ข้อความต้นฉบับในหน้า
ท่านบอกว่าที่ประเทศศรีลังกา หน่วยงานที่ดูแลเรื่อง
โบราณคดี มีแต่เจ้าหน้าที่ศาสนาอื่น ทำให้ไม่ได้ข้อมูล
แท้จริง จึงมาศึกษาจากประเทศไทยเพื่อนำไปเผยแพร่
ไม่ให้พวกต่างศาสนาบิดเบือนข้อเท็จจริงเรื่องโบราณคดี
ของชาวพุทธ
คุณสุคน ได้มีโอกาสเป็นล่ามแปลคำเทศนาของ
พระเถระรูปนี้ เรื่อง พระพุทธศาสนา ในศรีลังกาปัจจุบัน
ที่วัดสนามใน จังหวัดนนทบุรี เมื่อสิงหาคม ปี พ.ศ. ๒๕๓๑
มีข้อความตอนหนึ่งที่น่าสนใจกล่าวว่า
“มีการดำเนินการตัดพระพุทธศาสนาออกจาก
หลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน โดยทำกันเป็นชั้นๆ
เพราะว่ารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาไม่ใช่ผู้นับถือศาสนาพุทธ
อีกทั้งประมาณสามเดือนที่ผ่านมา หนังสือพิมพ์ท้องถิ่น
หลายฉบับ ได้ตีพิมพ์ข่าวเกี่ยวกับองค์การหนึ่งบีบบังคับ
ให้พระสงฆ์ในพระพุทธศาสนา ละทิ้งจีวรผ้าเหลือง โดย
เสนอสินบนแก่ผู้ที่ลาลึกจากการเป็นพระสงฆ์องค์ละ ๑
หมื่น ๕ พัน ถึง ๕ หมื่นรูปี ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษา
และตำแหน่ง ฯลฯ”
๑
ป้าเอาเรื่องมาเล่าให้คุณฟังเสียยาวทีเดียว เพื่อ
เป็นหลักฐานยืนยันว่า ศาสนิกชนบางศาสนาเขามีนโยบาย
เผยแผ่ศาสนาของเขารุนแรงมากเพื่อให้ได้สมาชิกเพิ่มเติม
แม้บางครั้งจะต้องใช้วิธีการที่ไม่เป็นธรรม ก็ไม่คำนึงถึง
ดูประเทศศรีลังกาเป็นตัวอย่างเถิด
คนไทยเราคำนึงถึงเรื่องนี้หรือเปล่า หลวงพ่อของ
เป็นเงินของเขาก็ไม่กี่ร้อยล้าน การที่จะจ้างให้ชาวไทย
ด้วยกันทำลายวัดพระธรรมกาย ทำลายหลวงพ่อของเรา
ไม่ใช่เรื่องยากเย็น เพราะคนไทยกำลังยากจน เงินเป็นสิ่ง
ล่อใจที่ดีที่สุด เรื่องสิ้นชาติ สิ้นศาสนา หรือสูญสิ้นอื่นๆ
เป็นเรื่องเล็ก เพราะเป็นเรื่องยังมาไม่ถึง และไม่เคยรู้
รสชาติของความเป็นทาส ไม่รู้ถึงความขมขื่นเจ็บปวด
ของการถูกกดขี่ ให้เป็นฝ่ายชนะเฉพาะหน้าไว้ก่อน
เรื่องผิดถูกเป็นธรรมหรือไม่ เอาไว้แก้ปัญหากันทีหลัง
เมื่อปัญหามาถึง ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นก็เป็นเรื่องสายเกิน
แก้ไขไปแล้ว
ปัญหาการล่มสลายของพระพุทธศาสนาใน
ศรีลังกาทั้งสองครั้ง ศาสนิกชนฝ่ายที่ต้องการทำลายล้าง
เปิดเผยตัวเองชัดเจน การแก้ไขปัญหาจึงทำได้โดยง่าย
เช่นครั้งแรก เมื่อฝ่ายนั้นใช้วิธีบังคับ ก็ต้องสู้กันด้วย
สงครามให้ชนะ ครั้งที่สองเมื่อใช้วิธีโจมตีคำสอน ก็สู้กัน
ด้วยการโต้วาที อย่างที่สามเณร “โมโหตติวัตเต” กระทำ
แต่ในประเทศของเราขณะนี้ ผู้ต้องการทำลาย
ไม่ปรากฏตัว กลับแอบอยู่เบื้องหลัง ยุให้ชาวพุทธ
ทะเลาะกันเอง ทั้งฆราวาสและพระสงฆ์ ประกอบกับ
การแพร่กระจายข่าวในสมัยปัจจุบันทำได้รวดเร็ว และ
กว้างขวางกว่าสมัยก่อนมาก จึงสามารถระดมความ
เชื่อถือจากประชาชนได้ง่ายดาย ทำให้แนวร่วมเกิดขึ้น
มากมายที่จะล้มล้างวัดพระธรรมกาย แม้กระทั่งโต้แย้ง
กันเรื่องคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยไม่ยอม
เราถูกเป็นเป้าโจมตี เพราะถ้ากำจัดได้ วัดพระธรรม
พิสูจน์ด้วยการลงมือปฏิบัติภาวนาให้รู้แจ้งเห็นจริง การ
กายก็หมดไป เมื่อวัดพระธรรมกายหมด การทำลาย โจมตีกันเองจึงทำกันเต็มที่รุนแรงสุดกำลังของฝ่าย
พระพุทธศาสนาให้หมดจากผืนแผ่นดินไทย ก็ไม่ใช่เรื่อง
ทําลายล้าง
ยาก ดังนั้นหากจะต้องเสียเงินไม่กี่พันล้านบาท ซึ่งเทียบ
ฝ่ายตั้งรับคือเรา กระทำได้อย่างมากเพียงแค่
มีการดำเนินการตัดพระพุทธศาสนาออกจากหลักสูตรการศึกษาในโรงเรียน โดยทำกันเป็นชั้น ๆ
เพราะว่ารัฐมนตรีกระทรวงศึกษาไม่ใช่ผู้นับถือศาสนาพุทธ อีกทั้งประมาณสามเดือนที่ผ่านมา
หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นหลายฉบับ ได้ตีพิมพ์ข่าวเกี่ยวกับองค์การหนึ่งบีบบังคับให้พระสงฆ์ใน
พระพุทธศาสนา ละทิ้งจีวรผ้าเหลือง โดยเสนอสินบนแก่ผู้ที่ลาสึกจากการเป็นพระสงฆ์องค์ละ ๑
หมื่น ๕ พัน ถึง ๕ หมื่นรูปี ขึ้นอยู่กับระดับการศึกษา และตำแหน่ง ฯลฯ
กัลยาณมิตร ๑๑๒ มิถุนายน ๒๕๔๒