การค้นพบของไอน์สไตน์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 12 หน้า 175
หน้าที่ 175 / 204

สรุปเนื้อหา

ไอน์สไตน์ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ ในการอ่านหนังสืออย่าง เอาจริงเอาจัง" ในช่วงระยะเวลานี้หลายคนรู้สึกว่า “นี้เป็น เวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดในประวัติศาสตร์ สำหรับการมีชีวิต ของนักวิทยาศาสตร์" ในยุคช่วงต่อไปจะไม่มีอะไรให้ค้นพบอีกแล้ว! กฎเกณฑ์ต่างๆ ... ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นจริงๆ"ในยุคของนิวตัน กําลังถูกสงสัย" ไปสู่ความไม่แน่ใจที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว่า “ฟิสิกส์เก่าๆ นั้นยังไม่เพียงพอจะอธิบายถึงความเป็นจริง ที่สดับซับซ้อนเพิ่มขึ้นในโลกฟิสิกส์" แต่ทว่า ค้นคว้าด้วยวิธีการใดเล่าจึงจะได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ !?? จะตอง ทุกๆ คนกำลังอยู่บนทางต้นจะต้องหาทางออกที่ มิใช่วิทยาศาสตร์กายภาพ ! ความคิดนี้ :- ได้รับการสนองรับอย่างเต็มที่ จากบรรดาผู้ทรง คุณวุฒิต่างๆ มากมายในซูริค “ซึ่งมองโลกจากมุมมอง แบบมิใช่วิทยาศาสตร์กายภา

หัวข้อประเด็น

- การค้นพบของไอน์สไตน์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ไอน์สไตน์ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ ในการอ่านหนังสืออย่าง เอาจริงเอาจัง" ในช่วงระยะเวลานี้หลายคนรู้สึกว่า “นี้เป็น เวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดในประวัติศาสตร์ สำหรับการมีชีวิต ของนักวิทยาศาสตร์" ในยุคช่วงต่อไปจะไม่มีอะไรให้ค้นพบอีกแล้ว! กฎเกณฑ์ต่างๆ ... ซึ่งได้รับการยอมรับว่าเป็นจริงๆ"ในยุคของนิวตัน กําลังถูกสงสัย" ไปสู่ความไม่แน่ใจที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ว่า “ฟิสิกส์เก่าๆ นั้นยังไม่เพียงพอจะอธิบายถึงความเป็นจริง ที่สดับซับซ้อนเพิ่มขึ้นในโลกฟิสิกส์" แต่ทว่า ค้นคว้าด้วยวิธีการใดเล่าจึงจะได้ค้นพบสิ่งใหม่ๆ !?? จะตอง ทุกๆ คนกำลังอยู่บนทางต้นจะต้องหาทางออกที่ มิใช่วิทยาศาสตร์กายภาพ ! ความคิดนี้ :- ได้รับการสนองรับอย่างเต็มที่ จากบรรดาผู้ทรง คุณวุฒิต่างๆ มากมายในซูริค “ซึ่งมองโลกจากมุมมอง แบบมิใช่วิทยาศาสตร์กายภาพ" ดังเช่น ทร็อตสกี (รัฐบุรุษและนักปฏิวัติชาวรัฐเซีย ค.ศ.๑๘๗๗ - ๑๙๔๐) ๑๗๒๔ เลนิน (ผู้นำการปฏิวัติรัสเซีย ค.ศ. ๑๙๗๐ โรซ่า ดักเซมเบิร์ก (ผู้น่าสังคมนิยมเยอรมัน ค.ศ. ๑๘๗๐ - ๑๙๑๙) พยากรณ์) กลุ่มลัทธิอนาคต (รบ7บ 81 กลุ่มผู้เชื่อคำ ลัทธิดาดา (0^0^181^ สำนักทางศิลปะกรรม และวรรณคดีในต้นศตวรรษที่ ๒๐) เป็นต้น เจมส์ จอยส์ (นักเขียนชื่อดังชาวอังกฤษ) ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังทั้งหลายเหล่านี้ จะมาชุมนุมกันบ่อยๆ ที่ร้านคาเฟ่ในซูริค ซึ่งยุค สมัยนั้น “ซูริคเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาใจกลางยุโรปโดยมัก จะนิยมการสังคมสังสรรค์กันในคาเพ!” ไอน์สไตน์ก็เช่นเดียวกัน ... เมื่อมีเวลาว่างจากการอ่านหนังสือและการค้นคว้า “เขามักจะมาพบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนความคิดกันที่ คาเฟเมโทโพล" (หมายเหตุ: เป็นไปได้อย่างยิ่งที่ไอน์สไตน์ ได้ เริ่มต้นศึกษาค้นคว้าพระพุทธศาสนาในช่วงนี้” เนื่องจาก “พบกับทางต้นไม่สามารถค้นพบสิ่งใหม่ๆ และได้รับอิทธิพล ทางความคิดจากสังคมรอบข้าง” ซึ่งมองโลกจากมุมมอง แบบ "มิใช่วิทยาศาสตร์กายภาพที่อิงแต่วัตถุ" เช่นเดียวกัน กับพิคาสโซ่, วิทเป็นไตน์ และแม้กระทั้งฟรอยด์ บุคคล ชั้นน่า ในยุคของเขา) ปี ค.ศ.๑๙๐๐ ...ไอน์สไตน์ ได้จบการศึกษาจากสถาบันเทคโนโลยี และเริ่มหางานทำ ปี ค.ศ.๑๙๐๕ ...ไอน์สไตน์ได้เขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเสร็จ สมบูรณ์ และจัดพิมพ์รายงานวิทยาศาสตร์หลายฉบับ “รวมทั้งทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ ๒ ฉบับและฉบับหนึ่ง คือที่มาของสมการ ธ = 140 1 = การค้นพบทฤษฎีสัมพัทธภาพนี้เอง.... เป็นสิ่งบอกเหตุบางประการปรากฏชัดขึ้นมา บ่ง ให้เข้าใจได้ว่า "มีเรื่องพื้นฐานเบื้องต้นบางอย่างในวิชา ฟิสิกส์แบบเดิมยุคของนิวตันที่ผิดพลาดไป" โดยเฉพาะใน หัวข้อที่เกี่ยวกับเรื่องของ “สสาร เรื่องของ “สสาร...แรง....เวลา...และพลังงาน" โฉมหน้าแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ ได้เปลี่ยนแปลงไป อย่างมาก "เป็นการปฏิวิตีความคิดทางวิทยาศาสตร์ครั้งที่ สำคัญที่สุดในวงการวิทยาศาสตร์กันเลยทีเดียว"! โดยเฉพาะอย่างยิ่ง... ในเรื่องของ “กรอบแห่งขอบเขตและเวลา ซึ่ง นิวตันได้เคยตั้งเป็นกฎสากลไว้นั้น" ยังไม่ถูกต้อง สำหรับ ไอน์สไตน์แล้วกรอบแห่งขอบเขตและเวลา ตามกฎสากล ของนิวดันนั้นเป็นเพียงสิ่งที่เรียกว่า “กรอบสัมพัทธ์ มิใช่ เรียกว่า....กรอบสมบูรณ์" กล่าวคือ การตกหล่นของผล แอปเปิลลงสู่พื้นโลกนั้น “แท้ที่จริงแล้วมันเป็นแค่เพียง การตกหล่นภายในกรอบสัมพัทธ์ของโลกเท่านั้น" แดในกรอบของจักรวาล... อาจจะไม่เกิดความแตกต่างกันเลย “ระหว่างผล กัลยาณมิตร ชินวาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ ๑๗๓
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More