ข้อความต้นฉบับในหน้า
สติปัญญาเป็นเครื่องวัดทั้งสิ้น การศึกษาหาความรู้ให้มี
ความสามารถในการทำมาหากินสร้างฐานะสร้าง
ชื่อเสียงแก่ตนเท่านั้น ยังไม่พอต่อการอยู่รอดในสังคม
โลกหรืออยู่รอดในวัฏสงสาร หลายๆ คนสามารถเอาตัว
รอดบนโลกใบนี้ได้ แต่ไม่มีสิ่งใดรับประกันว่าจะสามารถ
เอาตัวรอดในชาติต่อไปได้ ตราบใดยังไม่ศึกษาและ
ก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ อาศัยพระศาสดา
หรือเพื่อนพรหมจรรย์รูปใดรูปหนึ่ง ผู้ตั้งอยู่ในฐานะครู
ซึ่งเป็นที่เข้าไปตั้งความละอาย ความเกรงกลัว ความรัก
และความเคารพไว้อย่างแรงกล้า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้
เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ ๑ ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ
เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว
เธออาศัยพระศาสดา หรือเพื่อนพรหมจรรย์รูป
ใดรูปหนึ่ง ผู้ตั้งอยู่ในฐานะครู ซึ่งเป็นที่เข้าไปตั้งความ
ละอาย ความเกรงกลัว ความรัก และความเคารพไว้
ปฏิบัติตามธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้
ได้ปัญญาอันเป็นเบื้องต้นแห่งพรหมจรรย์ (การประพฤติ
ตัวอย่างประเสริฐ) ตราบนั้นย่อมจะมีชะตาชีวิตวนเวียน
ตกทุกข์ได้ยากอย่างที่กล่าวมาในเบื้องต้นเข้าสักวันหนึ่ง อย่างแรงกล้านั้นแล้ว เธอเข้าไปหา แล้วไต่ถาม
อย่างแน่นอน เพราะปัญญาที่มีอยู่เป็นปัญญาที่ไม่สมบูรณ์ สอบถามเป็นครั้งคราวว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ ภาษิตนี้
ส่วนปัญญาอันเป็นเบื้องต้นแห่งการประพฤติตัวอย่าง เป็นอย่างไร เนื้อความแห่งภาษิตนี้เป็นอย่างไร ท่าน
ประเสริฐนี้ เป็นการพัฒนาจิตใจให้เข้มแข็งพร้อมที่จะ
แก้ปัญหา เป็นปัญญาที่สอนให้มองโลกทะลุปรุโปร่งตาม
ความเป็นจริงครบทุกด้าน
เหล่านั้น ย่อมเปิดเผยข้อที่ยังไม่ได้เปิดเผย ทำให้แจ้งข้อ
ที่ยังไม่ได้ทำให้แจ้ง และบรรเทาความสงสัยในธรรม
อันเป็นที่ตั้งแห่งความสงสัยหลายประการแก่เธอ ดูก่อน
ภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุปัจจัยข้อที่ ๒ ย่อมเป็นไปเพื่อ
ได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว
เธอฟังธรรมนั้นแล้ว ย่อมยังความสงบ ๒ อย่าง
จากบทเรียนสภาพสังคมที่ผ่านมา คนยิ่งมีการ
ศึกษามาก หากคิดจะสร้างปัญหาเขายิ่งสามารถสร้าง
ปัญหาเกิดขึ้นได้มาก เพราะขาดคุณธรรมขาดความรู้
หรือปัญญาทางธรรม ในสังคมการศึกษายุคปัจจุบัน ไม่ คือ ความสงบกาย และความสงบจิต ให้ถึงพร้อม ดู
มีสถาบันใดสามารถสอนให้นักศึกษามีความรู้คู่คุณธรรมได้ ก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ ๓ ย่อม
เว้นเสียแต่สถาบันแห่งพระพุทธศาสนา เพราะความรู้ที่ เป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญา
มีอยู่ในพระพุทธศาสนานั้น เป็นความรู้ของผู้เป็น ที่ได้แล้ว
สัพพัญญู คือรู้ในสิ่งทั้งปวง เมื่อได้นำมาถ่ายทอด
เธอเป็นผู้มีศีล สำรวมระวังในปาติโมกข์ ถึง
เป็นความรู้ที่ศึกษาแล้วสามารถพัฒนาจิตใจให้สูง พร้อมด้วย อาจาระและโคจร มีปกติเห็นภัยในโทษแม้มี
เป็นความรู้ที่สร้างความรู้เพื่อเป็นผู้รู้ที่สมบูรณ์ เพราะไม่
ประมาณน้อย สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบททั้งหลาย ดู
เป็นไปเพื่อได้ปัญญา ฯลฯ เพื่อความบริบูรณ์แห่งปัญญา
สอนให้ทำร้ายใคร ไม่เจือด้วยการแก่งแย่งชิงเด่นชิงดี ก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ ๔ ย่อม
และที่สำคัญที่สุดคือ เป็นความรู้ที่สอนให้เข้าใจตัวของ
เราเองด้วยตัวของเราเอง ดังที่องค์สมเด็จพระสัมมา
สัมพุทธเจ้า ตรัสหลักการพัฒนาปัญญาทางพระพุทธ
ศาสนาเอาไว้ว่า
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหตุ ๔ ประการ ปัจจัย ๔
ประการนี้ ย่อมเป็นไปเพื่อได้ปัญญาอันเป็นเบื้องต้นแห่ง
พรหมจรรย์ ที่ยังไม่ได้ เพื่อความงอกงามไพบูลย์ เจริญ
บริบูรณ์แห่งปัญญาที่ได้แล้ว เหตุ ๔ ประการเป็นไฉน ดู
ที่ได้แล้ว
เธอเป็นพหูสูต ทรงจำสุตะ สั่งสมสุตะ เป็นผู้
ได้ยินได้ฟังมากทรงจำไว้ คล่องปาก ขึ้นใจ แทงตลอด
ด้วยดีด้วยทิฏฐิ ซึ่งธรรมทั้งหลายอันงามในเบื้องต้น
งามในท่ามกลาง งามในที่สุด ประกาศพรหมจรรย์
พร้อมทั้งอรรถ ทั้งพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบูรณ์สิ้นเชิง
ก่อนภิกษุทั้งหลาย นี้เป็นเหตุเป็นปัจจัยข้อที่ ๕ ย่อม
กัลยาณมิตร
๒๙ มิถุนายน ๒๕๕๗