ข้อความต้นฉบับในหน้า
เป็นดวงกลมใสอยู่ในกลางกายมนุษย์ละเอียด
นั่น เห็นสุข ทุกข์ ไม่สุข ไม่ทุกข์ เห็นชัด ๆ เป็นดวง
อยู่กลางกายมนุษย์ละเอียดนั่นแหละ เวทนาของ
กายมนุษย์นี้เป็นเวทนานอกเวทนาของกายมนุษย์
ละเอียด นั่นเป็นเวทนาของกายมนุษย์ละเอียดข้างใน
นั่นแหละเวทนาในเวทนา
เห็นจิตในจิตล่ะ ดวงจิต ก็เห็นดวงจิตของกาย
ละเอียดนั่น เห็นดวงจิตเท่าดวงตาดำข้างนอก เห็นดวง
จิต มั่นอยู่ในกลางดวงจิตนี่แหละ อยู่ในกลางดวงจิต
มนุษย์หยาบนี่แหละ เข้าไปถึงกายมนุษย์ละเอียด มันก็ไป
เห็นดวงจิตของกายมนุษย์ละเอียดนั่น นี่เห็นจิตในจิต
เห็นธรรมในธรรมล่ะ ดวงธรรม ที่ทำให้เป็น
กายมนุษย์หยาบ มันมีดวงธรรมที่ทำให้เป็นกายมนุษย์
หยาบนั่น พอไปเห็นกายละเอียด มันก็เห็นดวงธรรมที่ทำ
ให้เป็นกายมนุษย์ละเอียดนั่น ดวงธรรมที่ทำให้เป็น
กายมนุษย์ละเอียดนั่นแหละ เป็นธรรมข้างใน ดวง
ธรรมทำให้เป็นกายมนุษย์หยาบ นี่เป็นดวงธรรม
ช้างนอก เห็นจริงอย่างนี้นะ วัดปากนํ้าเขาเห็นกัน
จริง ๆ อย่างนี้ ไม่ใช่เห็นเล่น ๆ
นี่เห็นกายในกาย เห็นเวทนาในเวทนา เห็น
จิตในจิต เห็นธรรมในธรรม เห็นจริง ๆ อย่างนี้
นี่ๆ อุเทศทวารแล้วก็เห็นอย่างนี้เรื่อย ๆ ขึ้นไป ภายใน
กาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม วัดปากน้ำ
เห็นเข้าไปตั้ง ๑๓ กายนั่นแน่ะ เห็นเข้าไปอย่างนี้แหละ
๑๔ กายชัด ๆ ทีเดียว ชัดใช้ได้ทีเดียว ไม่ใช่พอดีพอร้าย
หละ เห็นชัดใช้ได้ทีเดียว ไม่ชัดแต่ว่าเห็นหละ ถ้าว่าสนใจ
จริง ๆ ก็เห็นจริง ๆ เห็นจริง ๆ อย่างนี้ เมื่อเห็นจริง ๆ เป็น
จริง ๆ อย่างนี้แล้วละก็ ตำราบอกไว้ตรง ๆ อย่างนี้แล้ว
มันก็ถูกตำรับตำราทีเดียว แล้วจะได้แสดงใน กาย
เวทนา จิต ธรรม ต่อไปอีก คัมภีร์นิเทศทวารต่อไป
มีคำถามสอดเข้ามาว่า กฤญจ ภิกฺขเว ภิกขุ
กาเย กายานุปสฺส วิหรติ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย
ผู้ศึกษาพระธรรมวินัย เห็นกายในกายเนือง ๆ อยู่นั่นเป็น
ไฉน อิธ ภิกขเว ภิกขุ กาเย กายานุปสฺสี วิหรติ
อาตาปี สมุปชาโน สติมา วิเนซุย โลเก อภิชฌา
โทมนสฺส์ อันนี้แล้ว อิธ ภิกฺขเว ภิกขุ อรญฺญคโต
