ข้อความต้นฉบับในหน้า
พุทธศาสนาในอินโดนีเซียเริ่มมีความเป็น
ปึกแผ่น เมื่อไม่นานมานี้เอง ก่อนหน้านี้ต่างคนต่างอยู่
แต่ปัจจุบันมีองค์กรกลางแห่งพระพุทธศาสนาที่รวมทุก
นิกายเข้าด้วยกัน ประกอบด้วย องค์กรหลักคือ
๓
เถรวาท, มหายาน, และพุทธนิกายย่อยอื่นๆ และมี
การเลือกประธานองค์กรซึ่งมีวาระในการดำรงตำแหน่ง
ทางฝ่ายเถรวาทนั้นมีมหานายก เป็นประธาน
และมีสังฆนายกเป้นผู้น่าสูงสุดในด้านการบริหารสงฆ์
ถ้าจะถามว่าการฟื้นฟูพระพุทธศาสนาใน
ประเทศอินโดนีเซีย มีใครมีบทบาทสำคัญ ก็ต้องตอบว่า
มีประเทศไทยนี่เองที่เป็นศูนย์กลางในการผลิตพระสงฆ์
เข้าไปเผยแผ่พระพุทธศาสนากลับคืนในประเทศ
อินโดนีเซีย ทั้งมหานายก และสังฆนายกองค์ปัจจุบัน
ล้วนอุปสมบทที่วัดบวรนิเวศมหาวิหาร โดยมีสมเด็จ
พระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ทรงเป็นองค์
อุปัชฌาย์ อย่างไรก็ตามเอกลักษณ์ในการประกอบ
พิธีกรรมทางสงฆ์ต่างๆ ที่มีรายละเอียดต่างไปจากใน
เมืองไทย ทำให้พอจะสันนิษฐานได้ว่า พระพุทธศาสนา
ในอินโดนีเซีย ยังคงเอกลักษณ์ของตนเอง ที่สืบทอดต่อๆ
กันมายาวนานไม่เคยขาด
เนื่องจากมีวัดมาก แต่จำนวนพระสงฆ์มีน้อย
ทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนพระสงฆ์อย่างมาก ชาว
พุทธเมื่อรวมตัวกันแล้วจึงต้องหาผู้น่าทางจิตใจ จึงมี
สถานภาพหนึ่งเกิดขึ้นเรียกว่า “บัณฑิต” เป็นฆราวาส
ที่ได้รับการฝึกฝนอบรม รักษาศีล ๕ และสามารถเป็น
ผู้นำในการประกอบพิธีทางพระพุทธศาสนา และให้การ
อบรมศีลธรรมแก่ประชาชนทั่วๆ ไป ปัจจุบันมี “บัณฑิต”
ประมาณ ๔๐๐คน
วันรุ่งขึ้น ค/โค! พาเราไปพบกับรัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ซึ่งให้การ
ต้อนรับคณะของเราอย่างอบอุ่น เราใช้เวลาสนทนาแลก
เปลี่ยนกันประมาณ ๔๕ นาที ก็เดินทางต่อไปยังจัตุรัส
กลางใจเมือง และพิพิธภัณฑ์ ซึ่งบริเวณหน้าพิพิธภัณฑ์
มีรูปปั้นช้าง ที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า โปรด
พระราชทานให้เมื่อครั้งที่ทรงเสด็จเยือนประเทศ
อินโดนีเซีย
หระสังฆราชอินโดนีเ^ยเทศนาในงานกฐิน
เรามีเวลาสองวันสุดท้าย เดินทางไปนมัสการ
บรมพุทโธ ซึ่งต้องทึ่งเครื่องบินจากจาการ์ตา ไปยังจ็อกจา
ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมง เราได้รับความกรุณาอย่าง
สูงจากพระมหาสังฆะแห่งประเทศอินโดนีเซีย พา
เข้าไปยังบรมพุทโธ พร้อมทั้งอธิบายภาพสลักต่างๆ
เมื่อเราเดินขึ้นถึงชั้นบนสุด ซึ่งมีเจดีย์ที่ชาวพุทธทุกคน
คุ้นตาจากภาพถ่ายของบรมพุทโธตามที่ต่างๆ เราได้
สวดมนต์และทั่งสมาธิพร้อมกัน
การเดินทางมาประเทศอินโดนีเซียไนครั้งนี้
ได้เห็นศักยภาพของ คATRIAL ในการจัดกิจกรรม
ระดับนานาชาติ และได้เห็นเยาวชนชาวพุทธที่เก่งๆ
หลายคน ในระหว่างการสัมมนามีเยาวชนของ ค/Vโค!/\
หลายคนขึ้นแสดงความคิดเห็น ด้วยภาษาอังกฤษใน
ระดับดี และกล้าแสดงออก แม้ว่าจะเป็นนักเรียนใน
จังหวัดชนบท ไม่ได้อยู่ในจาการ์ตาก็ตาม
ความประทับใจจากการมาเยือนอินโดนีเซีย
ครั้งนี้ ทำให้เกิดความคิดอย่างหนึ่งขึ้นว่า อินโดนีเซีย
เพื่อนบ้านของเรา ประเทศที่อย่างน้อยที่สุดประชาชน
ส่วนหนึ่งก็นับถือพระพุทธศาสนา แม้จะมีจำนวนเพียง
๒ ล้านกว่าคนเท่านั้นก็ตาม น่าที่พวกเราองค์กรพุทธ
ศาสนา และพุทธศาสนิกชนชาวไทยจะได้ประสานความ
ร่วมมือร่วมใจกันในการดำรงพุทธธรรมให้ยั่งยืนสืบไป
และเป็นกำลังใจให้กับชาวพุทธในอินโดนีเซียด้วย
ในมุมกลับกัน คณะของเราที่ไปเยือนอินโดนีเซีย
ครั้งนี้ก็ได้กำลังใจเต็มร้อยกลับมา เพราะได้เห็นว่า
ค/Vโค!/ แม้จะเป็นองค์กรพุทธเล็กๆ แต่ศักยภาพและ
ความตั้งใจทำงานเพื่อพระพุทธศาสนาไม่แพ้ใคร
ดังมาก มี 2 ธันวาคม พ.ศ. ๒๕*! ย*๖®