การรักษาและกรรม วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 12 หน้า 128
หน้าที่ 128 / 204

สรุปเนื้อหา

ไปรักษา แม่จะกระโดดลงรถ ผมจึงต้องจ่ายอมให้ท่าน กลับยะลา ตลอดเวลาผมก็ส่งเงินเป็นค่ารักษาให้ท่านตลอด อยากให้แม่หาย แม่ก็รักษาแบบผิดๆ งมงาย ด้วยไสยศาสตร์ บางครั้ง แอบไปกับน้าชายน้องของแม่ไปกันสองคน ไม่ ให้ลูกๆ รู้ ใช้วิธีตัดเนื้อบนกะลาบ้าง ลมควันบ้าง และที่ โหดสุด คือ เขาใช้มีดกรีดหลัง จับหลังได้ใช้มีดตัดฟิตเลย! พวกเรามารู้ทีหลังก็ช่วยอะไรแม่ไม่ได้ ทุกอย่างที่แม่รักษา ล้วนทรมานทั้งนั้น และแล้วก็ถึงคราวที่ดาขวาของแม่ต้องบอดสนิท เพราะแม่ไปรักษากับหมอแขก ที่บอกว่าไปเรียนจากพม่า เขารักษาโดยวิธีกดที่เลนตาลงไปข้างล่างมันก็ทำให้ตาสว่าง แม่ดีใจใหญ่ จะหายแล้ว ดีใจอยู่แค่สองวันเท่านั้น ตาแม่ก็ กลับพลาลง แล้วก็มืดสนิทเลย ดาขวาไก่บอด ตาแม่ข้าง ขวาก็บอดสนิท ส่วนตาซ้ายของแม่นั้นพล่า ไม่ถึงกับบอด สนิท ยังพอมอ

