ข้อความต้นฉบับในหน้า
ปกณกะนานาสาระ : ทองทวี เจริญสุข
S
างกายของ
คนเราอยู่ได้ด้วยอาหารและ
น้ำ ซึ่งเปลี่ยนเป็นพลังงาน
ที่จำเป็นในการดำรงชีวิต
เคลื่อนไหวร่างกาย เพื่อทำ
กิจกรรมต่างๆ ส่วนอากาศ
เป็นปัจจัยที่ฟรีและเหลือเฟือ
แม้มองไม่เห็นแต่มนุษย์ทุกคนก็ยอมรับว่า อากาศมีจริง
เพราะความรู้ทางวิทยาศาสตร์รับรองและทดสอบได้จริง
จะเห็นว่าปัจจัยการดำรงชีวิตที่มาจาก อากาศ น้ำ
และอาหารนั้น ทุกคนยอมรับว่า เป็นสิ่งที่จำเป็น แต่มี
พลังงานอีกชนิดหนึ่งที่มนุษย์มักจะลืม และไม่เห็นความ
และถ้าเราทำบุญไว้มาก
พลังงานบุญก็มีกำลังแรง
สามารถขับเคลื่อนดึงดูด
ความสุขความสมหวังมาให้
เราได้มาก แต่ถ้ามีบาปมาก
พลังงานบาปก็จะมีกำลัง
แรงในการขับเคลื่อนดึงดูด
ความทุกข์ความผิดหวังมาให้เราได้มากเช่นกัน คล้ายกับ
แม่เหล็กขั้วบวกขั้วลบประมาณนั้น และถ้าบุคคลใด
ประกอบทั้งบุญและบาป ควบคู่กันไปไม่หนักไปในฝ่ายใด
ฝ่ายหนึ่ง เมื่อวิบากส่งผลก็จะทำให้มีความสุขบ้างความ
ทุกข์บ้าง สลับกันไป และถ้าคราใดคนนั้นหมดบุญหรือ
พลังงานแห่งชีวิต
สำคัญ เป็นพลังงานที่บริสุทธิ์ และจริงๆ แล้วสำคัญที่สุด
สำหรับการดำรงอยู่ในสภาวะสิ่งมีชีวิตทั้งหลายบนโลกนี้
พลังงานชนิดนั้น ทางพระพุทธศาสนาเรียกว่า บุญ
บุญเป็นคำสั้นๆ แต่มีความหมายที่ลึกซึ้ง ในทาง
พระพุทธศาสนาถือว่า บุญเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต ดัง
คำกล่าวที่ว่า “บุญเป็นของเฉพาะตนไม่เป็นสาธารณะแก่ชน
เหล่าอื่น โจร นาค ยักษ์ ผู้ไม่เป็นที่รัก ลักไปไม่ได้ ราชภัย
ทุพภิกขภัยท่าอันตรายไม่ได้ บุญนั้นย่อมติดตามไปข้าม
ภพข้ามชาติ อำนวยผลให้น่าปรารถนาทุกอย่างแก่มนุษย์
และเทวดา”
และสิ่งที่ตรงข้ามกับ “บุญ” คือค่าว่า “บาป” วิบาก
หรือผลของบุญคือความสุข วิบากของบาปคือ ความ ทุกข์
ตราบใดที่กระแสพลังงานบริสุทธิ์ ที่เรียกว่า บุญนี้ยังส่งผลอยู่
คนก็จะมีความสุข แต่ถ้าวันใดบาปส่งผลก็จะทำให้เกิด
ความทุกข์ เหตุปัจจัยในการส่งผลของพลังงานบุญ และ
พลังงานบาป คือ การกระทำที่มีเจตนาเป็นตัวกำกับ รวม
ทั้งผลของการกระทำนั้นๆ ด้วย
©๗๗๘ กัลชายบียร อ้นวาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
สิ้นบุญก็คือ ตายนั้นเอง
ตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ เราต้องมีพลังงานแห่ง
ชีวิต หรือบุญ เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น
เพื่อความสุขและปลอดภัยของชีวิต เราจึงจําเป็นต้องหา
วิธีการเพิ่มบุญในตัวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธ
เจ้าของเรา ทรงตรัสแนวทางไว้ ๓ ประการ คือ
ภาวนา
๑.ทานมัย คือ บุญสำเร็จได้ด้วยการให้ทาน
๒.ศีลมัย คือ บุญสำเร็จได้ด้วยการรักษาศีล
๓.ภาวนามัย คือ บุญสำเร็จได้ด้วยการเจริญ
๓
ถ้าเราได้ท่าตามพุทธโอวาททั้ง ๓ ข้อนี้ เราจึง
จะได้ชื่อว่า เป็นผู้มี พลังงานแห่งชีวิตที่บริสุทธิ์ ชีวิตเราก็
จะไม่ขาดจากความสุข ทั้งสุขในชีวิตปัจจุบันและในอนาคต
คือภพชาติต่อๆ ไปด้วย ฉะนั้น มาทำบุญกันเถอะ เพราะ
สุโข ปุญญัสสะ อุจจโย...การสั่งสมบุญน่าสุขมาให้ นั้นเอง