บันทึกของจิวตากวน วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 12 หน้า 153
หน้าที่ 153 / 204

สรุปเนื้อหา

อาณาจักรกัมพูชา จิวตากวนได้เขียนบันทึกเป็นข้อสังเกต และข้อวิจารณ์ถึงสิ่งต่างๆที่เขาได้พบเห็นในหนังสือที่มีชื่อว่า “บันทึกว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจนละ" ซึ่งมี ทั้งเรื่องราวที่เกี่ยวกับสภาพของบ้านเมือง ที่อยู่อาศัย การแต่งกาย พระมหากษัตริย์ การเกษตร ศาสนา ประชากร กฎหมาย การพิจารณาคดีความและประเพณีบางอย่างที่ น่าสนใจ จดหมายเหตุของจิวด้ากวนนี้ได้รับการเก็บรักษา ไว้ในห้องสมุดหลวงกรุงปักกิ่งจนกระทั้งในปี พ.ศ.๒๓๕๘ ได้มีการแปลและพิมพ์เผยแพร่เป็นภาษาฝรั่งเศสทำให้ ชาวโลกเริ่มรู้จักเมืองพระนครกันมากขึ้น เพียงแต่ตอน นั้นยังไม่มโครแน่ใจว่าอาณาจักรโบราณแห่งนี้มีอยู่จริงหรือไม่ ในส่วนของการแปลเป็นภาษาไทยนั้น นายเฉลิม ยงบุญเกิด ได้เป็นผู้แปลจากต้นฉบับภาษาจีนมาเป็นภาษาไทยและ จัดพิมพ์เผยแพร่ในปีพ.ศ.๒๔๑๐

หัวข้อประเด็น

- บันทึกของจิวตากวน

ข้อความต้นฉบับในหน้า

อาณาจักรกัมพูชา จิวตากวนได้เขียนบันทึกเป็นข้อสังเกต และข้อวิจารณ์ถึงสิ่งต่างๆที่เขาได้พบเห็นในหนังสือที่มีชื่อว่า “บันทึกว่าด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีของเจนละ" ซึ่งมี ทั้งเรื่องราวที่เกี่ยวกับสภาพของบ้านเมือง ที่อยู่อาศัย การแต่งกาย พระมหากษัตริย์ การเกษตร ศาสนา ประชากร กฎหมาย การพิจารณาคดีความและประเพณีบางอย่างที่ น่าสนใจ จดหมายเหตุของจิวด้ากวนนี้ได้รับการเก็บรักษา ไว้ในห้องสมุดหลวงกรุงปักกิ่งจนกระทั้งในปี พ.ศ.๒๓๕๘ ได้มีการแปลและพิมพ์เผยแพร่เป็นภาษาฝรั่งเศสทำให้ ชาวโลกเริ่มรู้จักเมืองพระนครกันมากขึ้น เพียงแต่ตอน นั้นยังไม่มโครแน่ใจว่าอาณาจักรโบราณแห่งนี้มีอยู่จริงหรือไม่ ในส่วนของการแปลเป็นภาษาไทยนั้น นายเฉลิม ยงบุญเกิด ได้เป็นผู้แปลจากต้นฉบับภาษาจีนมาเป็นภาษาไทยและ จัดพิมพ์เผยแพร่ในปีพ.ศ.๒๔๑๐ นับเป็นหนังสือที่มีคุณค่า ทางประวัติศาสตร์มากเล่มหนึ่งซึ่งใครก็ตามที่ได้อ่าน หนังสือเล่มนี้ก็จะต้องยอมรับว่าจิ๋วตากวนเป็นผู้มีความ สามารถในการบรรยายถ่ายทอดสิ่งที่เขาพบเห็นให้ผู้อื่นได้ รู้เห็นอย่างชัดเจนราวกับไปสัมผัสมาด้วยตัวเองกระนั้น ขนาดพวกเรามาที่เมืองนครธมหลังจิ๋วตากวนถึงเจ็ดร้อย บันทึกฉบับนี้ก็ช่วยให้ชาวโลกรู้จักอาณาจักรกัมพูชาในยุค โน้นได้แจ่มชัดขึ้น ดังตัวอย่างบางหัวข้อที่แกบันทึกไว้ต่อ ไปนี้ กําแพงเมืองนครธม จิวด้ากวนได้บรรยายถึงกำแพงเมืองนครธมที่ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ทรงสร้างขึ้นไว้อย่างละเอียดชัดเจน ว่า กำแพงก่อด้วยหิน วัดโดยรอบราว ๔ ไมล์ มีประตู เมือง ๔ ประตู เป็นประตู ๒ ชั้น ประตูเมืองด้านทิศ ตะวันออกมี ๒ ประตู ส่วนด้านอื่นๆ มีด้านละ ๑ ประตู นอกกำแพงมีคูลอมและมีทางเดินข้ามตรงไปยังประตูเมือง ขอบทางเดินทั้งสองข้างมีรูปสลักหินคล้ายเทพแห่ง สงครามขนาดใหญ่น่าเกรงขามช้างละ ๕๔ องค์ มือของ เทพเหล่านี้ฉุดมังกรที่มี ๗ หัวไว้ราวกับจะกันไม่ให้หนีไปไหน เหนือประตูแต่ละประตูสลักเป็นเศียรเทวดา 4 หน้า แต่ละหน้าหันไปสู่ทิศทั้ง ๔ ประตูเมืองปิดในเวลากลางคืน และเปิดในตอนเช้า สุนัขและนักโทษที่ถูกตัดนิ้วเท้าห้ามเข้า นอกจากนั้นจิวต้ากวนยังกล่าวถึงตำแหน่งที่ตั้ง ๗ ของปราสาทราชวังและสถานที่ต่างๆ ภายในเมือง พระนครหลวงไว้ว่า กำแพงเมืองเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว่าปี ครั้นพอได้อ่านบันทึกของแกแล้วก็พลอยรู้สึก เหมือนว่าตัวเราได้เข้าไปอยู่ในบรรยากาศอันนั้นจริงๆ เพราะสิ่งที่แกบรรยายถึงสภาพของบ้านเมือง ปราสาท ราชวัง ป้อมคูประตูเมืองต่างๆ ก็ตรงตามหลักฐานทาง โบราณคดีที่ยังมีหลงเหลือให้เห็นอยู่ในตอนนี้ทุกประการ อย่างไรก็ดี แม้จะเชื่อได้ว่าจิ๋วด้ากวนบันทึกตาม สิ่งที่แกพบเห็นมาจริงๆ แต่สิ่งที่แกวิจารณ์อาจมีข้อ ผิดพลาดอยู่บ้าง เนื่องจากความไม่รู้จริงของแก โดย เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณีของขอมซึ่งแกก็ ออกตัวไว้เหมือนกันว่าไม่ค่อยเข้าใจเท่าใดนัก ก็เลย วิพากษ์วิจารณ์ไปตามสายตาของคนจีนซึ่งมักจะมองว่า วัฒนธรรมของชนชาติอื่นด้อยกว่าของตน แต่อย่างน้อย ซุ้มประตูเมืองนครธม กัลยาณมิต > ธันวาคม พ.ศ 10๕(lin ๑๕฿
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More