ชีวิตครอบครัวนักธุรกิจ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 12 หน้า 53
หน้าที่ 53 / 204

สรุปเนื้อหา

โปะ (จักกเดช) และปอนด์ (ดาราพร) เป็นลูกที่เกิดตามลำดับ ของครอบครัวอัศว โสภณ โดยมีคุณสุรศักดิ์ และคุณเพ็ญจันทร์ เป็นคุณพ่อ คุณแม่ที่ลูกๆ รักที่สุด.... ครอบครัวนักธุรกิจ คิริบิครั้งนี้ มีกัน ๔ คน พ่อ แม่ และลูกๆ ซึ่งปัจจุบันเป็น เจ้าของและหุ้นส่วนใหญ่ ถึง ๔ บริษัท คือบริษัท ผเร TRANSEA ควน SX50บาICE ค^คบTMธผา' บริษัท 000ค TRAฯผเผด THAILA\ผO คผร IWAผ/G-M ธผา บริษัท 10 ผ^ธ และบริษัท A5/^/\ เผาธิคผ/โอผAL โดยปกติแล้ว ครอบครัวหนึ่งจะดูแลและบริหาร บริษัทเพียงบริษัทเดียว ก็แทบ จะไม่มีเวลาทำอะไรอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันครอบครัวนี้ต้องบริหารถึง ๔ บริษัท แน่นอน เวลา ที่แต่ละคนภายในครอบครัว จึงมีให้กัน ย่อมต้องถูกแทนที่ด้วย งาน.. งาน.. และงานเสมอ สิ่งนี้เอง ได้ส่งผลมาถึง น้องปอนด์ ลูกสาวคนสุดท้องของบ้าน - บ่อ

