ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปกณก^4ไนาสโระ : เจริญ ภัทรกานต์
กลัวตาย...
ณพ่อของรุ่นน้องเพิ่งเสีย ไปงานลวดพระ
อภิธรรมแล้วเห็นครอบครัวอยู่ในอาการสงบ นิ่งๆ มากกว่า
จะโศกเศร้า ทราบความว่า ด้วยทำใจมานานพอสมควร
เนื่องจากคุณพ่อประสบอุบัติเหตุ สมองได้รับการกระทบ
กระเทือนอย่างรุนแรง ทำให้สมรรถภาพสมองใช้งานได้เพียง
๒๐^0 และลดลงเหลือ 70ในที่สุดก็เสียชีวิต จึงมีเวลา
เตรียมตัวเตรียมใจอยู่ตลอด ประกอบกับลูกชายคนหนึ่ง
บวชเป็นพระ จึงพอจะเป็นหลัก เป็นที่พึ่งทางใจได้ด้วย
โชคดีที่ครอบครัวนี้ทำใจได้ แต่คนส่วนใหญ่ยัง
โศกเศร้ากับความตายอยู่มาก ทำให้นึกถึงคำของพระที่ว่า
มนุษย์ส่วนใหญ่กลัวความตาย กลัวชีวิตหลังความตาย
กลัวร่างที่ไร้วิญญาณ เสียใจกับการพลัดพราก กลัวสารพัด
ฯลฯ แต่ยินดีกับการเกิด จัดฉลองตั้งแต่แรกเกิด และยังมี
การฉลองวันคล้ายวันเกิดอยู่เนืองๆ ทุกปี
แต่พระท่าน “กลัวการเกิดอีก” เพราะท่านเห็น
แล้วว่า การเกิดจะนำมาซึ่งความแก่ ความเจ็บ ความ
โคกเศร้าจากการพลัดพรากจากสิ่งของหรือบุคคลอันเป็น
ที่รัก และแม้ที่สุด การเกิดน่า มาซึ่งความตาย เพราะทุก
คนเกิดมาต้องตาย..... พระท่านจึงกลัวการเกิดอีก แต่ไม่
กลัวการตาย โดยเฉพาะถ้าการตายครั้งนั้น เป็นการตาย
จากกิเลส เป็นการตายที่ไม่ต้องกลับมาเกิดใหม่อีก นั้นคือ
สิ่งที่พระท่านปรารถนาเป็นที่สุด
คนเรานั้น ถ้ายินดีกับการเกิดนั้นแสดงว่า ยินดี
กับความตายไปโดยปริยาย เพราะถ้ารักที่จะเกิด ก็เวียน
มาเกิดอีกบ่อยๆ การเกิดบ่อยๆ นั้นพระพุทธเจ้าตรัสว่า
เป็นทุกข์อย่างหนึ่ง เพราะเกิดแต่ละครั้งมีโอกาสที่จะทำ
ท้าไม?
ผิดพลาดเป็นวิบากอกุศลติดตัวไปอีก ทำให้เส้นทางใน
วัฏสงสาร ยืดยาวออกไปอีก
ยิ่งถ้าเกิดในยุคในช่วงที่ไม่มีพระพุทธเจ้ามา
บังเกิดขึ้น ยิ่งเป็นภัยอันใหญ่หลวงของชีวิต เพราะไม่มี
ใครมาชี้ถูกชี้ผิด ชี้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ไม่มีคำ
สอนที่จะช่วยปิดนรก เปิดทางสวรรค์ หรือชี้หนทางไปสู่
พระนิพพาน การเกิดในช่วงนั้น ถือว่าเป็นความสูญเปล่า
ของชีวิต และเป็นการสุ่มเสี่ยงต่อการตกนรกอีกด้วย
ทำความดีก็ได้แบบตามมีตามเกิดแล้วแต่ใครจะคิดได้
หรือถ้ามีอุปนิสัยทำความดีมานับภพชาติไม่ถ้วน ก็พอจะ
ช่วยถูไถไม่ให้ตกไปในอบายได้หน่อยเท่านั้น แต่จะได้
สร้างความดีเป็นกอบเป็นกำนั้น ถือว่ายากนัก
ใครที่เป็นลูกพระพุทธเจ้า จะเป็นด้วยประกาศ
ตนเป็นพุทธมามกะอย่างเป็นทางการ หรือแค่ลงว่านับถือ
พุทธศาสนาในทะเบียนสำมะโนประชากรก็ตาม ล้วนต้อง
เข้าใจให้ถึงหลักจริงๆ ของคำสอน มาฟิกมีมุมมองใหม่
ด้วยการมีจิตยินดีกับความตาย และไม่ยินดีกับการเกิด
ส่วนจะหมดกิเลสหรือเลิกเกิดได้เมื่อไรนั้น ขึ้นกับเหตุปัจจัย
ที่ทำตั้งแต่อดีต ปัจจุบัน และอนาคตว่า ดำรงตนเป็นไป
เพื่อความบริสุทธิ์หลุดพ้นมากหรือน้อยเพียงใด
กัลยาณนิท นวาคม พ.ศ. (0c*1* omm