ภัยภายในและภายนอกของพระพุทธศาสนา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 6 หน้า 47
หน้าที่ 47 / 132

สรุปเนื้อหา

ไม่ว่าการศรัทธาในตัวของพุทธบริษัท ศรัทธาในศาสนิกชน หรือศรัทธาใน ผู้นำทางศาสนาก็แล้วแต่ จะต้องบั่นทอนศรัทธาของศาสนิกชนก่อน ทำตรงนี้ให้ ศรัทธาลดลงให้ได้ พอศรัทธาลดลง ความคิดที่จะอุปถัมภ์ ความคิดที่จะดูแลรักษา พระพุทธศาสนาของศาสนิกชนนั้นจะไม่มี นี่คือภัยภายนอกจะเริ่มต้นที่บั่นทอนความ ศรัทธาของศาสนิกชน โดยภาพรวมของ ภัยภายในก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นเองในศาสนานั้น ยกตัวอย่าง อย่างเช่นพระพุทธ พระพุทธศาสนา คือทุก ศาสนาของเรา ซึ่งอยู่ได้ด้วยผลการปฏิบัติธรรมตามวิธีการตรัสรู้ของพระสัมมา สัมพุทธเจ้า และความสามารถในการอธิบายธรรมะ หากมีชาวพุทธกลุ่มใหม่เกิดขึ้น โดยเขาอาจจะมีแนวคิดใหม่ในเรื่องการมุ่งเน้นในภาคปริยัติเพียงอย่างเดียวด้วยวิธีคิดเอง ตีความหมายออกมาเอง โดยไม่มุ่งเน้นผลของการปฏิบัติให้เข้าถึงการตรัสรู้

หัวข้อประเด็น

- ภัยภายในและภายนอกของพระพุทธศาสนา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ไม่ว่าการศรัทธาในตัวของพุทธบริษัท ศรัทธาในศาสนิกชน หรือศรัทธาใน ผู้นำทางศาสนาก็แล้วแต่ จะต้องบั่นทอนศรัทธาของศาสนิกชนก่อน ทำตรงนี้ให้ ศรัทธาลดลงให้ได้ พอศรัทธาลดลง ความคิดที่จะอุปถัมภ์ ความคิดที่จะดูแลรักษา พระพุทธศาสนาของศาสนิกชนนั้นจะไม่มี นี่คือภัยภายนอกจะเริ่มต้นที่บั่นทอนความ ศรัทธาของศาสนิกชน โดยภาพรวมของ ภัยภายในก็คือสิ่งที่เกิดขึ้นเองในศาสนานั้น ยกตัวอย่าง อย่างเช่นพระพุทธ พระพุทธศาสนา คือทุก ศาสนาของเรา ซึ่งอยู่ได้ด้วยผลการปฏิบัติธรรมตามวิธีการตรัสรู้ของพระสัมมา สัมพุทธเจ้า และความสามารถในการอธิบายธรรมะ หากมีชาวพุทธกลุ่มใหม่เกิดขึ้น โดยเขาอาจจะมีแนวคิดใหม่ในเรื่องการมุ่งเน้นในภาคปริยัติเพียงอย่างเดียวด้วยวิธีคิดเอง ตีความหมายออกมาเอง โดยไม่มุ่งเน้นผลของการปฏิบัติให้เข้าถึงการตรัสรู้ธรรม ทำให้เกิด ลักษณะนี้ก็เป็นการทำให้เกิดความแตกแยกทางความคิดและการปฏิบัติ ความลังเลที่จะเชื่อถือหรือศรัทธาในคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าต่อไปได้ ที่ กล่าวมานี้คือภัยที่เกิดจาก ๒ ส่วนด้วยกัน สิ่งที่ชาวพุทธควรทำในยามเกิดภัยภายในพระพุทธศาสนา เราจะทำอย่างไรต่อไปในท่าทีของชาวพุทธ เมื่อภัยของพระพุทธศาสนาเกิดขึ้น สิ่งที่เราควรจะทำก็คือ 9. ต้องคงความศรัทธาในศาสนาที่ตัวเองนับถือเอาไว้ โดยภาพรวมของพระพุทธศาสนา คือทุกคนจะต้องมีศรัทธา จะลดถอยศรัทธา ไม่ได้ เพราะตัวศรัทธานี้เป็นตัวที่จะนำพาเราไปสู่เรื่องของการทำความเข้าใจในเรื่อง การตรัสรู้ธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และหลักธรรมในศาสนาของพระองค์ว่ามี ประโยชน์อย่างไร ตลอดจนกระทั่งการทำกิจกรรมต่างๆ ที่จะอุดหนุน ทะนุบำรุง อุปถัมภ์ศาสนาที่ตัวเองนับถืออยู่ ๒. ต้องมีศีล คำว่าศีลนั้นเป็นคำเฉพาะของชาวพุทธ แต่ว่าเมื่อได้วิเคราะห์แล้วไม่ว่า อิสลาม ก็ดี คริสต์ศาสนาก็ดี ชาวฮินดู และซิกข์ก็ดี จะมีพื้นฐานของวินัยที่เป็นศีลของแต่ละ ศาสนาที่ใกล้เคียงกัน เริ่มตั้งแต่ไม่เบียดเบียนชีวิตคนอื่น ไม่ลักขโมย ไม่ไปประพฤติ ผิดในกามลูกเมียคนอื่นเขา ไม่พูดปด และไม่ทำให้สติหายด้วยการดื่มสุราเครื่องดอง ของเมาต่างๆ ทุกศาสนามีข้อวัตรของศีลใกล้เคียงกันหมด ซึ่งตรงนี้ผู้อ่านสามารถไป ศึกษาเพิ่มเติมดูได้ จะพบว่าใกล้เคียงกันหมด เพราะฉะนั้นเราต้องมีศรัทธาและยึดมั่น ในหลักปฏิบัติต่อศาสนานั้น ก็คือมั่นคงในศีลของชาวพุทธ ๓. ไม่เชื่อข่าวลือ เมื่อเรามีศรัทธามีศีลแล้ว สิ่งที่เราควรระมัดระวังที่สุดก็คือเราต้องไม่เชื่อข่าวลือ ภาษาพระใช้คำว่าไม่ตื่นมงคลข่าวลือ แต่ชาวพุทธต้องมีสติ ต้องมีวิจารณญาณใน กัลยาณมิตร ๔๕ มิถุนายน ๒๕๕๒ คนจะต้องมีศรัทธา จะ ลดถอยศรัทธาไม่ได้ เพราะตัวศรัทธานี้เป็น ตัวที่จะนําพาเราไปสู่ เรื่องของการทําความ เข้าใจในเรื่องการตรัสรู้ ธรรมของพระสัมมา สัมพุทธเจ้า และหลัก ธรรมในศาสนาของ พระองค์ว่ามีประโยชน์ อย่างไร ตลอด จนกระทั่งการท่า กิจกรรมต่างๆ ที่จะ อุดหนุน ทะนุบำารุง อุปถัมภ์ศาสนาที่ตัวเอง นับถืออยู่
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More