ข้อความต้นฉบับในหน้า
ธนัญชานีพราหมณี ผู้เป็นอริยสาวิกา แม้ได้ฟัง
ดังนั้นก็มิได้หวั่นไหวกลับกล่าวว่า “ท่านพราหมณ์ แม้
ท่านจะตัดอวัยวะน้อยใหญ่ของเราก็ตาม เราจะไม่เว้น
จากศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐเลย ท่านไม่อาจ
ห้ามเราจากพระชินเจ้าผู้ทรงคุณอันประเสริฐ เป็นที่พึ่ง
ของเราได้หรอก ท่านจะตัดหรือจะต้มเราก็ตามที เราก็
ชื่อว่าเป็นธิดาของพระพุทธเจ้าผู้ประเสริฐแล้ว"
รุ่งเช้านางพราหมณีได้น้อมนำอาหารไปให้
พราหมณ์ ๕๐๐ ที่เชิญมา ขณะที่นางน้อมนำอาหารไป
ให้พราหมณ์นั้น นางเกิดลื่นล้มจึงเปล่งอุทานว่า “นะโม
ตัสสะ ภควโต อรหโต สัมมาสัมพุทธัสสะ” ๓ ครั้ง
เวลานั้นนั่นเองพวกพราหมณ์ ๕๐๐ บางพวกบริโภค
เสร็จแล้ว บางพวกกำลังบริโภค บางพวกเพียงวาง
โภชนะไว้ตรงหน้า พราหมณ์เหล่านั้นได้ยินเสียงอุทานแล้ว
เหมือนถูกฆ้อนเท่าภูเขาสิเนรุฟาดลงบนศีรษะ และ
เหมือนถูกหลาวแทงที่หู โกรธว่า “พวกเราถูกคนนอก
ลัทธิลวงเข้าสู่บ้าน” จึงทิ้งก้อนข้าวด่าพราหมณ์และหลีก
ไปคนละทิศทาง
พราหมณ์ภารทวาชโคตร เห็นพวกพราหมณ์
แยกกันไปอย่างนั้น จึงด่านางพราหมณี แล้วเข้าไปเฝ้า
พระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับ กล่าวว่า “บุคคลฆ่า
อะไรได้ย่อมนอนเป็นสุข ฆ่าอะไรได้ย่อมไม่เศร้าโศก ข้า
แต่พระโคดม พระองค์ย่อมสรรเสริญการฆ่าธรรมอะไร”
พราหมณ์ตั้งคำถามนี้ขึ้นมาเพื่อจะรุกราน
พระพุทธเจ้า แต่พระพุทธองค์กลับตรัสตอบด้วยพระ
สุรเสียงที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาว่า “บุคคลฆ่าความ
โกรธได้ย่อมนอนเป็นสุข ฆ่าความโกรธได้ย่อมไม่เศร้าโศก
ดูก่อนพราหมณ์ พระอริยเจ้าทั้งหลาย ย่อมสรรเสริญ
การฆ่าความโกรธอันมีรากเป็นพิษมียอดหวาน”
พระพุทธดำรัสเป็นดั่งสายธารอันฉ่ำเย็นดับความ
เร่าร้อนในใจพราหมณ์จนหมดสิ้น พราหมณ์ภารทวาช
โคตร จึงกราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ภาษิตของ
พระองค์แจ่มแจ้งนัก เหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่
ปิด บอกทางแก่คนหลงทาง หรือส่องประทีปในที่มืด
ด้วยคิดว่า ผู้มีจักษุย่อมเห็นได้”
พราหมณ์ได้ขอถึงไตรสรณคมน์ ได้บรรพชา
อุปสมบทแล้ว ไม่นานได้เข้าถึงกายธรรมอรหัต เป็น
พระอรหันต์ สิ้นการเวียนว่ายตายเกิดตลอดไป
ใครด่า ใครได้
อักโกสกภารทวาชพราหมณ์ ทราบข่าวว่า
พราหมณ์ภารทวาชโคตร ผู้เป็นพี่ชายได้บวชในสำนัก
พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว เกิดความโกรธ ความขัดใจ
เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคเจ้าถึงที่ประทับด่าบริภาษด้วย
ถ้อยคำอันหยาบคาย ไม่ใช่คำของบัณฑิต
พระพุทธองค์ทรงประทับนิ่ง ปล่อยให้พราหมณ์
นั้นด่าจนพอใจ จึงตรัสกับอักโกสกภารทวาชพราหมณ์ว่า
“ดูก่อนพราหมณ์ ท่านมีญาติ มีมิตร มีแขกมา
เยี่ยมเยียนบ้านท่านไหม”
“ก็มีมาบ้าง” พราหมณ์ตอบด้วยความสงสัยว่า
ตรัสถามไปทำไม
“ดูก่อนพราหมณ์ เมื่อญาติมิตร หรือแขกที่มา
เยี่ยม ท่านจัดอาหาร-ขนม หรือน้ำดื่มต้อนรับไหม”
สอบ
“กมบ้าง”
“ถ้าจัดแล้ว ของเหล่านั้นเขาไม่รับ แล้วของ
เหล่านั้นจะเป็นของใคร
"ก็เป็นของข้าพระองค์อย่างเดิม”
“ดูก่อนพราหมณ์ ฉันใดก็ฉันนั้น ท่านด่าเราผู้
ไม่ด่าอยู่ ท่านโกรธเราผู้ไม่โกรธอยู่ เราไม่รับคำด่าของท่าน
เรื่องคำด่าทั้งหมดจึงเป็นของท่านเพียงผู้เดียว”
พระพุทธองค์กลับตรัสตอบด้วยพระสุรเสียงที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาว่า “บุคคลฆ่าความโกรธ
ได้ย่อมนอนเป็นสุข ฆ่าความโกรธได้ย่อมไม่เศร้าโศก ดูก่อนพราหมณ์ พระอริยเจ้าทั้งหลาย
ย่อมสรรเสริญการฆ่าความโกรธอันมีรากเป็นพิษมียอดหวาน
กัลยาณมิตร ๘๗ มิถุนายน ๒๕๕๒