ข้อความต้นฉบับในหน้า
ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ใน
พระนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลเศรษฐีในนครนั้น
พออายุ ๑๖ ปีก็สำเร็จในศิลปะทั้งปวง เมื่อบิดาล่วงไป พระโพธิสัตว์
นั้นดำรงอยู่ในตำแหน่งเศรษฐีให้สร้างโรงทาน 5 แห่ง คือ ที่ประตู
เมืองทั้ง ๔ ประตู ๔ โรงทาน ท่ามกลางพระนคร • โรงทาน ที่
ประตูนิเวศน์ของตน ๑ โรงทาน แล้วให้มหาทาน รักษาศีล รักษา
โบสถกรรม อยู่มาวันหนึ่งในเวลาอาหารเช้า เมื่อคนใช้น่าเอาโภชนะ
อันเป็นที่ชอบใจมีรสเลิศต่าง ๆ เข้าไปให้พระโพธิสัตว์
ขณะนั้นพระปัจเจกพุทธเจ้าองค์หนึ่งเมื่อล่วงไป ๗ วัน ได้
ออกจากนิโรธสมาบัติ กำหนดเวลาภิกขาจารแล้วคิดจะไปยังเรือนของพาราณสี
เศรษฐี ห่มจีวรถือบาตรดินแล้วก็เหาะมาทางอากาศด้วยฤทธิ์ มายืนอยู่ที่ประตู
เรือน เศรษฐีโพธิสัตว์เห็นแล้วก็เลื่อมใสอยากทำทาน จึงให้คนใช้น่าภัตตาหาร
ไปถวาย วสวัตตีมารได้รู้ถึงบุญมหาศาลจึงเข้าขัดขวางเนรมิตหลุมถ่านเพลิง
ขึ้นขวางทางไว้ ไม่ว่าเศรษฐีจะส่งใครไปถวายก็ตาม ทุกคนต้องวิ่งโร่กลับมา
ด้วยความกลัว จนท่านเศรษฐีต้องไปเอง
เมื่อเห็นหลุมถ่านเพลิงท่านเศรษฐีก็ไม่ได้ย่นย่อต่ออุปสรรคอันน่า
สะพรึงกลัวแต่ประการใด อาศัยที่เป็นบัณฑิต นึกถึงบุญกุศลที่ทำมาในอดีตนับ
ภพนับชาติไม่ถ้วน ประกอบกับความตั้งใจที่จะทุ่มชีวิต ความดี แล้วจึงเดิน
ก้าวไปสู่กองเพลิงนั้น
ๆ จาก
“ทันใดนั้นเอง มหาปทุมดอกหนึ่ง บานเต็มที่เกิดขึ้นเป็นชั้น
พื้นหลุมถ่านเพลิงอันสึก ๘๐ ศอก ผุดขึ้นรับเท้าทั้งสองของพระโพธิสัตว์ แต่นั้น
เกสรมีขนาดเท่าทนานใหญ่ผุดขึ้นตั้งอยู่เหนือศีรษะของพระมหาสัตว์แล้วร่วงลง
มาได้กระทำ ร่างกายทั้งสิ้นให้เป็นเสมือน โปรยด้วยละอองทอง พระโพธิสัตว์
นั้นอึนอยู่ที่ฝักดอกปทุมยังโภชนะมีรสเลิศต่าง ๆ ให้ประดิษฐานลงในบาตรของ
พระปัจเจกพุทธเจ้า" (ขทิรังคารชาดก....ว่าด้วยผู้มีจิตมั่นคง พระสูตรและ
อรรถกถาแปล ขุททกนิกาย ชาดก เล่ม ๕๕ หน้า ๓๗๕)
“จัด
ถามว่า คนเราทำไมจึงมีกำลังใจที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวได้ขนาดนั้น? ...ก็
ต้องตอบว่าเพราะเกิดจากใจที่มีพดัง เป็นใจที่มีระเบียบ ทางโลกเขากำลัง “จั
ระเบียบสังคม" แต่ชาวธรรมต้องให้ความสำคัญกับการ “จัดระเบียบใจ" ใจจะ
เป็นระบบระเบียบได้ มีหนทางเดียว “ต้องนั่งสมาธิ" นั่งไปเถอะยิ่งนั่งมากเท่าไร
ใจที่เคยหวั่นไหวต่ออุปสรรคก็จะมีความเข้มแข็งมากขึ้นเรื่อยๆ เพียงนั้น...
อย่างนี้แล้ว...ทำไมไม่นั่งสมาธิให้ได้อย่างสม่าเสมอกันซะทีเล่า?...จะได้เลิกไขว้
คว้าหากำลังใจจากใครหนอ?...เสียที
๘๘ มาณin ธนวาคม พ.ศ ๒๕®®