ข้อความต้นฉบับในหน้า
ราชาจะส่งโจรไปให้ยักษ์กิน ต่อมา
เมื่อเรือนจำว่างจากนักโทษ พระราชา ไปยังที่อยู่ของยักษ์ เป็นระยะทางไกล
ก็รับสั่งให้น่าาเด็กทารกเกิดใหม่ส่งไป ๓๐๐ โยชน์ พระองค์ได้เสด็จเข้าไป
ให้ยักษ์กิน ทำให้หญิงใดที่ใกล้จะ ประทับยืนอยู่ที่ประตูวิมานของยักษ์
คลอดลูก ก็ต้องหลบหลีกไปคลอดที่อื่น บังเอิญว่า อาฬวกยักษ์ไปประชุม
เพราะเกรงว่าลูกจะถูกนำไปให้ยักษ์กิน สมาคมของยักษ์ที่หิมวันตประเทศ
จึงเหลือแต่อาฬวกุมารเพียงพระองค์ เมื่อได้ทราบข่าวก็โกรธเป็นกำลัง ลุก
ขึ้นยืนบนพื้นมโนศิลาด้วยเท้าซ้าย
พระองค์ทรงเสด็จออกจากเมืองสาวัตถี ให้ไหวได้
เดียว ถึงกระนั้นพระองค์ก็ยังตัดสิน
ต่อแต่นั้นอาฬวกยักษ์ก็ทำท่า
ฝนให้ตกลง ด้วยคิดว่าจะใช้น้ำท่วม
สมณะให้ตาย ฝนทั้งหลายอันต่าง
ด้วยก้อนเมฆตั้งร้อยตั้งพัน ก่อตัวขึ้น
แล้วก็ตกลงมา ด้วยความเร็วแรงของ
น้ำฝน แผ่นดินก็แตกเป็นช่องๆ
มหาเมฆตั้งขึ้นบนราวป่า แต่ก็ไม่อาจ
พระทัยให้น่า พระกุมารไปส่งให้ยักษ์ ให้เท้าขวาเหยียบบนยอดเขาไกรลาศ ทำให้แม่หยาดน้ำลักหยดเปียกจีวร
กินเป็นอาหาร
ในวันนั้น พระบรมศาสดา
ประทับอยู่ที่พระเชตวันวิหาร เสด็จ
ทำลมให้ตั้งขึ้นด้วยคิดว่า จักทำลาย
พระพุทธเจ้า ลมพายุใหญ่ได้ตั้งขึ้น พุ่ง
ตรงไปยังอาฬวินคร ทำสถานที่ต่างๆ
ลุกขึ้นตรวจดูสัตว์โลกในเวลาใกล้รุ่ง ให้แหลกลาญ พัดหลังคาให้ลอยไปใน
ด้วยพุทธจักษุ ทรงทราบอุปนิสัยแห่ง
อากาศ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรง
โสดาปัตติผลของอาฬวกยักษ์ และ
อธิษฐานว่า ขอภัยพิบัติอย่าได้มีแก่
การได้ธรรมจักษุของสัตว์ ๘๔,๐๐๐ ใครๆ เมื่อลมเหล่านั้นมาถึงพระองค์
เพราะฉะนั้น เมื่ออาทิตย์อุทัยแล้ว ก็ไม่อาจแม้ทำให้ชายจีวรของพระองค์
ของพระผู้มีพระภาคเจ้าได้
อาฬวกยักษ์ ทำฝนแผ่นหินให้
ตกลงมายอดเขาใหญ่ๆ พ่นควัน
ลุกโพลงลงมาทางอากาศ พอถึงพระ
ผู้มีพระภาคเจ้าก็สำเร็จเป็นดอกไม้ทิพย์
ไปทันที อาฬวกยักษ์ทำฝนเครื่อง
ประหาร ฝนถ่านเพลิง ฝนเก้าวิ่ง ฝน
ทรายให้ตกลงมา แต่ฝนเหล่านั้นก็
มหามบิด ขันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๕ @bm