การทำลายพระพุทธศาสนาในศรีลังกา วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 6 หน้า 112
หน้าที่ 112 / 132

สรุปเนื้อหา

ตำแหน่งสูงๆ หรือผลประโยชน์จูงใจอย่างอื่น วิธีที่สอง เมื่อวิธีแรกใช้ไม่ได้ผล ก็จะใช้วิธีลงโทษอย่างทารุณ โหดเหี้ยม ประชาชนผู้ที่ประสงค์จะได้รับตำแหน่งงานสูงๆ จะต้องนับถือศาสนาของเขา ส่วนผู้ลังเลไม่ยอมเปลี่ยน ศาสนา หรือแสดงอาการต่อต้านขัดขืน จะถูกลงโทษ อย่างทารุณโหดเหี้ยม มีเรื่องเล่าลือกันว่า หลายคนถูก จับโยนทิ้งลงให้เป็นเหยื่อของจระเข้ในแม่น้ำ เด็กๆ ที่ ถ่มน้ำลายรดใส่พวกทหาร ถูกกระชากตัวเอามาบดขยี้ ฆ่าทิ้งต่อหน้ามารดา ซึ่งมารดาก็จะถูกทรมานจนตายใน กับชาวลังกา ทำให้มีพระพุทธศาสนาเกิดขึ้น ๓ นิกาย คือ สยามนิกายจากไทย อีก ๒ นิกายชื่อ อมราปุระนิกาย และรามันนานิกาย จากพม่า คำสอนทั้ง ๓ นิกายไม่ แตกต่างกัน ทำให้พุทธศาสนาเจริญขึ้นอีกครั้งหนึ่ง การทำลายพระพุทธศาสนาครั้งที่สอง อยู่ ระหว่างปี พ.ศ. ๒๓๓๙ -

หัวข้อประเด็น

- การทำลายพระพุทธศาสนาในศรีลังกา

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ตำแหน่งสูงๆ หรือผลประโยชน์จูงใจอย่างอื่น วิธีที่สอง เมื่อวิธีแรกใช้ไม่ได้ผล ก็จะใช้วิธีลงโทษอย่างทารุณ โหดเหี้ยม ประชาชนผู้ที่ประสงค์จะได้รับตำแหน่งงานสูงๆ จะต้องนับถือศาสนาของเขา ส่วนผู้ลังเลไม่ยอมเปลี่ยน ศาสนา หรือแสดงอาการต่อต้านขัดขืน จะถูกลงโทษ อย่างทารุณโหดเหี้ยม มีเรื่องเล่าลือกันว่า หลายคนถูก จับโยนทิ้งลงให้เป็นเหยื่อของจระเข้ในแม่น้ำ เด็กๆ ที่ ถ่มน้ำลายรดใส่พวกทหาร ถูกกระชากตัวเอามาบดขยี้ ฆ่าทิ้งต่อหน้ามารดา ซึ่งมารดาก็จะถูกทรมานจนตายใน กับชาวลังกา ทำให้มีพระพุทธศาสนาเกิดขึ้น ๓ นิกาย คือ สยามนิกายจากไทย อีก ๒ นิกายชื่อ อมราปุระนิกาย และรามันนานิกาย จากพม่า คำสอนทั้ง ๓ นิกายไม่ แตกต่างกัน ทำให้พุทธศาสนาเจริญขึ้นอีกครั้งหนึ่ง การทำลายพระพุทธศาสนาครั้งที่สอง อยู่ ระหว่างปี พ.ศ. ๒๓๓๙ - ๒๔๙๑ หลังจากสามารถฟื้นฟู พระพุทธศาสนาจากการทำลายของปอร์ตุเกสได้เพียง ๑๓๘ ปี ลังกาก็ถูกอังกฤษทำลายพุทธศาสนาเป็นครั้งที่สอง โดยพออังกฤษยึดพื้นที่แถบชายฝั่งของเกาะไว้ได้ทั้งหมดปี พ.ศ. ๒๓๓๙ พอปี พ.ศ. ๒๓๕๘ อังกฤษทำสนธิสัญญา ที่สุดเหมือนกัน บรรดาผู้ที่กล้าบูชากราบไหว้ในที่ กับบรรดาหัวหน้าชาวเกาะว่า จะคุ้มครองพระพุทธศาสนา สาธารณะหรือกล้าห่มจีวรผ้าเหลือง ต้องถูกฆ่าทิ้ง วัดวาอารามต่างๆ ทางพระพุทธศาสนาทั้งหลายถูกทำลาย ทรัพย์สมบัติถูกปล้นชิง ห้องสมุดต่างๆ ถูกเผาทิ้ง ด้วยเหตุนี้ พระพุทธศาสนาจึงตกต่ำลงเรื่อยมา ทั่วทั้งเกาะ จนกระทั่งไม่มีพระภิกษุสงฆ์เหลืออยู่เลย แม้แต่รูปเดียว นับว่าเป็นยุคมืดมนที่สุดยุคหนึ่งของ พระพุทธศาสนาบนเกาะแห่งนี้ ต่อมาในรัชสมัยของกษัตริย์ กีรติ ศรีราชาสิงหะ พวกปอร์ตุเกสพ่ายแพ้ สงคราม พระพุทธศาสนา จึงได้รับการฟื้นฟูขึ้นมา ใหม่อีกครั้ง โดยพระเจ้า แผ่นดินทรงแต่งตั้ง ราชทูตไปขอพระสงฆ์ ประเทศพม่า มาสืบพุทธ จากประเทศสยาม และ ศาสนาวงศ์ อุปสมบทให้ อนุญาตให้ชาวพุทธสามารถประกอบพิธีกรรมต่างๆ ได้ โดยไม่ถูกทำลาย ต่อจากนั้นไม่นาน บรรดาหัวหน้าและ ชาวเกาะจึงรู้ว่า อังกฤษไม่ได้มีความจริงใจที่จะเคารพ สิทธิ์ในการนับถือพระพุทธศาสนาของชาวเกาะ เพราะ พวกอังกฤษพยายามทุกวิถีทางเปลี่ยนให้ประชาชนไป นับถือศาสนาของเขา ซึ่งเป็นศาสนาเดียวกับพวกปอร์ตุเกส แต่คนละนิกาย โดยกระทำการดังนี้คือ ห้ามชาวพุทธจัดพิธีกรรมทางศาสนา ขณะที่ ศาสนาของพวกเขาจัดได้ เด็กที่เกิดมา หาก ไม่ทำพิธีให้เป็น ศาสนิกชนของเขา จะไม่ ได้รับการจดทะเบียนเกิด ตามกฎหมายให้ เจ้าหน้าที่บ้านเมือง ที่นับถือศาสนาของเขา ไม่ได้รับอนุญาตให้ ต่อมาในรัชสมัยของกษัตริย์ กีรติ ศรีราชาสิงหะ พวกปอร์ตุเกสพ่ายแพ้สงคราม พระพุทธ ศาสนาจึงได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาใหม่อีกครั้ง โดยพระเจ้าแผ่นดินทรงแต่งตั้งราชทูตไปขอพระสงฆ์ จากประเทศสยาม และประเทศพม่า มาสืบพุทธศาสนาวงศ์ อุปสมบทให้กับชาวลังกา ทำให้มี พระพุทธศาสนาเกิดขึ้น ๓ นิกาย คือ สยามนิกายจากไทย อีก ๒ นิกายชื่อ อมราปุระนิกาย และรามันนานิกาย จากพม่า กัลยาณมิตร ๑๑๐ มิถุนายน ๒๕๕๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More