หัวข้อประเด็น

- การรักษาและกรรม

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ไปรักษา แม่จะกระโดดลงรถ ผมจึงต้องจ่ายอมให้ท่าน กลับยะลา ตลอดเวลาผมก็ส่งเงินเป็นค่ารักษาให้ท่านตลอด อยากให้แม่หาย แม่ก็รักษาแบบผิดๆ งมงาย ด้วยไสยศาสตร์ บางครั้ง แอบไปกับน้าชายน้องของแม่ไปกันสองคน ไม่ ให้ลูกๆ รู้ ใช้วิธีตัดเนื้อบนกะลาบ้าง ลมควันบ้าง และที่ โหดสุด คือ เขาใช้มีดกรีดหลัง จับหลังได้ใช้มีดตัดฟิตเลย! พวกเรามารู้ทีหลังก็ช่วยอะไรแม่ไม่ได้ ทุกอย่างที่แม่รักษา ล้วนทรมานทั้งนั้น และแล้วก็ถึงคราวที่ดาขวาของแม่ต้องบอดสนิท เพราะแม่ไปรักษากับหมอแขก ที่บอกว่าไปเรียนจากพม่า เขารักษาโดยวิธีกดที่เลนตาลงไปข้างล่างมันก็ทำให้ตาสว่าง แม่ดีใจใหญ่ จะหายแล้ว ดีใจอยู่แค่สองวันเท่านั้น ตาแม่ก็ กลับพลาลง แล้วก็มืดสนิทเลย ดาขวาไก่บอด ตาแม่ข้าง ขวาก็บอดสนิท ส่วนตาซ้ายของแม่นั้นพล่า ไม่ถึงกับบอด สนิท ยังพอมองรางๆ แค่ให้รู้ว่าจานข้าวอยู่ตรงไหนเท่านั้น เหมือนที่แม่ทำกับเจ้าไก่เลย ตามันก็พล่ามองเห็นแค่เม็ด ข้าวเหมือนกัน เป็นเวลาสิบกว่าปีที่แม่ทรมานอยู่แบบนี้ออกไป ไหนไม่ได้ อยู่แต่ในบริเวณบ้านที่แม่คุ้นเคย ผมประสบ ความสำเร็จในชีวิตจะให้แม่มาดูโรงเรียนชื่มชมความสำเร็จ ของลูกก็มาไม่ได้ ปลายเดือนกรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๔ ผม ก็ได้ข่าวจากทางบ้านว่า แม่ล้มในห้องน้ำไม่มีใครเห็นท่าน นานหลายชั่วโมงน้องสาวมาพบจึงน่าตัวส่งโรงพยาบาล และต่อมาทุกๆ โรคก็มารุมแม่ กระดูกผุ สมองฝ่ออย่าง ๑๒๖ ม.แน้ม ชันวาคม พ.ศ. ๒๕๒ รวดเร็ว กระทั้งผมมีโอกาสไปเยี่ยมท่าน เห็นท่านทรมาน ไม่ไหว ผมคิดหาทางช่วยแม่ โชคดีที่ผมมีโอกาสเข้าวัด พระธรรมกาย และเคยกราบคุณยายอาจารย์ ผมจึงมีคุณ ยายเป็นที่พึ่งคำแนะนำ สั่งสอนของท่านอยู่ในใจผมตลอดมา ในคืนนั้น ผมร้องไห้ ผมรู้ว่า แม่เจ็บทรมานเพราะกรรม ไม่ดีมันตามทัน ผมจึงนึกอธิษฐานจิตถึงกรรมดี บุญกุศล ทั้งของแม่และของผมให้ช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบา และขอ พึ่งบารมีเมตตาของคุณยายอาจารย์ให้ท่านช่วยนึกอธิษฐาน จิตบอกท่านว่า “คุณยายขอรับ ถ้าแม่ของลูกต้องตายไปก็ ขอให้ท่านไปดีนะขอรับ ขออย่าให้ท่านทรมานเลย" กลับมากรุงเทพฯ ตกเย็นผมพยายามเข้าวัดไป ฟังสวดพระอภิธรรมและถวายเครื่องไทยธรรม ทำบุญกับ คุณยาย ขณะที่ถวายผมก็ขอบารมีท่านคุ้มครองแม่ตลอด ผมส่งอีเมล์ไปถามน้องสาวๆ ตอบกลับมาว่า พี่โตแม่ไม่ ทรมานแล้ว พยาบาลพลิกตัวก็ไม่เจ็บ อยู่ห้อง 1.0.บ. หน้าตาสดชื่น หมอแปลกใจไปตามๆ กัน ตลอดระยะเวลากว่า 6 เดือน ผมทำ แบบนี้ตลอด แม่ก็สบายนอนป่วยแบบไม่ทรมาน จนกระทั้งในเวลาที่ ๒ ของคืนวันที่ ๙ ตุลาคม ท่านก็จากพวกเราไปอย่างสงบที่ ผมกล้าน่าเรื่องบางตอนในชีวิตของผู้บังเกิดเกล้ามาเล่าสู่ กันฟังนี้ ก็เพื่อเป็นเรื่องยืนยันว่า กฎแห่งกรรมมีจริง และ น่า สมัยอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าวิทยาการความรู้ทางโลกจะก้าว ไปไกลขนาดไหน อยู่ในยุคโลกไร้พรมแดน มนุษย์สามารถ รู้ข่าว ติดต่อกันได้ทั่วโลกภายในเวลาไม่กี่นาที และเดินทาง ออกไปยังนอกโลก ค้นหาโลกใบใหม่ได้ วิทยาศาสตร์ ท่าให้มนุษย์มีทางออกหนีภัยธรรมชาติได้ หนีภัยสงครามได้ แต่สิ่งหนึ่งที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถช่วยมนุษย์ให้หนีพ้น ได้ก็คือ กฎแห่งกรรมของตัวเรานั้นเอง ด้วยอานุภาพแห่งบุญที่เรื่องราวของคุณแม่ช่วย ชี้ให้ทุกคนรู้ว่า กฎแห่งกรรมมีจริง ทุกคนจะได้ไม่ประมาท พ้นจากวิบากไม่เผลอไปทำกรรมเช่นนี้ ขออานิสงส์นี้ให้ คุณแม่มีความสุขยังสุขคติโลกสวรรค์ด้วยเถิด
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More