ทฤษฎีสัมพัทธภาพและควอนตัม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 12 หน้า 176
หน้าที่ 176 / 204

สรุปเนื้อหา

แอปเปิลบนต้นกับที่หล่นลงบนพื้นโลก” ซึ่งตรงนี้เป็นอะไร ที่จริงและลึกซึ้งลงไป “ยิ่งกว่ากฎเกณฑ์เรื่องแรงโน้มถ่วง สากลและกรอบของมันตามที่นิวตันเคยกล่าวไว้" ทฤษฎี สัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ ได้กล่าวถึง “กรอบสมบูรณ์ไว้ โดยให้ความเร็วของแสง... เป็นสิ่งที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็น ที่สุดแห่งกรอบอ้างอิงของจักรวาล" จากกรอบอ้างอิงอัน ไกลโพ้น “จึงถือเป็นกรอบสมบูรณ์” ! ในเวลาต่อมา... ก็ได้มีการน่าหลักการและกรอบอ้างอิงนี้ ไปใช้ใน วิชาที่ว่าด้วย “จักรวาลสเกล" (2051^0100/) จากสิ่ง ที่ครอบคลุมจักรวาล ไอน์สไตน์ยังได้ให้คำอธิบายที่ทำให้ เราเช้าถึงสิ่งที่เล็กที่สุด ที่เรียกว่า “ทฤษฎีอะตอม” (/\!O1V!เอ แคคORY) และจากปรากฏการณ์ไฟฟ้าอันเนื่องจากแสง หรือ “โฟโตอิเล็กทริก เอฟเฟ็กต์" (คคO!Oค-คอ!คเอ คค- คคอ!) ที่ไอน์สไตน์ได้ให้ค

