระ บารมีที่อาตมา อังคีรสมหาบุรุษ หรือ เนกขัมขบารมี ปัญญาบารมี วิริยบารมี ขันติบารมี สัจ สร้างสมมาช้านาน ในบางครั้งเหล่าพุทธ จบารมี อธิษฐานบารมี เมตตาบารมี อุเบกขาบารมี นี่แลจะเป็นที่พึ่งได้ ศาสนิกชนสมัยนั้นเรียกว่า ขอบารมีทั้งปวงนี้จงมาประชุมพร้อมกันเป็นสรรพ พระมหาบุรุษ ซึ่งเป็นพระ ศัตราวุธช่วยรณรงค์สงครามกับพญามาราธิราช ในกาล นามต่างๆ ที่ใช้แทนพระองค์ ก่อนจะตรัสรู้และได้รับการ นี้ด้วยเถิด" ยกย่องว่าเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอยู่มาวันหนึ่งพญามาร พญามารเห็นพระองค์ทรงนั่งนิ่งเฉยดังนั้นก็ ได้ยินเสียงเหล่าเทวดาสุรเทพทั้งหลาย มาประชุมกัน ตวาดเสียงเร่งเหล่าเสนามารให้เข้าไปทำร้ายโดยเร็วพลัน กระทำการสักการะพระมหาบุรุษเจ้า ก็รู้สึกอิจฉาและ ด้วยห่าฝน ๙ ของเจ้ามาร บันดาลฤทธิ์สำแดงเดชด้วย เกรงกลัวว่าตน กสูญอ่านาจแห่งการปกครองเป็นยิ่งนัก ห่าฝนมหาพายุใหญ่ ห่าฝนมหาอุทกภัยร้าย ห่าฝนก้อน- จึงได้เรียกเหล่าเสนามารมาประชุมร่วมกัน และมีบัญชา ศิลาที่ร้อนไปด้วยเปลวไฟ ห่าฝนอาวุธทั้งหอก ดาบ จักร ให้เหล่ามารทั้งหลายใช้อิทธิฤทธิ์แปลงกายให้ดูน่าสะพึงกลัว ธนูศร เกาทัณฑ์ ห่าฝนถ่านเพลิงร้อนแรง ห่าฝนเถ้าถึง ทั้งนำศาสตราวุธที่เหล่ามารมีอยู่มาร่วมต่อสู้ขับไล่พระ เร่าร้อนในกุกกุฬนรก ห่าฝนทรายกรด ห่าฝนเปือกตม สิทธัตถราชบุรุษให้หนีจากรัตนบัลลังก์ใต้ร่มไม้มหาโพธิ์ มืดมิด และห่าสุดท้ายสำแดงเดชด้วยความมืดมิดไปทั่ว ให้จงได้ เพื่อให้พระองค์ทรงละจากความเพียรในการ แผ่นดิน เมื่อห่าฝนเหล่านั้นตกลงมาจากฟ้าเข้าใกล้ ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า เมื่อพญามารกรีฑาทัพเข้าไปใกล้ พระวรกายของพระองค์ ก็ไม่สามารถทำร้ายพระองค์ได้ กัลยาณมิตร ๒ มิถุนายน ๒๕๔
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More