การใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 6 หน้า 48
หน้าที่ 48 / 132

สรุปเนื้อหา

ชาวพุทธต้องมีสติ ต้อง มีวิจารณญาณในเรื่อง ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หยุด คิดเสียก่อน อย่าเพิ่งซื้อ ฮาไปตามกระแสข่าว เนื่องจากในการทำข่าว เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น หยุดคิดเสียก่อน อย่าเพิ่งฮือฮาไปตามกระแสข่าว เนื่องจากใน การทำข่าวแต่ละขั้นแต่ละตอนนั้นอุปสรรคที่ต้องพบคือมีความคลาดเคลื่อนผิดเพี้ยนไป เรื่อยๆ ทีนี้พอประชาชนไปบริโภครับข่าวสารโดยที่เราไม่ใช้วิจารณญาณแล้ว เราก็ไป วิจารณ์ตามข่าว แล้วเราก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของต้นเหตุที่ทำให้เกิดภัยภายใน พระพุทธศาสนา เช่น จากประสบการณ์ที่พบ นักจัดรายการหลายท่าน เวลาจัด รายการจะมีหนังสือพิมพ์วางอยู่ข้างหน้าสองสามเล่มแล้ววิเคราะห์ถ่ายทอด ประสบการณ์จากเนื้อข่าว เช่น ลูกอะไรฆ่าพ่อ ปูอะไรข่มขืนหลาน ก็จะว่าอย่างนี้ ไป ตามเนื้อข่าวเสร็จแล้วก็จะวิเคราะห์วิจารณ์ฉอดๆ ไป

หัวข้อประเด็น

- การใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ชาวพุทธต้องมีสติ ต้อง มีวิจารณญาณในเรื่อง ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หยุด คิดเสียก่อน อย่าเพิ่งซื้อ ฮาไปตามกระแสข่าว เนื่องจากในการทำข่าว เรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้น หยุดคิดเสียก่อน อย่าเพิ่งฮือฮาไปตามกระแสข่าว เนื่องจากใน การทำข่าวแต่ละขั้นแต่ละตอนนั้นอุปสรรคที่ต้องพบคือมีความคลาดเคลื่อนผิดเพี้ยนไป เรื่อยๆ ทีนี้พอประชาชนไปบริโภครับข่าวสารโดยที่เราไม่ใช้วิจารณญาณแล้ว เราก็ไป วิจารณ์ตามข่าว แล้วเราก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของต้นเหตุที่ทำให้เกิดภัยภายใน พระพุทธศาสนา เช่น จากประสบการณ์ที่พบ นักจัดรายการหลายท่าน เวลาจัด รายการจะมีหนังสือพิมพ์วางอยู่ข้างหน้าสองสามเล่มแล้ววิเคราะห์ถ่ายทอด ประสบการณ์จากเนื้อข่าว เช่น ลูกอะไรฆ่าพ่อ ปูอะไรข่มขืนหลาน ก็จะว่าอย่างนี้ ไป ตามเนื้อข่าวเสร็จแล้วก็จะวิเคราะห์วิจารณ์ฉอดๆ ไป เหมือนทำนองว่าทำอย่างนี้ใช้ไม่ได้ ทั้งๆ ที่ผู้บริโภคข่าวสารคือผู้จัดรายการเองรู้หรือเปล่าว่าลูกนี้ฆ่าพ่อจริง ข่มขืน หลานจริงหรือเปล่า คือเราอ่านตามเนื้อข่าวมาถึงก็วิพากษ์วิจารณ์ใส่เขาเลย ทั้งๆ ที่ เขายังไม่ได้รับการพิพากษาว่าเขาผิดหรือไม่ผิด ซึ่งในระดับนี้เราสามารถพูดได้เพียง แต่ละขั้นแต่ละตอนนั้น เป็นกลาง ถ้าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นมันไม่ดี แต่ไม่ใช่เราไปเอาตัวเจ้าของเรื่องมาวิจารณ์ อุปสรรคที่ต้องพบคือมี บางทีเขายังไม่ผิด และข้อมูลที่มีในข่าวยังคลาดเคลื่อนไม่สมบูรณ์ แต่ว่าถ้าทำอย่างนี้ ความคลาดเคลื่อน ประชาชนหรือผู้ฟังเข้าใจว่า เขาผิดไปแล้ว ทั้งๆ ที่ความจริงอาจจะยังสรุปไม่ได้และ ผิดเพี้ยนไปเรื่อย ๆ ทีนี้ พูดได้เพียงระดับกลางๆ เท่านั้น อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างที่ชัดๆ เท่านั้น มันมีตัวอย่างที่คลุมๆ T พอประชาชนไปบริโภค รับข่าวสารโดยที่เราไม่ ใช้วิจารณญาณแล้ว เราก็ไปวิจารณ์ตามข่าว เครือๆ หลายเรื่องแต่ยกเอามาวิจารณ์กัน นี่คือลักษณะเหมือนกับมงคลข่าวลือ หรือ ตื่นข่าวลือต่างๆ เพราะฉะนั้น วิจารณญาณในการฟังข่าวสารของชาวพุทธต้องดีมากๆ ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นผู้ตื่นข่าวลือ และปล่อยข่าวลือทำลาย พระพุทธศาสนาเสียเอง ชาว แล้วเราก็จะกลายเป็น ส่วนหนึ่งของต้นเหตุที่ ทำให้เกิดภัยภายใน พระพุทธศาสนา ๔. ต้องทานุบำรุงพระพุทธศาสนา พุทธต้องระมัดระวัง และต้อง รู้จักวิจารณญาณอย่างไม่ทิ้งค่ สอนในพระพุทธศาสนาเรื่องกฎ แห่งกรรมเสมอจึงจะเรียกว่าเป็น ชาวพุทธที่มีปัญญาไม่ตื่นข่าวลือ หากพุทธศาสนิกชนยังมีความยึดมั่นในพระพุทธศาสนา ตรงนี้ที่ช่วยในเรื่องให้ สถาบันศาสนาดำรงคงอยู่มั่นคงได้ และต้องไม่ลืมทะนุบำรุงอุปถัมภ์ศาสนาที่ตัวเอง นับถืออยู่ด้วย ชาวพุทธนิยมไปสร้างวัดเป็นหลัก วัดที่เกิดขึ้นนั้นไม่ใช่รัฐบาลสร้าง รัฐบาลไม่ ได้ตั้งศาสนสถานให้ คนที่จะตั้งวัดและขออนุญาตตั้งวัดนั้นก็คือนาย ก นาย ข นาย ค ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่จะทำเรื่องยื่นขอตั้งวัดได้ เมื่อได้รับอนุญาตตั้งวัดแล้วสร้างวัดแล้ว ก็จะดำเนินการสร้างวัดแล้วก็จะยกเป็นวัดขึ้นมา นิมนต์พระมาจำพรรษาอยู่ เพราะฉะนั้นพุทธศาสนิกชนถือว่าเป็นบุญใหญ่ที่ได้สร้างวัด กัลยาณมิตร ๔๖ มิถุนายน ๒๕๕๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More