หัวข้อประเด็น

- ทฤษฎีสัมพัทธภาพและควอนตัม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

แอปเปิลบนต้นกับที่หล่นลงบนพื้นโลก” ซึ่งตรงนี้เป็นอะไร ที่จริงและลึกซึ้งลงไป “ยิ่งกว่ากฎเกณฑ์เรื่องแรงโน้มถ่วง สากลและกรอบของมันตามที่นิวตันเคยกล่าวไว้" ทฤษฎี สัมพัทธภาพของไอน์สไตน์ ได้กล่าวถึง “กรอบสมบูรณ์ไว้ โดยให้ความเร็วของแสง... เป็นสิ่งที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็น ที่สุดแห่งกรอบอ้างอิงของจักรวาล" จากกรอบอ้างอิงอัน ไกลโพ้น “จึงถือเป็นกรอบสมบูรณ์” ! ในเวลาต่อมา... ก็ได้มีการน่าหลักการและกรอบอ้างอิงนี้ ไปใช้ใน วิชาที่ว่าด้วย “จักรวาลสเกล" (2051^0100/) จากสิ่ง ที่ครอบคลุมจักรวาล ไอน์สไตน์ยังได้ให้คำอธิบายที่ทำให้ เราเช้าถึงสิ่งที่เล็กที่สุด ที่เรียกว่า “ทฤษฎีอะตอม” (/\!O1V!เอ แคคORY) และจากปรากฏการณ์ไฟฟ้าอันเนื่องจากแสง หรือ “โฟโตอิเล็กทริก เอฟเฟ็กต์" (คคO!Oค-คอ!คเอ คค- คคอ!) ที่ไอน์สไตน์ได้ให้คำอธิบายค่อนข้างชัดเจน “ได้ เปิดศักราชของทฤษฎีควอนตัม....และทำให้นักฟิสิกส์ยุค ใหม่ได้รู้จักอิเล็กตรอนมากขึ้น" แล้วได้นำาไปสู่การประยุกต์ ใช้ในเครื่องใช้ไฟฟ้าหลากหลายชนิด ตั้งแต่เครื่องรับ โทรทัศน์, เตาไมโครเวฟ, สัญญาณเรดาร์, ระบบเลเซอร์ และไมโครชิป อื่นๆ ทฤษฎีสัมพัทธภาพและควอนตัม เมื่อรวมกันแล้วจะสามารถกล่าวได้ว่า “เป็นทฤษฎี แห่งสรรพสิ่ง" (เคคอค/ อค ค/คค/เคเผอ) ซึ่งสามารถ ที่จะอธิบาย “การถือกำเนิดของจักรวาล” และสัมพันธ์ไป ถึง “ทฤษฎีบิกแบง” (610 ธ/^ผธ คคอค/) ที่สำคัญ ยิ่งทางดาราศาสตร์อีกด้วย “สัมพันธภาพและควอนตัม"! เป็นคำที่นักวิทยาศาสตร์ในแขนง “ฟิสิกส์ยุคใหม่หรือ โมเดอร์นฟิสิกส์" จะต้องรู้จัก เพราะทุกๆ คนล้วนแต่ กำลังดำเนินรอยตาม “บิดาแห่งฟิสิกส์ยุคใหม่คือ ไอน์สไตน์ผู้นี้ในทุกๆ เรื่อง" รวมแม้กระทั่ง... ดลอด! แนวความคิดที่แนบแน่นไปกับคาสนามาโดย ซึ่งไอน์สไตน์ ยู- ได้แสดงความเห็นอย่างเปิดเผยครั้งแล้วครั้งเล่าว่า “สิ่งที่สำคัญสูงสุดในการสร้างสรรค์ผลงานวิทยาศาสตร์ที่ ยิ่งใหญ่ทั้งหลาย คือ ความเชื่อมั่นศรัทธา" ดังคำกล่าว ของเขาที่ว่า... “นักวิทยาศาสตร์ที่จริงจังมุ่งมั่นทุกคนจะ ต้องมีแรงดลใจที่ได้จากความเชื่อมั่น และความศรัทธาใน ศาสนา” !... (อบอ!คไว ธ/ อคคฺครคอ รTMOบคม : 000 'S LA บอคเคค, ๑๙๘๒) และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง..... ในช่วงระยะหลังมานี้นักวิทยาศาสตร์ยุคใหม่ ระดับแนวหน้าของโลกทั้งหลาย “ต่างก็หันมาค้นคว้าเรื่อง จิตอย่างจริงจัง" ตามแนวความคิดของไอน์สไตน์ที่เชื่อว่า..... “จักรวาลมีขึ้นและดารงอยู่ได้ก็เพราะว่า มีชีวิต และมีจิตของมนุษย์ร่วมอยู่ในจักรวาลร่วม (ค/ค!อเค/ !Oค/ บค /คควิค) อย่างแท้จริง! เช่นเดียวกันกับนีลส์ บอหร (ผเคคร ธอคค) นักฟิสิกส์ผู้โด่งดังชาวเดนมาร์ก ที่ก็เชื่อว่า "ถ้าไม่มีมนุษย์ ไม่มีจิต....จักรวาลก็มีขึ้นมาไม่ได้!” (ปริศนาจักรวาล โดย น.พ. ประสาน ต่างใจ) หมายเหตุ a : พระพุทธศาสนา สอนว่า “จิตของมนุษย์ สร้างจักรวาล ขึ้นมา” : ไอน์สไตน์ เชื่อว่า “จิตของมนุษย์... สร้าง จักรวาลขึ้นมา” : ไอน์สไตน์ เคยกล่าวว่า “ศาสนาในอนาคต นั้นเป็นศาสนาของจักรวาลจะต้องมองข้ามพระเจ้าที่ เป็นตัวตนหรือลัทธิต่างๆ จะต้องมาจากประสบการณ์ จิตและวิญญาณ ต้องมาจากความเป็นธรรมชาติ เป็นเหตุผล เป็นวิทยาศาสตร์ ศาสนาที่ตรงกับค่าจำกัดความนี้มากที่สุด คือ ศาสนาพุทธ" ๑๗๔ กันยาแม้น ชันวาคม พ.ศ. ๒๕®®
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More