การต่อสู้ระหว่างพระสิทธัตถะและพญามาร วารสารกัลยาณมิตร ปี 2542 ฉบับที่ 6 หน้า 35
หน้าที่ 35 / 132

สรุปเนื้อหา

เลยแม้แต่น้อย ยังกลับกลายเป็นเหล่าดอกไม้หอม พวง โกรธเอาไว้ได้ ยังคงดึงดันโต้เถียงพระสิทธัตถราชบุรุษ บุปผาชาติ เครื่องสักการะบูชา ส่งกลิ่นหอมบูชาแทบ พระยุคลบาทของพระองค์ไปสิ้น เมื่อพญามารเห็นดังนั้นก็เกิดความไม่พอใจเป็น รัตนบัลลังก์ และในที่สุดพญามารก็กล่าวขึ้นว่า จะเอาชนะให้จงได้ด้วยวิสัยของคนพาล อ้างเหตุให้เหล่า เสนามารรับสมอ้างสร้างพยานเท็จว่าตนเป็นเจ้าของ อย่างยิ่ง จึงกล่าววาจาขึ้นว่า “พระสิทธัตถะ รัตนบัลลังก์อาสน์นี่เป็นของเรา ท่านจงรีบลุกหนีไปเสียโดยเร็วอย่าช้า ถ้าท่านไม่ไปเรา จะผ่าทรวงล้วงเอาดวงใจท่านออกมาขยี้เสีย ณ บัดนี้ “ดูกรพระสิทธัตถะ ท่านนี่ช่างดื้อดึงเสียนี่กระไร ตัวคนเดียวจะหาเพื่อนสักคนหรือศาตราวุธก็ไม่มี เรานี้สิ มีทั้งพลโยธาและศาสตราวุธพร้อม ใจคอท่านจะไม่ยอม เกรงกลัวเราบ้างเ

หัวข้อประเด็น

- การต่อสู้ระหว่างพระสิทธัตถะและพญามาร

ข้อความต้นฉบับในหน้า

เลยแม้แต่น้อย ยังกลับกลายเป็นเหล่าดอกไม้หอม พวง โกรธเอาไว้ได้ ยังคงดึงดันโต้เถียงพระสิทธัตถราชบุรุษ บุปผาชาติ เครื่องสักการะบูชา ส่งกลิ่นหอมบูชาแทบ พระยุคลบาทของพระองค์ไปสิ้น เมื่อพญามารเห็นดังนั้นก็เกิดความไม่พอใจเป็น รัตนบัลลังก์ และในที่สุดพญามารก็กล่าวขึ้นว่า จะเอาชนะให้จงได้ด้วยวิสัยของคนพาล อ้างเหตุให้เหล่า เสนามารรับสมอ้างสร้างพยานเท็จว่าตนเป็นเจ้าของ อย่างยิ่ง จึงกล่าววาจาขึ้นว่า “พระสิทธัตถะ รัตนบัลลังก์อาสน์นี่เป็นของเรา ท่านจงรีบลุกหนีไปเสียโดยเร็วอย่าช้า ถ้าท่านไม่ไปเรา จะผ่าทรวงล้วงเอาดวงใจท่านออกมาขยี้เสีย ณ บัดนี้ “ดูกรพระสิทธัตถะ ท่านนี่ช่างดื้อดึงเสียนี่กระไร ตัวคนเดียวจะหาเพื่อนสักคนหรือศาตราวุธก็ไม่มี เรานี้สิ มีทั้งพลโยธาและศาสตราวุธพร้อม ใจคอท่านจะไม่ยอม เกรงกลัวเราบ้างเชียวหรือ อย่าดื้อจนเกินไป จะตายเสีย เมื่อพระสิทธัตถราชบุรุษได้ยินดังนั้นก็กล่าว เปล่าๆ เราจะเตือนให้ อย่าโง่อยู่เลย” ตอบว่า เมื่อพระสิทธัตถราชบุรุษได้ฟังดังนั้น จึงกล่าว “ดูกรพญามาราธิราช ท่านมิรู้หรอกหรือว่าตัว ตอบพญามารว่า ดูกรพญามาราธิราช ท่านมิรู้หรอกหรือว่าตัว ท่านนั้นมีกำลังน้อยดุจเป็นทาสข้าช่วงใช้ แห่งเราก็ว่าได้ เรานี้เป็นผู้ประเสริฐเลิศในโลก พลมารกับตัวท่านเป็นผู้ด้อยกว่าเราด้วย วาสนาบารมี ด้วยบารมีแห่งเราที่บำเพ็ญมา นั้นมากจนนับประมาณมิได้ ด้อยกว่าเราด้วยวาสนาบารมี ด้วยบารมีแห่งเราที่ อาจหาญแกล้วกล้าสามารถ อาจได้ชัยชนะไปทั่วอนันต ท่านนั้นมีกำลังน้อยดุจเป็นทาสข้าช่วงใช้แห่งเราก็ว่าได้ เรานี้เป็นผู้ประเสริฐเลิศในโลก พลมารกับตัวท่านเป็นผู้ “ตัวท่านนั่นแหละช่างโง่งมงาย โง่เหลือหลาย หารู้ไม่ว่าพลโยธาของเรานี้เลี้ยงดูมานมนานล้วนแต่ บำเพ็ญมานั้นมากจนนับประมาณมิได้ เรามานั่ง ณ จักรวาล เราได้ซ่อนเก็บเหน็บไว้สำหรับประจำกรของ ความโศก และชาติ ชรา มรณะ เราได้ตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้าแล้ว เราจะขนประชาชนทั้งปวงทั้งเทพยดา สถานที่นี้เพื่อที่จะแสดงให้สัตว์โลกทั้งปวงได้เห็นซึ่ง เราอยู่อย่างมิดชิด เราจึงมีจิตกล้าหาญ มิได้ครั่นคร้าม แลมนุษย์ให้ล่วงหลุดพ้นไปจากทุกข์ในสงสารวัฏ การที่ ในการประจัญกับท่านแม้แต่นิดหนึ่ง” พญามารได้ฟัง ดังนั้นก็คิดในใจและกล่าวว่า “ท่านนั่งอยู่คนเดียว ไฉนจึงพูดจาเหลาะแหละ ท่านจะมาขัดขวางและพยายามขับเราไปเสียจากที่นี่หา เหลวไหลเจรจามุสาศัพท์ นั่งอยู่มือเปล่าๆ แท้ๆ ควรไม่ ตัวท่านนั่นแหละ ควรที่จะไปจากที่นี่ไปให้พ้น” พญามารได้สดับฟังดังนั้นก็มิอาจอดกลั้นความ มาบอกว่ามีอาวุธ พลโยธา ก็เมื่อมีทำไมจึงชักช้าไม่ชัก ออกมาเล่า พูดเพ้อไปเปล่าๆ ไม่เข้าการ กัลยาณมิตร mo มิถุนายน ๒๕๔๒
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More