ข้อความต้นฉบับในหน้า
บางคนยิ่งกว่านั้น นอกจากให้ทานแล้ว ยังรักษา
ศีลด้วย ก็ไปสวรรค์ชั้นที่สูงขึ้นไป มีความสุขที่ประณีตยิ่ง
ขึ้นไป
บางคนยิ่งกว่านั้น ไปสวรรค์ด้วยอำนาจของทาน
ศีล และเจริญภาวนา
บางคนที่ประณีตยิ่งขึ้นไปกว่านั้น นอกจากจะไป
สวรรค์ด้วยการทำทาน รักษาศีล เจริญภาวนาแล้ว ยังได้
อาศัยผลการทำภาวนาในระดับที่ได้เห็นกายละเอียดในตัว
ของตัวเอง
การที่คนใดคนหนึ่งจะเข้าถึงธรรมกายนี้ ไม่ใช่
เรื่องง่าย เพราะว่า แม้แต่นักท่าภาวนา ถ้าวางใจไม่ถูกส่วน
ไม่เข้าศูนย์กลางกายแล้ว ก็จะไม่เห็นธรรมกาย ต่อเมื่อไหร่
เขาวางใจได้ถูกส่วน แล้วตรงศูนย์กลางกาย ธรรมกายจึง
จะปรากฏ
ถ้าเราจะเทียบสัดส่วนของผู้ที่ไปสวรรค์ในชั้นต่างๆ
นั้น พระสัมมาสมพุทธเจ้าทรงบอกว่า ในสวรรค์ชั้นต้น คือ
จาตุมหาราช โดยทั่วไปแล้ว คนที่ไปสวรรค์ชั้นนี้ ไปกัน
ด้วยอำนาจของทาน โดยมากมีผู้หญิงไปอยู่มาก หาผู้ชาย
ไม่ค่อยมี จึงมีแต่นางฟ้าเยอะเลย
ชั้นที่ ๒ คือ ชั้นดาวดึงส์ เป็นที่อยู่ของพระอินทร์
จำนวนเทวดาในชั้นดาวดึงส์ ก็ลดลงไปอีกเป็นครึ่งเป็นก่อน
แต่เทวดาชั้นนี้ ก็มีทั้งหญิงมีทั้งชาย ซึ่งผู้หญิงก็ยัง
มากกว่าผู้ชาย และผู้ที่มาอยู่ที่นี้ ก็มาด้วยอำนาจของทาน
และอำนาจของศีลที่ตนทำเอาไว้
เทวดาชั้นที่ ๓ คือ ชั้นยามา มีจำนวนผู้ชายกับ
ผู้หญิงถึงกัน แต่ว่าเมื่อเทียบจำนวนกับชั้นที่ ๒ นั้น
จำนวนเทวดา นางฟ้าในชั้นยามานี้ ลดลงไปแทบจะครึ่ง
หนึ่งเลย และในชั้นที่ ๓ นี้ ใครที่จะขึ้นมาอยู่ได้ ต้องให้
ทานด้วยรักษาศีลด้วย และนั่งสมาธิด้วย ซึ่งระดับของ
สมาธิที่จะมาอยู่ชั้นนี้ได้ต้องระดับไหน ก็ระดับที่นั่งหลับบ้าง
ตื่นบ้าง แต่ก็เพียรนั่งสมาธิกันไป ไม่ยอมทิ้ง แล้ว
วันดีคืนดีก็สว่างภายในขึ้นมาแวบหนึ่ง หลังจากนั้นก็เงียบ
หายไป แต่ผลการปฏิบัติก็ยังส่งผลให้ขึ้นมาถึงสวรรค์ชั้นนี้
ซึ่งจํานวนผู้ชายกับผู้หญิงก้ำกึ่งกัน
ในชั้นที่ ๔ เป็นชั้นดุสิต พระโพธิสัตว์อยู่ที่ตรงนี้
