ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในยามเช้า (บางแห่งตอนเย็นก็มี) หลายท่านคง
เคยเห็นตามสวนสาธารณะหลายแห่งในกทม.หรือบาง
จังหวัด เราพบว่ามีคนนิยมมาออกกำลังกายด้วยการ
บริหารลมปราณ - รำมวยจีนที่เรียกว่า “ไท้เก๊ก" กัน
เป็นกลุ่มใหญ่ มีการออกกำลังกายหรือว่าเป็นท่าทางต่างๆ
ที่สวยงามมีรูปแบบเฉพาะตัวพร้อมเพรียงประสานไปกับ
การหายใจเข้า - ออกอย่างต่อเนื่อง มีตั้งแต่ผู้ใหญ่ วัย
กลางคน จนถึงผู้สูงอายุ จากการพูดคุยกับคนเหล่านี้ พบ
ว่าทุกคนจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ชอบและสนุกกับ
การร่ามวยจีน และยังได้ความแข็งแรงของร่างกาย
สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้อย่างคล่องแคล่วกว่าเดิม
ข้อต่อต่างๆ ก็ไม่ติดขัด ขยับได้อย่างสะดวกต่างจากครั้ง
ที่ได้ออกกำลังกาย จะลุกนั่งที่ต้องร้องโอดโอยหรือไม่ก็
ยักแย่ยักยันกันเต็มที่
ไท้เก็ก เป็นสำเนียงจีนแต้จิ๋ว หรือ ในสำเนียง
จีนกลาง เรียกหรือออกเสียงว่า ไทจี๋ฉวน มีต้นกำเนิดใน
ประเทศจีน เป็นศิลปะการต่อสู้ ที่คิดค้นโดย ปรมาจารย์
จางซานฟง ในศตวรรษที่ ๒๓ จากการที่ได้เห็นการต่อสู้
เพื่อป้องกันตัวเองของงูจากนกเหยี่ยว ในระหว่างการ
ต่อสู้ท่านสังเกตว่างูจะตั้งรับด้วยการตั้งลำตัวให้มั่นคงแต่
หัวใจ กล้ามเนื้อ แตกต่างกันเพียงไร ผลการศึกษาพบว่า
เมื่อมีการฝึกฝนออกกำลังกายด้วยการร่ามวยจีนแล้ว
ทำให้สมรรถนะทางร่างกายดีขึ้นอย่างชัดเจน ได้ลงพิมพ์
เสนอจนเป็นที่ยอมรับในวารสารทางวิทยาศาสตร์ และ
การแพทย์ที่เชื่อถือได้
ไม่เฉพาะแต่คนปกติเท่านั้นที่สามารถออกกำลัง
กายแนวนี้ได้ ในคนที่มีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง หรือมี
โรคประจำตัวเช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
โรคข้อเสื่อมต่างๆ ก็สามารถที่จะออกกำลังกายในลักษณะ
เช่นนี้ได้อย่างปลอดภัย เพราะเป็นการออกกำลังกายที่ไม่
หนักเกินไป และลักษณะท่าทางขณะออกกำลังกายก็ไม่มี
การกระแทกกระเทือนที่จะเป็นอันตรายต่อกล้ามเนื้อหรือ
ข้อต่อต่างๆ ผลพลอยได้อีกประการหนึ่งก็คือทำให้ปัญหา
สุขภาพ หรือ โรคต่างๆ เบาบางลงได้ เช่น ระดับน้ำตาล
ในเลือดลดลงในคนที่เป็นเบาหวาน สุขภาพโดยรวมดีขึ้น
สามารถช่วยเหลือตนเองในการทำกิจวัตรประจำวันได้เอง
เพิ่มขึ้น ลดการพึ่งพา ไม่เป็นภาระแก่ญาติพี่น้องหรือ
ครอบครัวได้
เหนือสิ่งอื่นใดในระหว่างการออกกำลังกายด้วย
การทำมวยจีนนั้น ผู้ปฏิบัติจะมีสมาธิเพิ่มขึ้นเพราะ
ใช้ส่วนหัวสายหลบไปมา บางจังหวะก็ฉกกัดตอบโต้ จน
นกเหยี่ยวไม่สามารถทำอันตรายได้ จึงนำมาประยุกต์เริ่ม
แรกก็ฝึกฝนเพื่อต่อสู้ป้องกัน ต่อมาได้มีการดัดแปลง
เป็นการออกกำลังที่ต้องประสานสอดคล้องระหว่างท่าทาง
และการหายใจเข้าและออกตลอดเกือบ ๑ ชั่วโมงในแต่ละ
ครั้งแถมเป็นการออกกำลังกายที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมใดๆ
ทำให้คลายเหงา อารมณ์ผ่อนคลายหรือมีสุขภาพจิตดีขึ้น
ท่าทางให้เหมาะสมเพื่อมุ่งเน้นเสริมสร้างความแข็งแรง นอกจากนี้อาจได้เพื่อนพูดคุยเพิ่มขึ้น มีสังคมกว้างขึ้น
มากกว่าใช้ต่อสู้
ปัจจุบันไท้เก๊กใช่แต่จะได้รับความนิยมแพร่หลาย
ในแถบเอเชียเท่านั้น ปัจจุบันประเทศในแถบตะวันตกก็
หันมาสนใจการออกกำลังกายแนวตะวันออกเพิ่มมากขึ้น
ถึงกับมีสถานฟิกสอนหรือโรงยิมที่เปิดสอนท่าทางและ
เทคนิคขึ้นมาโดยเฉพาะ ประกอบกับมีการศึกษาวิจัยผล
ของการออกกำลังกายแนวตะวันออกอย่างจริงจังและ
แสดงผลในทางวิทยาศาสตร์ มีทั้งการศึกษาผลในระยะยาว
หรือวิจัยเจาะเป็นช่วงๆ หรือเปรียบเทียบระหว่างคนที่ได้
ออก กำลังกายด้วยการรำมวยจีนกับคนที่ไม่ได้ออกกำลัง
ว่าสุขภาพทางกาย การหายใจและระบบไหลเวียน ปอด
๘๖ กัลยาณมิตร ธันวาคม พ.ค. ๒๕^*
อีกด้วย
รู้ประโยชน์อย่างนี้แล้วพรุ่งนี้เช้าลองสารวจรอบๆ
ละแวกบ้านของเราว่ามีกิจกรรมนี้หรือไม่แล้วลองเข้าร่วม
ออกกำลังกาย มวยจีนไท้เก็ก เพื่อเพิ่มพูนปรับปรุง
สมรรถนะทางกาย เพื่อชะลอความเสื่อมอินทรีย์ของเรา
เพื่อที่เราจะได้นำมาใช้ประกอบกับจิตอันเป็นกุศลที่จะได้
เป็นขุนพลกล้าอันเข้มแข็งของพระพุทธศาสนาไปได้นานๆ