การถามตอบระหว่างพระพุทธเจ้าและอาฬวกยักษ์ วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 12 หน้า 171
หน้าที่ 171 / 204

สรุปเนื้อหา

ถ้าปล่อยลงในมหาสมุทร น้ำก็จะแห้ง หมดเหมือนหยาดนี้!บนกระฟ้องที่ ร้อน ถ้าปล่อยไปที่ภูเขา ภูเขาก็ทำลาย สมณะนี้ลาบากตลอดคืนด้วยการเช้าๆ ออกๆ อย่างนี้แหละ ว่าแล้วก็ ! เนจงออกไปสมณะ พระผู้มีพระ จงกระท' เก็จที่พ่านควรทำเกิด เมื่อเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า ไม่เสด็จออกไปตามคำสั่ง ก็ตั้งใจจะ ถามปัญหาที่ค้างคาใจมานาน เนื่อง ก. เรสทั้งหลาย นักปราชญ์ทั้งหลาย กลเวชีวิตของผู้ที่เป็นอยู่อย่างไร ว่า ประเสริฐสุด พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า ศรัทธาเป็นทรัพย์ อันประเสริฐของ คนในโลกนี้ ธรรมอันบุคคลประพฤติ ดีแล้ว น่าความสุขมาให้ ความสัตย์ แลเป็นรสอันล้ำเลิศกว่ารสทั้งหลาย จากอาพวกยักษ์เคยถามปัญหากะ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวชีวิตของผู้ที่ ดาบสและปริพาชกผู้มาสู่วิมานของตน เป็นท่อนเล็กท่อนใหญ่กระจัดกระจาย ภาคเจ้าตรัส เราไม่ออกไปหล

