การสอนและการเรียนรู้ในครอบครัว วารสารกัลยาณมิตร ปี 2544 ฉบับที่ 12 หน้า 56
หน้าที่ 56 / 204

สรุปเนื้อหา

ผู้สัมภาษณ์ : แล้วคุณพ่อสอนลูกเรื่องอะไรบ้างค่ะ คุณพ่อ : ก็จะแนะนำเขาเรื่องเรียน ให้กำลังใจเขาตลอด เขา มีอะไรมาปรึกษา ก็จะช่วยบอกวิธีแก้ไขให้เขาเสมอ โดย เฉพาะเรื่องเรียน ว่าอย่าท่องหนังสืออย่างเดียวแต่ต้อง เรียนให้เข้าใจด้วยแล้วคะแนนเขาก็ดีขึ้นมาก ผู้สัมภาษณ์ : ตอนนั้นน้องปอนด์ได้เกรดเท่าไร น้องปอนด์ : ตอนที่ ๓ อาจจะเป็นเพราะปอนด์ปีกสมาธิ ด้วย ไม่เครียด ไม่คิดมาก แล้วก็ได้กำลังใจจากพ่อกับแม่ ปอนด์เรียนดีขึ้นมาก ตอนนั้นได้เกรด ๓.๖ ซึ่งปอนด์ดีใจ มาก เพราะไม่คิดว่าปอนด์เองจะทําได้ ผู้สัมภาษณ์ : แล้วคุณแม่มีวิธีการอะไรเพิ่มเติม ที่ทำให้น้อง ปอนด์เข้าใจเราอีกไหมค่ะ คุณแม่ : คือ เมื่อก่อนก็จะบอกกับน้องปอนด์ว่าแม่งานมาก น้องปอนด์ก็จะไม่เข้าใจว่า ๗ วัน พี่หายไปไหน ไปทำอะไร การแก้ไขตรงจุดนี้ที่ทำแล้ว