วา รุกขมูลคโต วา นี่ปฏินิเทศทวาร อรญฺญคโต
ว
วา รุกขมูลคโต วา สุญญาการคโต วา นิสิทธิ
ปลลงก์ อากุชิตวา อุซ์ กาย ปณิธาน ปริมุข สติ
อุปฏฐเปตวา โส สโต ว อสฺสสติ สโต ปสฺสสติ
ทีม วา อสฺสสนฺโต ทีม อสสามีติ ฯเปฯ ทีม วา
ปสฺสสนฺโต ฯเปฯ อสฺสสนฺโต ฯเปฯ รสส์ วา
ปสฺสสนฺโต รสส์ ปสฺสสามีติ ปชานาติ นี่เป็นปฏิ
นิเทศทวาร กว้างออกไปทีเดียว กว้างนี่แหละที่แสดงไป
แล้ว ส่วนกายที่แสดงไปแล้ว ท่านจัดออกเป็น ข้อกำหนด
เป็น ปัพพะ คือเรียก อานาปานปัพพะ ข้อกําหนด
ด้วยลมหายใจเข้าออก อิริยาบถปัพพะ ข้อกำหนด
ด้วยอิริยาบถ เดิน ยืน นั่ง นอน สัมปชัญญปัพพะ
ข้อกำหนดด้วยกิริยาในอิริยาบถแห่งอวัยวะ รู้อยู่เสมอ
นั่นเรียกว่าสัมปชัญญปัพพะปฏิกูลมนสิการปัพพะ
ข้อกำหนดด้วยข้อปฏิกูลแห่งร่างกายของคนเรา แห่ง
ฟัน หนัง เนื้อ ตามบาลีว่า อตฺถิ อิมสฺม กาเย เกสา
โลมา นขา ทนตา ปฏิกูลนั้นไม่น่ารักน่าชมเลย ปฏิกูล
แห่งร่างกายนี้ไม่ใช่สัตว์ บุคคล ตัวตน เราเขา ที่ไหน
ประสมกันแล้วก็เป็นร่างกาย ล้วนแต่เป็นดิน น้ำ ไฟ
ลม ไป นี้เป็น ธาตุปัพพะ พอกายมนุษย์ละเอียดออก
จากกายมนุษย์หยาบแล้วก็เน่ากันทั้งนั้น เป็นปฏิกูล
อย่างนี้ ปฏิกูลนั่นเป็นข้อที่ ๕ นวสีวถิกปัพพะ ข้อกำหนด
ด้วยศพเก้ารูป ตายวันหนึ่งสองวันท้องเขียว น้ำเลือด
น้ำหนองไหล เป็นลำดับไปจนกระทั่งเหลือแต่กระดูกนั่น
นี้ได้แสดงมาแล้ว
วันนี้จะแสดงเห็นเวทนาในเวทนา สืบต่อไปว่า
กกญฺจ ภิกขเว ภิกขุ เวทนา เวทนานุปสฺส วิหรติ
อาตาปี สมุปชาโน สติมา วิเนยย โลเก อภิชฌา
โทมนสฺส์ กาญจ ภิกฺขเว ภิกขุ เวทนา เวทนา
นุปสฺส วิหรติ, อิธ ภิกฺขเว ภิกขุ สุข เวทน์ เวทียามีติ
ปชานาติ ทุกข์ เวทน์ เวทยมาโน ทุกข์ เวทน
เวทียามีติ ปชานาติ อทุกขมสุขเวทน์ เวทยมาโน
อทุกขมสุข เวทน์ เวทิยามิติ ปชานาติ สามส์ วา
สุข เวทน์ เวทยมาโน สามส์ สุข เวทน์ เวทยามีติ
ปชานาติ, นิรามิส วา สุข เวทน์ เวทียามาโน
นิรามิส สุข เวทน์ เวทยามีติ ปชานาติ, สามี วา
ทุกข์ เวทน์ เวทียมาโน สามส์ ทุกข์ เวทน์ เวทยามีติ
ปชานาติ, นิรามิส วา ทุกข์ เวทน์ เวทียมาโน
กัลยาณมิตร/กรกฎาคม ๒๕๓๐
Kalyanamitra.org