ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในประเทศไทย วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 6 หน้า 42
หน้าที่ 42 / 132

สรุปเนื้อหา

เพราะฉะนั้นในช่วง สมัยลพบุรี พระพุทธ ศาสนาในประเทศไทย เริ่มปรากฏการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาของ มหายานกับเถรวาท ชัดเจนขึ้นเป็น ๒ นิกายที่เข้ามาอยู่ใน ประเทศไทย โดยทั้ง สองนิกายนี้ยังคงอยู่ใน ฐานะศาสนทายาท ของพระพุทธเจ้า เหมือนกัน เพราะฉะนั้นในช่วงสมัยลพบุรี พระพุทธศาสนาในประเทศไทยเริ่มปรากฏการ เผยแผ่พระพุทธศาสนาของมหายานกับเถรวาทชัดเจนขึ้นเป็น ๒ นิกายที่เข้ามาอยู่ใน ประเทศไทย โดยทั้งสองนิกายนี้ยังคงอยู่ในฐานะศาสนทายาทของพระพุทธเจ้าเหมือนกัน พุทธศตวรรษที่ ๑๘ คือราวๆ พ.ศ.หนึ่งพันแปดร้อยกว่าๆ ก็เข้าถึง ประวัติศาสตร์ของอาณาจักรสุโขทัย ตอนนั้นพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงกำลังเป็น ที่ยิ่งใหญ่มาก พระองค์ทรงสนพระทัยในพระพุทธศาสนา ทรงเสด็จพระราชดำเนินจาก สุโขทัยลงมารับพระพุทธศาสนาซึ่งเข้ามาเผยแผ่ทางภาคใต้ในช่วง

หัวข้อประเด็น

- ประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาในประเทศไทย

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เพราะฉะนั้นในช่วง สมัยลพบุรี พระพุทธ ศาสนาในประเทศไทย เริ่มปรากฏการเผยแผ่ พระพุทธศาสนาของ มหายานกับเถรวาท ชัดเจนขึ้นเป็น ๒ นิกายที่เข้ามาอยู่ใน ประเทศไทย โดยทั้ง สองนิกายนี้ยังคงอยู่ใน ฐานะศาสนทายาท ของพระพุทธเจ้า เหมือนกัน เพราะฉะนั้นในช่วงสมัยลพบุรี พระพุทธศาสนาในประเทศไทยเริ่มปรากฏการ เผยแผ่พระพุทธศาสนาของมหายานกับเถรวาทชัดเจนขึ้นเป็น ๒ นิกายที่เข้ามาอยู่ใน ประเทศไทย โดยทั้งสองนิกายนี้ยังคงอยู่ในฐานะศาสนทายาทของพระพุทธเจ้าเหมือนกัน พุทธศตวรรษที่ ๑๘ คือราวๆ พ.ศ.หนึ่งพันแปดร้อยกว่าๆ ก็เข้าถึง ประวัติศาสตร์ของอาณาจักรสุโขทัย ตอนนั้นพ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงกำลังเป็น ที่ยิ่งใหญ่มาก พระองค์ทรงสนพระทัยในพระพุทธศาสนา ทรงเสด็จพระราชดำเนินจาก สุโขทัยลงมารับพระพุทธศาสนาซึ่งเข้ามาเผยแผ่ทางภาคใต้ในช่วงนั้น ตั้งแต่นั้น พระพุทธศาสนาในสมัยพ่อขุนรามคำแหงมหาราชจึงเริ่มแพร่หลายมากขึ้น พระพุทธศาสนาก็เริ่มปรากฏในแผ่นศิลาจารึกของประเทศไทย แล้วก็เริ่มต่อยอดมาถึง สมัยกรุงศรีอยุธยา สมัยรัตนโกสินทร์จนมาถึงปัจจุบัน นี้คือความเป็นมาของ พระพุทธศาสนาในประเทศไทย การนับถือศาสนาในประเทศไทย และ จากที่กล่าวมาในข้างต้นนั้น มิได้หมายความว่าประเทศไทยเราจะผูกขาดในเรื่อง ของความเป็นพุทธศาสนาเท่านั้น สถาบันศาสนาของไทยยังมีทั้งศาสนาอื่นด้วย โดยที่ ทางราชการรองรับนั้น มีถึง ๕ ศาสนาด้วยกัน แต่เนื่องจากพุทธศาสนาฝังรากลึกมา นาน ก็จะถือเป็นศาสนาหลัก เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ถึง ๙๒.๕ เปอร์เซ็นต์เป็น ชาวพุทธ ศาสนาที่รับรองเป็นลำดับที่ ๒ ต่อมาคือศาสนาอิสลาม ไทยเรามีประชากร นับถืออยู่ถึง ๔.๒๙ เปอร์เซ็นต์ ลำดับที่ ๓ ก็คือศาสนาคริสต์ คริสต์ศาสนิกชนมีอยู่ในประเทศไทยประมาณ ๑.๓๔ เปอร์เซ็นต์ ต่อมาลำดับที่ ๔ ก็จะเป็นศาสนาพราหมณ์กับฮินดู พราหมณ์กับฮินดู ถือเป็น ส่วนเดียวกัน และลำดับที่ ๕ คือศาสนาซิกข์ ถ้าใครนึกไม่ออกว่าซิกข์ศาสนิกชนนี้เป็นอย่างไร ก็คือแขกโพกหัวที่เราคุ้นเคยกัน ซึ่งเขาจะยึดอาชีพขายเสื้อผ้าเป็นหลัก เพราะอาชีพ ของเขาแต่ดั้งเดิมเป็นมาอย่างนั้น ชาวซิกข์เหล่านี้จะมีรวมกัน ๐.๐๓ เปอร์เซ็นต์ของ ประชากรไทย เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๔๒ ยืนยันว่าประชากรไทยมีทั้งหมด ๖๐,๘๑๖,๒๒๖ คน นอกนั้นเป็นอื่นๆ คือผู้ที่ไม่ระบุว่านับถือศาสนาอะไร ตรงจุดนี้เป็นเรื่องน่ากลัว แต่ถ้าเราดูตามอันดับการนับถือศาสนาในโลกนี้ ศาสนาที่มีประชากรนับถือ มากที่สุดคือคริสต์ศาสนา รองลงมาเป็นอิสลาม อันดับ ๓ คือฮินดูเพราะว่าอินเดียเขา มีคนเยอะ พออันดับ 4 เป็นอะไร ครั้งแรกก่อนที่จะดูสถิติ นึกว่าอันดับ 4 ต้องเป็น พุทธแน่ๆ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ อันดับมากที่สุดเป็นอันดับ 4 ก็คือคนที่ไม่มีศาสนา เขา กัลยาณมิตร ๔๐ มิถุนายน ๒๕๕๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More