ข้อความต้นฉบับในหน้า
คุณพ่อ : อย่างภรรยาผม เดี๋ยวนี้เขาไม่เคยโกรธผมเลย ไม่
ว่าผมจะพูดยังไง เมื่อก่อนโกรธผมแทบทุกอาทิตย์ บางที
ไม่พูดกับผมเกือบอาทิตย์ก็ยังมี (หัวเราะ.. มองหน้ากัน)
ส่วนลูกๆ อย่างโปะเขาเองก็มีศีล ๕ ประจำใจ อย่าง
ปอนด์ก็ดีขึ้นในแทบทุกด้าน
คุณแม่ : คือเหมือนเป็นการปรับคลื่นหลายๆ คลื่น มาที่
คลื่นเดียวกัน ทำให้เราเข้าใจกัน บางทีไม่ว่าเราจะโกรธกัน
ไม่เห็นด้วยอะไรกันบ้าง แต่ทุกคนรู้ว่าทุกวันอาทิตย์
เหมือนเรามีหน้าที่ที่จะต้องไปวัดด้วยกัน ไปทานข้าว
พร้อมหน้าพร้อมตากันในตอนเย็น เพราะเป็นวันของ
ครอบครัว
โป๊ะ : ดีครับ ผมรู้สึกว่าครอบครัวผมมีทั้งทางโลกกับทาง
ธรรมไปพร้อมๆ กัน ซึ่งจะทำให้การดำเนินชีวิตของ
ครอบครัวทุกอย่างดำเนินไปอย่างสมดุล
น้องปอนด์ : เมื่อก่อนครอบครัวจะต่างคนต่างอยู่ เดี๋ยวนี้
จะอบอุ่นมาก ยิ่งอย่างตอนที่เพื่อนปอนด์โทรมา ขณะที่
ปอนด์กำลังดูทีวีนั่งอยู่กับพ่อกับแม่ ปอนด์ก็ไม่รับ
โทรศัพท์และจะบอกเพื่อนว่าเดี๋ยวค่อยคุย.. เพราะเรา
อยากมีเวลาตรงนี้กับครอบครัวให้มากที่สุด
ผู้สัมภาษณ์: รู้สึกยังไงกับคุณพ่อคุณแม่คะ
โป๊ะ : พ่อแม่จะส่งเสริมผมในทุกเรื่อง ทั้งในเรื่องการเรียน
การทำงาน ตลอดจนการดำเนินชีวิตที่ดี และจะสอนให้
ผมสู้ไม่ว่าจะมีอุปสรรคอะไรผ่านเข้ามาในชีวิต รู้สึกว่าโชค
ที่ได้เกิดมาเป้นลูกท่านครับ
น้องปอนด์ : สำหรับพ่อ รักมาก.. พ่อเป็นห่วงปอนด์ที่สุด
เลย .. ห่วงตลอดเวลา ส่วนแม่ ปอนด์รักแม่มาก แม่ทำ
กับข้าวอร่อย เป็นผู้หญิงที่เก่ง
อดทน คิดว่าแม่เราเก่ง
เพราะแม่สามารถอบรมคน สอนคนได้ครั้งละมากๆ แล้ว
แม่ก็ยังรักในบุญ ปอนด์รู้สึกภูมิใจค่ะ
ผู้สัมภาษณ์ : แล้วปอนด์อยากทำได้อย่างแม่ไหมคะ
คุณแม่ : อยากเก่ง และก็อยากทำได้อย่างคุณแม่นะ แต่ไม่
อยากทำงานหนักแบบนี้ (หัวเราะ)
ความสมบูรณ์พร้อมของครอบครัว ไม่ได้เกิดขึ้น
ง่ายนัก แต่วันนี้ครอบครัวอัศวโสภณ เพียบพร้อมไปด้วย
ความรัก ความอบอุ่น ที่มาพร้อมกับความเข้าใจซึ่งกัน
และกันของสมาชิกทุกคนในบ้าน ง ง ทุกคนจะพูดเป็น
เสียงเดียวกันว่า ที่ทำได้ เพราะน่าเอาหลักธรรมะมาใช้
ได้ชวนกันมาวัด และมีเทคนิคสร้างความเข้าใจให้กับลูก
แม้เวลาของผู้เป็นพ่อแม่จะมีไม่มากนัก แต่ก็สามารถใช้
มันได้อย่างคุ้มค่า จนกลายเป็นเวลาที่มีคุณค่ามากที่สุด
สำหรับทุกๆ คนในครอบครัว
กัลยาณมิตร อันวาคม พ.ศ. ๒๕๕
๕๕