ข้อความต้นฉบับในหน้า
เองไม่ให้คิดชั่ว พูดชั่ว ทำชั่วได้นั้น เรียกว่าความอายบาป
ความกลัวบาป ภาษาพระใช้คำว่า หิริ กับ โอตตัปปะ
ด้วยในตัว
สิ่งที่เราได้ช่วยกันทำในวันนั้น ก็เป็นขั้นตอนหนึ่ง
เพราะฉะนั้นถ้าจะให้โลกอยู่เย็นเป็นสุขในยุคของเราจริงๆ ในการที่จะคุ้มครองโลกให้อยู่เย็นเป็นสุข และเป็นบุญ
เราก็เลยมีหน้าที่ติดตัวกันขึ้นมาคือ
๑. ต้องมาทำความเข้าใจเรื่องความอายบาป
กลัวบาปกันให้ดี
๒. เผยแพร่ความรู้เรื่องความอายบาป กลัวบาป
ให้คนทั้งโลกได้รู้ได้เข้าใจ
แต่การที่จะทำความเข้าใจเรื่องของความอาย
บาปกลัวบาปนี้มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะผู้ที่จะเข้าใจ
เรื่องนี้อย่างจริงจังนั้น จะต้องฝึกหัดขัดเกลาตัวเองมา
อย่างดีทีเดียว แล้วนำมาฝึกสอน ฝึกเทศน์ ฝึกอบรม
ชาวโลก ให้รู้เรื่องความอายบาป กลัวบาปตามไปด้วย
และก็คงไม่พ้นหน้าที่ของพระภิกษุ สามเณร
ด้วยเหตุนี้ ในวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๒
พระเดชพระคุณพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย)
จึงมีดำริว่า เราควรจะต้องช่วยกันอุปถัมภ์ค้ำชูพระภิกษุ
สามเณรทั้งแผ่นดินไทย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งพระภิกษุสามเณร ที่ตั้งใจ
ฝึกหัดขัดเกลาตัวเอง กำลังตั้งใจที่จะฝึกอบรมสั่งสอน
ชาวโลก ให้รู้จักธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้
รู้จักเกิดหิริโอตตัปปะ จะได้ช่วยกันทำให้โลกอยู่เย็นเป็นสุข
จึงได้นิมนต์พระภิกษุสามเณร ที่กำลังตั้งใจเล่าเรียน แต่
ไม่ได้รับความสะดวกในเรื่องปัจจัย ๔ ต่างๆ เพื่อว่า
๑. ให้พวกเราได้บำรุงเลี้ยงพระภิกษุสามเณรเหล่า
นี้กันได้เต็มที่โดยจัดอาหารคาวหวานมาร่วมกันถวายท่าน
เป็นการให้กำลังใจในการเป็นนักบวชของท่าน
๒. ช่วยกันจัดกองทุนสนับสนุนการศึกษาของท่าน
เรียกว่า “กองบุญธรรมะคุ้มครองโลก” จนกระทั่งจัดให้มี
การสอบตอบปัญหาธรรมะในวันนั้นด้วย เพื่อเป็นการ
เสริมให้ท่านได้ตรวจสอบความรู้ในทางธรรมของท่านไป
เป็นกุศลติดตัวของเราไป อีกทั้งยังเป็นหลักประกันว่าไม่
ว่าจะเกิดไปอีกกี่ภพกี่ชาติในเบื้องหน้า เราจะได้เกิดใน
ยุคที่ทุกคนในโลกตั้งใจคุ้มครองโลกอย่างดีที่สุด ทั้งโลกที่
เป็นความคิด ทั้งโลกที่เป็นหมู่สัตว์ ทั้งโลกที่เป็นผืนดิน
หรือผืนโลกที่เราอยู่อาศัย ให้มีแต่ความอยู่เย็นเป็นสุข
และสามารถสร้างบารมีกันได้เต็มที่ตลอดไป
© ประวัติประเพณีการปล่อยสัตว์ปล่อย
ปลา
ถาม : หลวงพ่อครับ ประเพณีการปล่อยสัตว์ปล่อยปลา
ที่ชาวพุทธนิยมทำกันนั้น มีความเป็นมาอย่างไร
ตอบ : ประเพณีปล่อยสัตว์ปล่อยปลาของชาวพุทธนั้น
มีที่มาจารึกอยู่ในพระไตรปิฎกฉบับของมอญเอาไว้ว่า
อย่างนี้
ครั้งหนึ่ง ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้ายังทรง
พระชนม์ชีพอยู่ ได้มีสามเณรน้อยรูปหนึ่ง อาศัยบวช
เรียนอยู่กับพระสารีบุตร ซึ่งเป็นพระอรหันต์ที่มีปัญญา
เลิศกว่าพระอรหันต์ทั้งหลาย อยู่มาวันหนึ่งพระสารีบุตร
ท่านนั่งสมาธิภาวนา แล้วพบว่า สามเณรลูกศิษย์จะ
หมดอายุใน ๗ วันข้างหน้านี้เอง แม้ท่านจะเป็นพระ
อรหันต์มีฤทธิ์มีปัญญามาก ครั้นพบเรื่องนี้เข้า ท่านก็
ไม่รู้ว่าจะช่วยชีวิตลูกศิษย์รูปนี้ได้อย่างไร
ท่านก็เลยบอกสามเณรลูกศิษย์ว่า ให้รีบกลับไป
ลาโยมพ่อโยมแม่ ว่าอีก ๗ วัน จะต้องตายแน่ๆ เมื่อ
ลาเสร็จแล้ว ก็ขอให้กลับมาอยู่วัด มาตายกับพระอาจารย์
อย่าไปตายที่อื่น จะได้ตายไปด้วยจิตใจที่สงบ ตายใน
ขณะที่จิตนึกถึงธรรมะ แม้ต้องตาย ก็จะตายไปดี
เมื่อท่านบอกกับสามเณรลูกศิษย์อย่างนี้ สามเณร
การที่จะคุ้มครองโลกได้นั้นจะต้องเริ่มต้นที่แต่ละคนก่อนเพราะว่าโลกที่เดือดร้อนกันอยู่นี้มาจากคน
ถ้าจะควบคุมโลกนี้ให้อยู่เป็นสุข มีทางเดียว คือต้องไปควบคุมความคิดของแต่ละคนในโลกให้ได้
กัลยาณมิตร ๗๖ มิถุนายน ๒๕๕๒