หัวข้อประเด็น

- การถามตอบระหว่างพระพุทธเจ้าและอาฬวกยักษ์

ข้อความต้นฉบับในหน้า

ถ้าปล่อยลงในมหาสมุทร น้ำก็จะแห้ง หมดเหมือนหยาดนี้!บนกระฟ้องที่ ร้อน ถ้าปล่อยไปที่ภูเขา ภูเขาก็ทำลาย สมณะนี้ลาบากตลอดคืนด้วยการเช้าๆ ออกๆ อย่างนี้แหละ ว่าแล้วก็ ! เนจงออกไปสมณะ พระผู้มีพระ จงกระท' เก็จที่พ่านควรทำเกิด เมื่อเห็นพระผู้มีพระภาคเจ้า ไม่เสด็จออกไปตามคำสั่ง ก็ตั้งใจจะ ถามปัญหาที่ค้างคาใจมานาน เนื่อง ก. เรสทั้งหลาย นักปราชญ์ทั้งหลาย กลเวชีวิตของผู้ที่เป็นอยู่อย่างไร ว่า ประเสริฐสุด พระพุทธเจ้าตรัสตอบว่า ศรัทธาเป็นทรัพย์ อันประเสริฐของ คนในโลกนี้ ธรรมอันบุคคลประพฤติ ดีแล้ว น่าความสุขมาให้ ความสัตย์ แลเป็นรสอันล้ำเลิศกว่ารสทั้งหลาย จากอาพวกยักษ์เคยถามปัญหากะ นักปราชญ์ทั้งหลายกล่าวชีวิตของผู้ที่ ดาบสและปริพาชกผู้มาสู่วิมานของตน เป็นท่อนเล็กท่อนใหญ่กระจัดกระจาย ภาคเจ้าตรัส เราไม่ออกไปหละ ท่าน เมื่อทุสส เวุธของอเพวกยักษ์ มีอานุภาพมากอย่างนี้ แต่กลายเป็น ผ้าเช็ดพระบาท อาพวกยักษ์จึง ท้อแท้ใจ แต่ก็ยังไม่หมดหวัง ได้ ตรวจดูว่า เหตุใดหนอ พระสมณะจึง ไม่กลัว ก็ได้เห็นว่าพระผู้มีพระภาค เจ้าทรงตั้งอยู่ในเมตตาธรรม จึงคิด ในเวลาที่ท่านเหล่านั้นมาทางอากาศ ว่าเอาเถิดเราจะทำให้สมณะนี้โกรธ เมื่อตอบปัญหาไม่ได้ ยักษ์จึงควัก ว่าแล้วก็ขับไล่พระพุทธองค์ให้ออกไป หัวใจของท่านเหล่านั้นขยี้ทิ้งเสีย ด้วยค่าว่า จงออกไปสมณะ ข้าพเจ้า ยักษ์นึกถึงปัญหาเหล่านี้ได้ จึงกล่าว ผู้เป็นเจ้าของวิมเนยังไม่อนุญาตให้ กับพระบรมศาสดาว่า ดูก่อนสมณะ ท่านเข้าไป ท่านใช้ของที่เจ้าของยัง ไม่อนุญาต พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบ ว่ายักษ์นี้เป็นผู้กระด้าง ใครๆ ไม่อาจ สั่งสอนได้ หากวาแสดงอาการ กระดางตอบ การเสด็จมาของ เพเจ้าถามปัญหากะท่าน ถ้าท่านไม่ ตอบ ข้าพเจ้าจักควักดวงจิตของท่าน ออกโยนทิ้ง จักฉีกหัวใจของท่านหรือ จักจับเท้าทั้งสองของท่าน แล้วขว้าง ไปที่ส่งแม่น้ำคงคา พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า พระองค์ก็จะได้ผลเสีย ฉะนั้น เมื่อ เรายังมองไม่เห็นบุคคลในโลกพร้อม ยักษ์บอกให้ออกไป พระองค์ก็เสด็จ ทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก ใน ออกไปโดยดี อาพวกยักษ์เห็นดังนั้น หมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ ก็มีจิตอ่อนโยนด้วยคิดว่า สมณะนี้ ว่าง่ายจริง เราบอกค่าเดียวก็ออกไป แล้ว การออกไปเสียได้เป็นการดี เรา สามารถชนะสมณะนี้ด้วยค่า พูดเพียง เทวดา และมนุษย์ ที่จะควักจิตของ เราโยนทิ้ง จะพึงฉีกหัวใจของเรา หรือจับเราที่เท้าทั้งสองแล้วขว้างไป ที่ส่งคงคาได้ ดูก่อนยักษ์ เมื่อผ่าน เท่านี้ เสียแรงเปล่าโดยไม่สมควรที่ หวังจะถามปัญหาก็ถามเถิด ข้าพเจ้า เราต่อยุทธกับสมณะนี้อยู่ตั้งครึ่งค่อน จักตอบทุกอย่าง อาพวกยักษ์จึงได้ คืนด้วยอาวุธร้ายแรง ๓ ยักษ์ได้ทดลองสั่งให้พระบรม คาสดาเสด็จเข้า-ออกอย่างนี้ถึง ๓ ครั้ง เพื่อทดลองดูว่า พระองค์เป็นผู้ว่า ง่ายจริงหรือเปล่า พอครั้งที่ ๔ ก็เกิด ความคิดชั่วว่า ดีหละ เราจะทำให้ เริ่มทูลถามว่า อะไรหนอ เป็นทรัพย์เครื่อง ปลื้มใจอันประเสริฐของคนในโลกนี้ อะไรหนอ ที่บุคคลประพฤติ ดีแล้วน่าความสุขมาให้ อะไรหนอเป็นรสอ้าเล้ำเลิศ เป็นอยู่ด้วยปัญญาว่าประเสริฐสุด อาพวกยักษ์ทูลถามว่า คนข้าม โอฆะได้อย่างไรหนอ ข้ามอรรณพได้ อย่างไร ล่วงทุกข์ได้อย่างไร บริสุทธิ์ ได้อย่างไร พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า คนข้ามโอฆะได้ด้วยศรัทธา ข้าม อรรณพได้ด้วยความไม่ประมาท ล่วง ทุกข์ได้ด้วยความเพียร บริสุทธิ์ได้ ด้วยปัญญา อาพวกยักษ์ทูลถามว่า คนได้ ปัญญาอย่างไรหนอ ทำอย่างไร จึง จะหาทรัพย์ได้ คนได้ชื่อเสียงอย่างไร หนอ ทำอย่างไรจึงจะผูกมิตรไว้ได้ คนละโลกนี้ไปสู่โลกหน้า ทำอย่างไร จึงจะไม่เศร้าโศก พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า บุคคลเชื่อธรรมของพระอรหันต์ เพื่อ บรรลุนิพพาน ฟังอยู่ด้วยดีย่อมได้ ปัญญา เป็นผู้ไม่ประมาท เป็นผู้ฉลาด เป็นผู้ทำเหมาะเจาะ ไม่ทอดธุระ เป็น ผู้หมั่น ย่อมหาทรัพย์ได้ คนย่อม ได้ชื่อเสียงเพราะความสัตย์ ผู้ให้ย่อม ผูกมิตรไว้ได้ บุคคลใดผู้อยู่ครองเรือน ประกอบด้วยศรัทธา มีธรรม ๔ ประการนี้ คือ สัจจะ ธรรมะ ธิติ จาคะ บุคคลนั้นแล ละโลกนี้ไปแล้ว กินเร ต ธันวาคม พ.ค ๒๕๕๔ หว
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More