ข้อความต้นฉบับในหน้า
ผิดที่นอกประตูเมืองด้านทิศตะวันตก ถ้าเป็นโทษเบาบาง
ก็จะใช้วิธีตัดมือตัดเท้าหรือตัดจมูก
การเกษตรกรรม
จิวด้ากวนบอกว่าแผ่นดินนี้มีความอุดมสมบูรณ์ ปี
หนึ่งสามารถปลูกพืชผลได้ถึง ๓-๔ ครั้ง ฝนตกปีละ 5 เดือน
หน้าฝนระดับน้ำในทะเลสาบจะขึ้นสูงท่วมต้นไม้ใหญ่
ผู้คนที่อยู่ใกล้ทะเลสาบจะอพยพไปอยู่ตามภูเขา ชาวนาจะรู้
ดีว่าเมื่อไรน้ำจะท่วม เมื่อไรจะหว่านพืชและบางที่ก็มี
ข้าวป่าขึ้นเองโดยไม่ต้องหว่านด้วยซ้ำ
ชาวกัมพูชารู้จักวิธีการทอผ้าสายด้วยมือ แต่
ไม่รู้จักวิธีการทอผ้าด้วยเครื่องและไม่รู้จักการเลี้ยงไหม
หรือปลูกหม่อน มีแต่ชาวสยามที่เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่รู้
วิธีต่างๆ เหล่านี้
หัวเมืองต่างๆ
อาณาจักรกัมพูชาประกอบด้วยหัวเมืองต่างๆ กว่า
๗๐ เมือง แต่ละเมืองมีขุนนางปกครองดูแลและมีป้อม
ค่ายปักกำแพงไม้ระเอียดไว้ป้องกันศัตรู ส่วนหมู่บ้านต่างๆ
แต่ละหมู่บ้านจะมีวัดหรือสถูปอย่างน้อย
ด
วัด มีผู้
ปกครองเป็นคนในท้องถิ่น ตามทางหลวงมีที
หลวงมีที่พักระหว่าง
ทางเรียกว่าเชนมู (สำนัก)
เทศกาลงานรื่นเริง
จิวตากวนได้กล่าวถึงงานเทศกาลต่างๆ ในกัมพูชา
ว่า เทศกาลปีใหม่เริ่มในเดือนสิบตามจันทรคติของจีน มี
การจัดงานเฉลิมฉลองปีใหม่ที่หน้าพระราชวังหลวง มี
การปลูกปะรำใหญ่และตามประทีปโคมไฟสว่างไสว
ประดับประดาด้วยดอกไม้สด มีการจุดพลุ ดอกไม้ไฟและ
ประทัด งานนี้ทั้งพระเจ้าแผ่นดิน ข้าราชบริพารและ
ทูตานุทูตจะมาร่วมงานด้วย ทั้งนี้ในแต่ละเดือนจะมีพิธี
หรืองานเทศกาลตลอดทั้งสิบสองเดือน เช่นเดือนสี่มีงาน
ภาพชีวิดในเมืองทระนครหลวง จากภาพจำหลักที่
ปราสาทบายน เช่นภาพการฆ่าหมูทำ อาหาร การแสดง
กายกรรมและมวยปล้ำมึนเทศกาลรื่นเริง
เดาะคลี เดือนห้ามีพิธีสรงน้ำพระพุทธรูปซึ่งอัญเชิญมา
จากที่ต่างๆ ทั่วพระราชอาณาจักร เดือนเจ็ดมีพิธีเผาฟาง
ข้าว เดือนเก้าเป็นพิธีตรวจพลสวนสนาม เป็นต้น
กระบวนพยุหยาตราทางสถลมารค
จิวด้ากวนได้บรรยายถึงเรื่องนี้ไว้ว่า เมื่อพระราชา
เสด็จออกจากพระราชวังจะมีขบวนแห่นา โดยทหารตาม
ด้วยธงหิวและกองดุริยางค์ มีนางกำนัลราว ๓๐๐-๔๐๐
คนแต่งกายงดงาม ประดับดอกไม้ที่มวยผม มือถือเทียน
เรียงรายตามกันมาเป็นทิวแถว เทียนนี้จะจุดแม้ในเวลา
กลางวัน จากนั้นจึงเป็นขบวนนางกำนัลอัญเชิญเครื่อง
ราชูปโภคทอง-เงินและเครื่องประกอบเกียรติยศต่างๆ กัด
มาเป็นเหล่าราชองค์รักษ์หญิงถือโล่และหอกเป็นทิวแถว
จากนั้นจึงเป็นกระบวนรถเทียมด้วยม้าและแพะ รถแต่ละ
ดันประดับประดาด้วยเครื่องทองคำ ตามมาด้วยกระบวน
ภัตตาณมิตร ชินวาคม พ.ศ. ๒๕๐4x
๛๕๕