หัวข้อประเด็น

- ชีวิตครอบครัวนักธุรกิจ

ข้อความต้นฉบับในหน้า

โปะ (จักกเดช) และปอนด์ (ดาราพร) เป็นลูกที่เกิดตามลำดับ ของครอบครัวอัศว โสภณ โดยมีคุณสุรศักดิ์ และคุณเพ็ญจันทร์ เป็นคุณพ่อ คุณแม่ที่ลูกๆ รักที่สุด.... ครอบครัวนักธุรกิจ คิริบิครั้งนี้ มีกัน ๔ คน พ่อ แม่ และลูกๆ ซึ่งปัจจุบันเป็น เจ้าของและหุ้นส่วนใหญ่ ถึง ๔ บริษัท คือบริษัท ผเร TRANSEA ควน SX50บาICE ค^คบTMธผา' บริษัท 000ค TRAฯผเผด THAILA\ผO คผร IWAผ/G-M ธผา บริษัท 10 ผ^ธ และบริษัท A5/^/\ เผาธิคผ/โอผAL โดยปกติแล้ว ครอบครัวหนึ่งจะดูแลและบริหาร บริษัทเพียงบริษัทเดียว ก็แทบ จะไม่มีเวลาทำอะไรอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันครอบครัวนี้ต้องบริหารถึง ๔ บริษัท แน่นอน เวลา ที่แต่ละคนภายในครอบครัว จึงมีให้กัน ย่อมต้องถูกแทนที่ด้วย งาน.. งาน.. และงานเสมอ สิ่งนี้เอง ได้ส่งผลมาถึง น้องปอนด์ ลูกสาวคนสุดท้องของบ้าน - บ่อยครั้งที่ปอนด์ ต้องอยู่บ้านคนเดียวกับพี่เลี้ยง เพราะคนที่น่าจะเป็นเพื่อนเล่นและอยู่ใกล้ชิดปอนด์ที่สุด ตอนพ่อกับแม่ไม่อยู่ ควรจะเป็นพี่ชาย แต่เพื่ออนาคตที่ดีกว่าของลูกชายคนโต... คุณพ่อ คุณแม่ จึงได้ส่งให้เขาไปเรียนต่อต่างประเทศ ช่วงนั้น พ่อกับแม่ ทำงานกันทั้ง ๗ วัน หาเวลากลับบ้านที่แน่นอนไม่ได้ เวลา ปอนด์จะขอสตางค์ หรือคุยอะไรกับพ่อแม่ ก็ใช้วิธีเขียนโน้ตไปแปะไว้ที่กระเป๋าสตางค์ หรือ ที่ๆ ปอนด์แน่ใจว่าพ่อจะกลับมาเห็น แล้วคุณพ่อก็จะน่าเงินค่าขนมมาไว้ให้ปอนด์ที่หัว เตียงตามจำนวนที่ปอนด์ขอ ปอนด์บอกว่า บางทีปอนด์ไม่ได้เจอพ่อกับแม่เลย 4 วันติดๆ กัน ทั้งที่อยู่บ้าน เดียวกันแท้ๆ เพราะพ่อกับแม่ จะกลับดึกมาก กลับมาตอนที่ปอนด์หลับไปแล้วทุกครั้ง แล้วก็ออกไปทำงานแต่เช้า หรือถ้าโชคดีหน่อยก็จะเจอกันและได้คุยกันเพียง ๒-๓ ค่ำ ซึ่ง วิถีชีวิตเช่นนี้ ยังคงดำเนินต่อไป จนกระทั่งปอนด์ย่างเข้าสู่วัยรุ่น ผู้สัมภาษณ์ : น้องปอนด์เริ่มรู้สึกว่าพี่มีเวลาให้เขาน้อยลง ตอนไหนค่ะ คุณแม่ : ช่วงนั้น เขาอยู่ม.๓ ก็เริ่มสังเกตเห็นว่าปอนด์ จะเริ่มงอแง และจะเริ่มหงุดหงิดง่าย คุยอะไรกันเป็นต้องเถียงกัน หรือไม่เข้าใจกันเป็นส่วนใหญ่ และมีอยู่วันหนึ่ง ตัวพี่กับพ่อของเขา ไปงานโรงเรียน เป็นงานปิดค่าย ก็เห็นน้องปอนด์เขาเล่นละคร ปอนด์แสดงเป็นแม่ ในบท ที่แม่ไม่มีเวลาให้ลูก เขาจะแสดงเป็นแม่ที่มีแต่งาน ติดประชุมบ้าง งานเยอะบ้าง ลูกจะให้ ไปทำอะไรก็ไม่มีเวลาเลย ซึ่งละครตอนนั้น ทำให้คนดูตลกและก็หัวเราะกัน แต่เรื่องนี้ ทำให้พี่ได้ฉุกติด ว่าเราเองหรือเปล่าที่ไม่มีเวลาให้เขา เราทำงานเยอะไปหรือเปล่า - ผู้สัมภาษณ์ : ที่ปอนด์แสดงละคร ตอนนั้นคิดยังไง น้องปอนด์ : ปอนด์รู้ว่ายังไงก็ตาม ถ้าเป็นงานโรงเรียน พ่อกับแม่ปอนด์ก็ต้องมา เพราะเขา ไม่เคยขาด ยังไงเขาก็ต้องมาดู อย่างตอนนั้นปอนด์กับเพื่อนแสดงกัน ๕-๖ คน เพื่อนก็จะรู้ กันว่าปอนด์เหมาะกับบทนี้ เพราะเป็นเรื่องที่เกิดกับปอนด์เอง ในกลุ่มเพื่อนๆ เราคิดกันว่า ถ้าพ่อแม่ของพวกเราได้ดูละครจำลองนี้จะทำให้เขาเข้าใจเรามากขึ้น ผู้สัมภาษณ์ : แล้วเคยพูดอะไรกับคุณแม่ตรงๆ เรื่องงานของคุณแม่บ้างไหม น้องปอนด์ : ก็จะถามคุณแม่เสมอค่ะว่า... แม่ ทำงาน ๗ วันเลยหรือ..? วันอาทิตย์.. แต่งตัว อีกแล้วหรือ? ไปทำงานอีกแล้วใช่ไหม...? ซึ่งค่า ตอบที่ปอนด์จะได้จากแม่เสมอ คือ งาน กัลยาณมิตร ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๕๑
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More