หัวข้อประเด็น

- การสอนและการเรียนรู้ในครอบครัว

ข้อความต้นฉบับในหน้า

คยกันในรถ น้องปอนด์ : พ่อจะบอกว่า เวลาบนโลกนี้สั้นมาก จะทำ อะไรให้รีบท่า วันๆ จะมานั่งคิดมากไม่ได้ ปอนด์โตเป็น ผู้ใหญ่แล้วตั้งใจเรียนให้จบ จะได้มาช่วยแม่ที่บริษัท แม่ จะได้ไม่เหนื่อยแบบนี้ ผู้สัมภาษณ์ : แล้วคุณพ่อสอนลูกเรื่องอะไรบ้างค่ะ คุณพ่อ : ก็จะแนะนำเขาเรื่องเรียน ให้กำลังใจเขาตลอด เขา มีอะไรมาปรึกษา ก็จะช่วยบอกวิธีแก้ไขให้เขาเสมอ โดย เฉพาะเรื่องเรียน ว่าอย่าท่องหนังสืออย่างเดียวแต่ต้อง เรียนให้เข้าใจด้วยแล้วคะแนนเขาก็ดีขึ้นมาก ผู้สัมภาษณ์ : ตอนนั้นน้องปอนด์ได้เกรดเท่าไร น้องปอนด์ : ตอนที่ ๓ อาจจะเป็นเพราะปอนด์ปีกสมาธิ ด้วย ไม่เครียด ไม่คิดมาก แล้วก็ได้กำลังใจจากพ่อกับแม่ ปอนด์เรียนดีขึ้นมาก ตอนนั้นได้เกรด ๓.๖ ซึ่งปอนด์ดีใจ มาก เพราะไม่คิดว่าปอนด์เองจะทําได้ ผู้สัมภาษณ์ : แล้วคุณแม่มีวิธีการอะไรเพิ่มเติม ที่ทำให้น้อง ปอนด์เข้าใจเราอีกไหมค่ะ คุณแม่ : คือ เมื่อก่อนก็จะบอกกับน้องปอนด์ว่าแม่งานมาก น้องปอนด์ก็จะไม่เข้าใจว่า ๗ วัน พี่หายไปไหน ไปทำอะไร การแก้ไขตรงจุดนี้ที่ทำแล้วได้ผลก็คือ ใช้วิธีเปิดเผยและมี ส่วนร่วม คือจะพาน้องปอนด์ไปที่บริษัทพี่ แล้วก็ถือโอกาส ให้เขาได้ศึกษางาน เพราะอีกหน่อยลูกต้องมารับช่วง บริษัทนี้แทนเรา บางทีก็จะให้น้องปอนด์นั่งฟังพ่อบรม วิธีนี้จะทำให้ลูกเข้าใจด้วยตัวเองว่า ที่เราไม่ค่อยว่าง เพราะเราไปทำอะไร เราเจออะไรบ้าง ซึ่งวิธีนี้ก็ทำให้ลูก เข้าใจเรามากขึ้น หรือบ่อยๆ ครั้งที่สมาชิกคนอื่นๆ ใน ครอบครัว เช่น พ่อของเขาก็จะมานั่งฟังพ่อบรมผู้บริหาร ด้วย คือคนในบ้านต้องรู้และเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังทำ หรืออย่างบางทีเราก็พาลูกไปดูคุณพ่อ ทํางานที่บริษัทอัศว อินเตอร์เนชั่นแนลเหมือนกัน ผู้สัมภาษณ์ : หลังจากใช้วิธีนี้แล้วน้องปอนด์เปลี่ยนแปลง ไปอย่างไรบ้าง จุณแม่ : เดี๋ยวนี้เขาไม่เรียกร้องอะไรเราเหมือนเมื่อก่อน จะ คุยกันดีๆ ด้วยความเข้าใจ บางทีก็จะมาเล่าเรื่องเพื่อนคน นี้ คนนั้นให้ฟัง ช่วงหลังเราสนิทกับลูกมาก มีอะไรเขาก็ จะหันหน้ามาคุย เพื่อนๆ รอบตัวเขา พี่ก็รู้จักเกือบหมด ๕๔ กัลยาณมิตร ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐: แล้วส่วนเรื่องเรียนก็เรียนดีขึ้นมาก จนตอนนี้น้องปอนด์ เรียนจบแล้ว เขาก็จะถามพี่ว่า ภูมิใจไหมที่ปอนด์เรียนจบ แล้ว เราก็รู้สึกตลกนะที่ลูกถามเราแบบนี้.. รู้สึกว่าเขา อยากให้เราภูมิใจ อยากให้เราพูดออกมาให้เขาฟัง เราก็ บอกลูกไปว่า ก็ต้องภูมิใจซิ ที่ลูกของแม่เรียนจบ (หัวเราะ) ผู้สัมภาษณ์ : ทำไมถึงคิดว่าช่วงวัยรุ่นเป็นวัยที่สำคัญที่สุด ที่ลูกจะขาดพ่อแม่ไม่ได้ คุณแม่ : ตรงจุดนี้อยากให้หันมาคิดกันนิดหนึ่ง สำหรับพ่อ แม่ที่ไม่มีเวลาให้ลูก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เขาเป็นวัยรุ่น ช่วงนั้นเหมือนเขากำลังต้องการมีใครสักคนที่เข้ามาในชีวิดี แล้วสามารถให้คำปรึกษากับสิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่ข้าง หน้าได้ ซึ่งส่วนมากถ้าเขาหาใครไม่ได้ คนๆ นั้นมักจะ เป็นเพื่อน ถ้าลูกเราเจอเพื่อนไม่ดี เด็กก็อาจจะเสียคนไปเลย หรือหันไปหายาเสพติด และสิ่งไม่ดีอื่นๆ แต่ช่วงนี้ แท้จริงแล้ว คนที่ดีที่สุดนั้นควรจะเป็นพ่อแม่ เพราะพ่อ แม่จะแนะสิ่งที่ถูกต้องที่สุดสำหรับเขาได้ ซึ่งพ่อแม่ทุกคน นั้นรัก และหวังดีต่อลูกของตนอยู่แล้ว ผู้สัมภาษณ์ : ช่วยยกตัวอย่างสิ่งที่พี่แนะนำ ให้กับลูก ที่พี่ อธิบายมาเมื่อสักครู่ได้ไหมคะ คุณแม่ : ตัวอย่างนี้จะเห็นได้ชัด.. คือตอนที่น้องปอนด์ เอา แคตตาล็อคกระเป๋าหลุยส์วิกตอง ใบละหมื่นกว่าบาท มา ให้พี่ดู บอกว่าให้แม่ซื้อให้... พี่ก็ถามเขากลับไปว่าทำไม ต้องเอากระเป๋าแบบนี้ ใบละตั้งแพง คือเราไม่สอนให้ลูก ฟุ่มเฟือย เขาก็บอกว่าเพื่อนในกลุ่มเขาถือกระเป๋าอย่างนี้กัน ถ้าไม่ถือ เพื่อนจะไม่ยอมให้เข้ากลุ่ม เขาจะไม่ยอมรับปอนด์ พี่เองก็อธิบายให้เขาฟังว่า ถ้าน้องปอนด์ให้การไม่มีกระเป๋า เป็นตัวตัดสินว่า เพื่อนจะไม่คบเรา เพราะเราไม่มีกระเป๋า งั้นก็แสดงว่า... เพื่อนเห็นกระเป๋าสำคัญกว่าเรา เพื่อนคบ กับเราเพราะเงินหรือ และถ้าอีกหน่อยเราไม่มีเงินล่ะ เขา จะไม่คบกับเราใช่รึเปล่า... ลูกฟังเราอธิบายตรงนี้เขาได้คิด แล้ว ตั้งแต่นั้นเขาไม่มาขออะไรที่ฟุ่มเฟือยแบบนี้อีกเลย ตรงนี้ คือสิ่งที่แสดงให้เห็นว่าวัยรุ่นต้องการแนะนำ ถึง เหตุผลที่ถูกต้อง ตลอดจนแนวทางในการคิด และปฏิบัติ ที่ถูกต้องต่อไปในอนาคต ซึ่งจุดนี้ควรจะได้รับจากพ่อแม่... ผู้สัมภาษณ์ : ตั้งแต่เข้าวัดมา เกิดการเปลี่ยนแปลงอะไร กับครอบครัวบ้างคะ
แสดงความคิดเห็นเป็นคนแรก
Login เพื่อแสดงความคิดเห็น

หนังสือที่เกี่ยวข้อง

Load More