ข้อความต้นฉบับในหน้า
เพราะฉะนั้นแนวความคิดของกลุ่มวัตถุนิยมนี้ จะสำเร็จได้ต่อเมื่อสามารถ
โค่นล้มทรรศนะของอีก ๒ กลุ่มที่เหลือให้หมดสิ้นไปจากโลก ซึ่งจะต้องใช้ระยะเวลาเป็น
๒๐-๓๐ ปี ในการแทรกซึมวัฒนธรรมและประเพณีของกลุ่มวัตถุนิยมได้อย่างเห็นผล
เพราะถ้าคนทั้งโลกมีความนิยมวัตถุแต่เพียงอย่างเดียวขึ้นมาเมื่อไร เมื่อนั้นพวก
วัตถุนิยมรุ่นบุกเบิกก็จะเป็นผู้นำโลกทันที กลุ่มนี้จะเป็นผู้กอบโกยผลประโยชน์จาก
ทรัพยากรโลกที่มีอยู่อย่างจำกัดมากกว่าประเทศอื่นๆ เพราะเทคโนโลยีด้านวัตถุนิยม
และการวางแผนงานบริหารของกลุ่มนี้ก้าวมาไกลที่สุดในโลก
แต่ความปรารถนาของกลุ่มวัตถุนิยมทั้งหลายจะสำเร็จไม่ได้ ถ้าตราบใดที่
โลกยังมีพวกจิตนิยม คือ กลุ่มที่เชื่อว่าจิตใจนั้นสำคัญกว่าวัตถุ ถ้าจิตใจเป็นสุข โลกนี้
ก็จะเปี่ยมสุข พวกนี้ไม่ได้ปฏิเสธว่าวัตถุไม่สำคัญ เพียงแต่เชื่อว่า จิตใจดีกว่าวัตถุ ถ้า
พูดให้ชัดๆ พวกจิตนิยมก็คือ บรรดาประชากรโลกที่เชื่อว่า จักรวาลนี้มีพระเจ้าเป็นผู้
สูงสุด โลกใบนี้มีพระเจ้าเป็นผู้สร้าง รวมทั้งมนุษย์และทุกอย่างบนโลก พระเจ้าเป็น
ใหญ่ที่สุดในภพนี้ เช่น เหล่าคริสต์ศาสนิกชน
มุสลิมชน เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ กลุ่มจิตนิยม
จึงเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งที่กลุ่มวัตถุนิยมจะ
ต้องทำลายล้างทัศนคตินี้ให้ได้
อีกกลุ่มหนึ่งที่เป็นก้างชิ้นใหญ่ก็คือ
พวกที่เชื่อธรรมชาตินิยม พวกนี้ไม่ใช่ใครก็คือ
พวกเราเหล่าพุทธศาสนิกชนที่มีความเชื่อว่า
“สรรพสิ่งทั้งปวงมีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
ตามกฎของธรรมชาติ” ตามที่พระบรม
ศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสอนไว้นั่นเอง
เพราะฉะนั้นเป้าหมายที่จะก้าวขึ้น
มาเป็นเจ้าโลกของกลุ่มวัตถุนิยมจะสำเร็จได้
ก็คือ ต้องทำลายทรรศนะของพวกจิตนิยม
(ศาสนิกชนที่เชื่อในพระเจ้า) และพวกธรรมชาตินิยม (พุทธศาสนิกชน) ให้หมดไป
แต่สิ่งที่ทำให้กลุ่มวัตถุนิยมเกรงกลัวก็คือ อำนาจแห่งความศรัทธาของมนุษย์ ซึ่ง
สามารถสละชีวิตได้เพื่อปกป้องและรักษาศาสนา จึงไม่กล้าใช้วิธีทำลายล้างอย่าง
โจ่งแจ้งรุนแรงด้วยการยกกองกำลังทหารไปถล่มทำลายล้างอย่างประเภทอื่นๆ
ทางเลือกอื่นที่นำมาใช้ คือ การเข้าไปแอบเผาโบสถ์ พังสุเหร่า ให้คนต่าง
ศาสนารุกขึ้นมาจับอาวุธประหารกันเอง สร้างสถานการณ์ให้มีความเห็นขัดแย้งกัน
ระหว่างศาสนา ซึ่งเรื่องนี้มีตัวอย่างเป็นหลายร้อยกรณีในหลายประเทศ เช่นอินโดนีเซีย
เป็นต้น
แต่ในสังคมที่มีศูนย์รวมยึดเหนี่ยวจิตใจอย่างมั่นคงดังเช่นประเทศไทยนั้น
กัลยาณมิตร ๓๗ มิถุนายน ๒๕๕๒
เพราะฉะนั้นแนวความ
คิดของกลุ่มวัตถุนิยมนี้
จะสําเร็จได้ต่อเมื่อ
สามารถโค่นล้ม
ทรรศนะของอีก ๒
กลุ่มที่เหลือให้หมดสิ้น
ไปจากโลก ซึ่งจะต้อง
ใช้ระยะเวลาเป็น ๒๐-
๓๐
ปี ในการแทรกซึม
วัฒนธรรมและประเพณี
ของกลุ่มวัตถุนิยมได้
อย่างเห็นผล เพราะ
ถ้าคนทั้งโลกมีความ
นิยมวัตถุแต่เพียงอย่าง
เดียวขึ้นมาเมื่อไร
เมื่อนั้นพวกวัตถุนิยมรุ่น
บุกเบิกก็จะเป็นผู้นำ
โลกทันที