ข้อความต้นฉบับในหน้า
ย้อนหลังกลับไปเมื่อพ้น ๆ ปีที่แล้ว
การปกครองในโลกนี้ส่วนมากก็จะอยู่ใน
ลักษณะที่เรียกว่า สมบูรณาญาสิทธิ
ราช คืออำนาจการปกครองของหมู่
คณะไปขึ้นอยู่กับบุคคลใดบุคคล
หนึ่งโดยเฉพาะ เช่น ขึ้นอยู่กับพระราชา
ขึ้นอยู่กับพระมหากษัตริย์เพียงลำพัง
และอำนาจของพระราชา พระมหากษัตริย์
เหล่านั้นก็ล้นเหลือ คืออยู่เหนือกฎหมาย
กัลยาณมิตร / กรกฎาคม ๒๕๓๐
จะสั่งฆ่าใครก็ได้ดังใจนึก โดยไม่มีความ
ผิด
การปกครองประเภทนี้ ถ้าผู้ปก
ครองอยู่ในศีลในธรรม ประชาชน
ก็พอรอดตัว แต่ว่าส่วนมากแล้วคนเรา
ยังไม่หมดกิเลส พอมีอำนาจอยู่ในมือก็
มักจะเหลิง พระราชา พระมหากษัตริย์
ในอดีตเมื่อร้อย ๆ พัน ๆ ปีที่แล้ว ในที่
สุดก็มักจะถูกโค่นล้มไป เพราะความเหลิง
อำนาจของตนนั่นเอง เหตุนี้ในยุค
ปัจจุบัน การปกครองแบบสมบูรณาญา
สิทธิราช จึงแทบจะไม่มีเหลือ
การปกครองแบบสมบูรณาญา
สิทธิราชนั้น นอกจากจะให้อำนาจ
สิทธิ์ขาดแก่ผู้ปกครองแล้ว ทรัพย์สมบัติ
ต่าง ๆ ของหมู่คณะก็ขึ้นอยู่กับผู้ปกครอง
เพียงคนเดียวนี้ แล้วผู้ปกครองพอใจจะ
ให้ใคร ก็แบ่งให้เอาไปตามความพอ
ใจของตน ซึ่งนานไป ๆ ก็มักจะมีการ
ลำเอียงเกิดขึ้นอยู่เสมอ ๆ ความเดือดร้อน
จึงเกิดขึ้น เพราะความที่แบ่งสรรปันส่วน
ไม่ทั่วหน้านี้เอง เป็นเหตุอีกประการหนึ่ง
การปกครองแบบประชาธิปไตยนี้ รัฐบาล
อนุญาตให้ประชาชนมีทรัพย์สินส่วนตัว
เองได้ตามสะดวก เมื่อถึงเวลารัฐบาลก็
เก็บภาษีกลับไป เพื่อจะได้เอาไปบำรุง
ปรับปรุงประเทศชาติบ้านเมืองให้ก้าวหน้า
ต่อไป การปกครองอย่างนี้ก็ดีที่ให้อิสระ
แต่ละคนอย่างเต็มที่ แต่ก็มีข้อเสียตรงที่
มีการเอาเปรียบกันบ้างคือ มีลักษณะมือ
ใครยาวสาวได้สาวเอา ทำให้มีการ
เดือดร้อนอีกบ้างเหมือนกัน
เพราะฉะนั้นถ้าจะถามว่า การ
ปกครองแบบประชาธิปไตยดีที่สุด
หรือไม่ ก็บอกว่ายังหรอก แต่เรายัง
หาวิธีอื่นที่เหมาะกว่านี้ไม่ได้ตามประสา
ชาวโลก เพราะฉะนั้นการปกครองที่ใช้
กันอยู่ในขณะนี้ก็มีอยู่ ๒ ลักษณะใหญ่ๆ
คือแบบคอมมิวนิสต์กับแบบประชา
ธิปไตย ซึ่งพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ไม่ได้
ทรงพาดพิงเลยว่าแบบไหนดี
พระสัมมาสัมพุทธ
ที่ทำให้การปกครองแบบสมบูรณาญา เจ้าทรงบริหารงาน
สิทธิราช และเผด็จการถูกโค่นล้มไป
ต่อมาก็มีการปกครองแบบที่ปัจจุบัน บริหารหมู่สงฆ์
เรียกกันว่า “คอมมิวนิสต์" คือทรัพย์
สมบัติทั้งหลาย รัฐบาลที่เป็น อย่างไร
ส่วนกลางก็บังคับเอามาจากประชาชน
เอามาไว้เป็นกองกลาง โดยหลักการ
ก็ว่าเพื่อจะได้แบ่งกลับสู่ประชาชนโดย
เสมอหน้ากัน แต่ถึงเวลาแบ่งจริง ๆ เข้า
ก็มีการตกตึก มีการคดโกงเกิดขึ้นตลอด
เวลา เพราะผู้ทำหน้าที่แบ่ง ยังไม่หมด
กิเลส
คราวนี้มาดูการปกครองระบอบ
ประชาธิปไตยบ้าง ที่เห็น ๆ กันอยู่
โดยเฉพาะอย่างประเทศไทย เราพบว่า
ถ้าอย่างนั้นเรามาดูกันซิว่า พระ
สัมมาสัมพุทธเจ้าทรงบริหารงานบริหาร
สงฆ์อย่างไร พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรง
กำหนดว่า ของที่มีอยู่ในวัดทั้งหมด
ได้ชื่อว่าเป็นของสงฆ์ ไม่ใช่ของส่วน
ตัว โบสถ์ วิหาร กุฏิ ศาลาต่าง ๆ ล้วน
เป็นของส่วนสงฆ์ ไม่ใช่เป็นของเจ้าอาวาส
ไม่ใช่เป็นของลูกวัด ไม่ใช่เป็นของสามเณร
แต่เป็นของกลาง
GG
Kalyanamitra.org