ซึ่งจำนวนเทวดาก็ลดลงไปเป็นครึ่งหนึ่งของชั้นที่ ๓ อีก
๖๘ พันทา นิน อาภาคม พ.ศ. 0^8
แต่ว่าแปลกชั้นนี้มีแต่ผู้ชาย นางฟ้ากลับไม่มี แล้วผู้หญิง
ไม่มีสิทธิไปหรือ? มี แต่ต้องเป็นผู้หญิงที่ใจคอมั่นคง ให้ทาน
รักษาศีลมาเยอะ แล้วก็นั่งสมาธิกันมามากๆ จนกระทั่ง
อย่างน้อยๆ ก็เข้าไปถึงกายในกายข้างใน ตั้งแต่กาย
มนุษย์ละเอียด กายทิพย์ กายพรหม จนกระทั่งถึงธรรมกาย
เพราะฉะนั้น แม้แต่เดิมเป็นผู้หญิง แต่ขณะที่เป็นมนุษย์อยู่นี้
ใจหนักแน่นแช่อิ่มอยู่ในธรรม การรู้สึกนึกคิดจุกๆ ลึกๆ
หมดไป พอละโลกไปแล้ว ก็ไปเกิดเป็นเทพบุตรกันหมด
ไม่มีเทพธิดาเลย
เพราะฉะนั้น สววรค์ชั้นดุสิตนี้ นักบำเพ็ญบารมี
จึงมาอยู่กันเยอะทีเดียว และมีแต่ผู้ชายทั้งนั้น เพราะ
อดีตชาติเป็นผู้หญิง แต่ก็มาเกิดเป็นผู้ชาย เพราะเขาไม่มี
จุกจิกอะไรกับใคร นิสัยเจ้าแง่แสนงอนอะไรก็ไม่มี มีแต่
ความหนักแน่นเหมือนอย่างกับภูเขาหิน พอละโลกไปแล้ว
จึงไปเกิดเป็นผู้ชาย คือเป็นเทพบุตร บุญจากการทำทาน
รักษาศีล เจริญภาวนาในตัวได้กรองกันมาเป็นชั้นๆ อย่าง
นี้
แล้วผู้ที่มาอยู่ชั้นดุสิต เขายังแบ่งเป็นกลุ่มกันอีก
ใครสมาธิดี ใครเข้าถึงธรรมกายในตัว ยิ่งเช้าถึงธรรมกาย
ที่ละเอียดประณีตเข้าไปเท่าไหร่ เขาก็แบ่งเป็นชั้นเป็น
ตอนอยู่ในชั้นดุสิต นี้ก็เป็นภาพรวม ๆ ของการไปสวรรค์
ย้อนกลับมาที่พื้นมนุษย์ ก่อนที่จะเป็นเทวดาไม่ว่าชั้นไหน
ก็มาจากมนุษย์ทั้งนั้น แต่ปรากฏว่า มนุษย์ที่จะไปสวรรค์
ได้นั้น เมื่อเจาะลึกลงไปแล้ว ต้องบอกว่า ขึ้นอยู่กับความ
สะอาด ประณีตของใจ
การไปสวรรค์ที่บอกว่าไปด้วยอำนาจทาน ศีล
ภาวนา แต่ทาน ศีล ภาวนานั้นทำอย่างไรให้ไปสวรรค์ได้
คำตอบคือทำให้ใจประณีต ละเอียดอ่อน ทำให้ใจใส ใจสว่าง
ความใส คุณภาพของใจเช่นนี้เอง ที่ส่งให้ไปสวรรค์ได้สูง
ยิ่งขึ้นไปตามลำดับๆ
เพราะฉะนั้น ผู้ที่จะไปสวรรค์ชั้นสูงๆ ได้นั้น
เมื่อมีชีวิตอยู่เป็นมนุษย์จะต้องเอาชีวิตเป็นเดิมพันในการ
ปฏิบัติธรรมอย่างคร่ำเคร่ง ไม่เช่นนั้นไปไม่ได้