ข้อความต้นฉบับในหน้า
แล้วพระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสต่อว่า
"ผู้ไม่โกรธ ฝึกฝนตนแล้ว มีความเป็นอยู่สม่ำเสมอ
หลุดพ้นแล้ว เพราะรู้ชอบ สงบคงที่อยู่ ความโกรธจะมี
แล้ว พระสมณะ เราชนะแล้ว” พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัส
ว่า
มาแต่ที่ไหน
“คนพาล กล่าวคำหยาบด้วยวาจา ย่อมสำคัญว่า
ชนะทีเดียว แต่ความอดกลั้นได้ เป็นชัยชนะของบัณฑิต
ผู้ใดโกรธตอบบุคคลผู้โกรธก่อน ผู้นั้นเป็นคน
ผู้รู้แจ้ง
เลวกว่า
ผู้ใดโกรธตอบ บุคคลผู้โกรธก่อน ผู้นั้นเป็นคน
ผู้ไม่โกรธตอบ ชื่อว่าชนะสงครามอันบุคคลชนะ
เลวกว่า
ได้โดยยาก...."
ผู้ไม่โกรธตอบ ชื่อว่าชนะสงครามอันบุคคลชนะ
อักโกสกภารทวาชพราหมณ์ ฟังแล้วเกิดศรัทธา
ได้ขอถึงไตรสรณคมน์ บรรพชาอุปสมบทแล้วไม่นาน
ได้เข้าถึงกายธรรมอรหัต เป็นพระอรหันต์ สิ้นการเวียน
ว่ายตายเกิดตลอดไป
ได้โดยยาก
ผู้ใดรู้ว่าผู้อื่นโกรธแล้ว เป็นผู้มีสติสงบอยู่ได้ ผู้
นั้นชื่อว่า ประพฤติประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย คือแก่ตน
และผู้อื่น
เมื่อผู้นั้นรักษาประโยชน์อยู่ทั้งสองฝ่าย คน
อดกลั้น คือชัยชนะ
ทั้งหลายที่ไม่ฉลาดในธรรม ย่อมสำคัญบุคคลนั้นว่าเป็น
อสุรินทกภารทวาชพราหมณ์ น้องชายของอักโกส
คนเขลา ดังนี้"
กภารทวาชพราหมณ์ ทราบข่าวว่า พราหมณ์ภาร
อสุรินทกภารทวาชพราหมณ์ ฟังแล้วเกิดศรัทธา
ทวาชโคตรออกบวชในสำนักของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้ขอถึงไตรสรณคมน์ บรรพชาอุปสมบทไม่นาน ได้
เกิดความโกรธ ความขัดใจ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค เข้าถึงกายธรรมอรหัต เป็นพระอรหันต์ สิ้นการเวียน
เจ้าถึงที่ประทับ ด่าบริภาษด้วยถ้อยคำอันหยาบคาย
ไม่ใช่คำของบัณฑิต
ว่ายตายเกิดตลอดไป
อสุรินทกภารทวาชพราหมณ์ จะด่าอย่างไร ประทุษร้ายผู้ไม่ประทุษร้าย
ค่ อ น ข อ ด อ ย่ า ง ไร
เดียว พราหมณ์กระหยิ่ม
พระพุทธเจ้าก็ทรงนิ่งอย่าง
ยิ้มย่อง คิดว่าพระพุทธเจ้า
หมดปัญญา ยอมรับคำด่า
โดยดุษฎี จึงกล่าวกับ
พระพุทธเจ้าว่า
“พระสมณะ เราชนะ
พิลังคิกภารทวาช
พราหมณ์ ทราบข่าวว่า พี่
ชายทั้งสามออกบวชในสำนัก
ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว
เกิดความโกรธ ความขัดใจ
CIMA CETTYA
เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาค
เจ้าถึงที่ประทับ ยืนนิ่งอยู่
นักประทุษร้ายพระพุทธเจ้า
ผู้ไม่โกรธ ฝึกฝนตนแล้ว มีความเป็นอยู่สม่ำเสมอ หลุดพ้นแล้ว เพราะรู้ชอบ สงบคงที่อยู่ ความ
โกรธจะมีมาแต่ที่ไหน
ผู้ใดโกรธตอบบุคคลผู้โกรธก่อน ผู้นั้นเป็นคนเลวกว่า
ผู้ไม่โกรธตอบ ชื่อว่าชนะสงครามอันบุคคลชนะได้โดยยาก....
กัลยาณมิตร ๘๘ มิถุนายน ๒๕๕๒